ปั้น ARAYA สู่นิคมอัจฉริยะมาตรฐาน Smart Industrial Estate รับคลื่นลงทุน New S-Curve และ AI
ARAYA ยกระดับนิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐาน Smart Industrial Estate ตอกย้ำความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะ รองรับอุตสาหกรรม New S-Curve และ AI Supply Chain พร้อมเสริมศักยภาพประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการลงทุนแห่งอนาคตในภูมิภาค
ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของภาคการผลิตและห่วงโซ่อุปทานโลกที่ขับเคลื่อนด้วยมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติ รวมถึงการขยายตัวของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง นักลงทุนทั่วโลกต่างให้ความสำคัญกับพื้นที่อุตสาหกรรมที่มีโครงสร้างพื้นฐานทันสมัย มีระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ และสนับสนุนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน

การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) จึงเดินหน้าผลักดันการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมสู่มาตรฐาน Smart Industrial Estate เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยล่าสุด โครงการอารยะ ดิ อีสเทิร์น เกตเวย์ (ARAYA – The Eastern Gateway) ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว
พร้อมรับมอบใบประกาศรับรองจากนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล การได้รับการรับรองจาก กนอ. ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน ระบบบริหารจัดการ และระบบนิเวศอุตสาหกรรมที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
โดยเฉพาะกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ และ AI Supply Chain ซึ่งกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทั้งยังช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักลงทุนระดับโลก โดยปัจจุบันโครงการสามารถดึงดูดผู้ประกอบการชั้นนำ อาทิ บริษัท อินฟินีออน เทคโนโลยีส์ แมนูแฟคเชอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด จากประเทศเยอรมนี และบริษัท ดูซาน คอร์ปอเรชั่น อิเล็กโตร-แมททีเรียลส์ บีจี จากสาธารณรัฐเกาหลี เข้ามาลงทุนในพื้นที่แล้ว
นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) กล่าวว่า มาตรฐาน Smart Industrial Estate เป็นกลไกสำคัญในการยกระดับระบบนิเวศการลงทุนของประเทศให้สอดรับกับทิศทางอุตสาหกรรมโลก โดยเฉพาะอุตสาหกรรม New S-Curve ที่ให้ความสำคัญกับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล การบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมยืนยันว่า กนอ. จะเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนานิคมอุตสาหกรรมอัจฉริยะอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันและดึงดูดการลงทุนระยะยาวเข้าสู่ประเทศไทย
นางสาวกมลกาญจน์ คงคาทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารยะ แลนด์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันนักลงทุนไม่ได้มองหาเพียงพื้นที่สำหรับตั้งโรงงาน แต่ต้องการโครงสร้างพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพ ระบบบริหารจัดการอัจฉริยะ และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน การพัฒนาโครงการภายใต้มาตรฐาน Smart Industrial Estate จึงมุ่งนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในทุกมิติ เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ และรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง
นิคมอุตสาหกรรมอารยะได้รับการพัฒนาตามกรอบ 7 มิติของ Smart Industrial Estate ได้แก่ Smart Facilities, Smart IT, Smart Energy, Smart Economy, Smart Good Corporate Governance, Smart Living และ Smart Workforce โดยผสานโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบบริหารจัดการพลังงาน และการจัดการสิ่งแวดล้อมเข้ากับระบบนิเวศอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการในระยะยาว
อีกหนึ่งจุดเด่นของโครงการคือ Smart Intelligent Operations Center (Smart IOC) ศูนย์บริหารจัดการอัจฉริยะที่เชื่อมโยงข้อมูลจากระบบต่าง ๆ ภายในนิคมแบบเรียลไทม์ ทั้งระบบกล้องวงจรปิด เครือข่ายสารสนเทศ เซ็นเซอร์ IoT ระบบตรวจจับอัคคีภัย ระบบบริหารอาคาร และระบบซ่อมบำรุง ช่วยให้สามารถติดตาม วิเคราะห์ และบริหารจัดการโครงสร้างพื้นฐานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัย ความต่อเนื่องทางธุรกิจ และความพร้อมในการรองรับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
โครงการ ARAYA – The Eastern Gateway เกิดจากความร่วมมือของ 3 บริษัทชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จำกัด (มหาชน) และบริษัท นิคมอุตสาหกรรมเอเซีย จำกัด เพื่อพัฒนาระบบนิเวศเมืองอุตสาหกรรมและนวัตกรรมครบวงจร พร้อมโครงสร้างพื้นฐานระดับโลก รองรับการลงทุนและขับเคลื่อนการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมไทยอย่างยั่งยืน