เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
Economic ‘โก๋ จักรกฤษณ์’ วาง 5 โรดแมป สร้างขอนแก่น ‘เมืองแห่งโอกาส’
เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
Politics เตือนโค้งสุดท้าย ลงทะเบียน ‘เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม’ ม.33-39-40 รักษาสิทธิก่อนปิดระบบ 20 ก.ค. นี้
รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
Biz Movement รมว.ต่างประเทศเมียนมา สานสัมพันธ์ สมาคมมิตรภาพไทย-เมียนมา
“พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
Real Estate “พิพัฒน์” เปิดถนน 4 เลน “ท่าศาลา-นบพิตำ”นครศรีธรรมราช เชื่อมขนส่ง ท่องเที่ยว
ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
Economic ม.นเรศวร ชู NU Wellness ยกระดับภาคเหนือตอนล่าง ฮับเศรษฐกิจสุขภาพ
ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
Finance ทองคำติดลบ…หลุด TOP 5 เงินทะลักหุ้นเทคฯ-สงครามวนลูป ‘กดราคา’
นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
Politics นายกฯ เผย 4 บิ๊กเอกชนจีน พร้อมลงทุนไทย 70,000 ล้าน เชื่อสร้างงานหลายหมื่น
“ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
Economic “ศุภชัย เจียรวนนท์” ร่วมคณะนายกฯเยือนจีน ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษเปิดสำนักงาน BOI เฉิงตู
‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
Economic ‘นาทีทอง’สปีดแก้คอร์รัปชั่น รัฐรับลูกตั้ง คตท.-กกร.อัดโพลรอบใหม่
ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
เศรษฐกิจภูมิภาค ส่องภูมิทัศน์ใหม่ “วัดเจดีย์หลวง” นับถอยหลัง 16 วัน พิสูจน์ “มรดกโลกที่มีชีวิต”
ดูทั้งหมด

ศึกชิงเงินลงทุนยุค AI  จี้ปลดล็อก 5 อุปสรรค-เลิกแข่งค่าแรง

19 ก.ค. 2569 | 07:28น.

โลกมาถึงช่วงเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมเทคโนโลยี  ทำให้วันนี้ประเทศไทยได้ตั้งคำถามขึ้นมาว่า “จะยังมีการลงทุนเข้ามาหรือไม่” และ “ประเทศไทยพร้อมรองรับการลงทุนอุตสาหกรรมยุคใหม่มากขนาดไหน” โดยเฉพาะยุค AI 

ในเวทีเสวนา จัดโดยการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้สะท้อนภาพตรงกันจากเหล่ากูรูด้านการลงทุน ทั้งสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ว่า การลงทุนรอบใหม่ของโลกไม่ได้แข่งขันกันด้วยค่าแรงต่ำหรือสิทธิประโยชน์ทางภาษีอีกต่อไป แต่แข่งขันกันด้วย “ความพร้อม” ของประเทศ

เร่งปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลง

นายปิยศักดิ์ มานะสันต์ อาจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ เปิดประเด็นว่า หากประเทศไทยไม่สามารถปรับโครงสร้างเศรษฐกิจได้ ศักยภาพการเติบโต GDP อาจลดลงจากระดับประมาณ 2.7% เหลือเพียง 1.7% ในอีก 15 ปีข้างหน้า สอดคล้องกับมุมมองของ สศช. ที่ระบุว่า โลกในอีก 5-10 ปีข้างหน้าจะเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น ทั้งสงครามการค้า การแบ่งขั้วเศรษฐกิจ การเข้าสู่สังคมสูงวัย การเคลื่อนย้ายแรงงาน และการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม ทุกวิกฤตย่อมมาพร้อมโอกาส ประเทศไทยจึงต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการมองเห็นเฉพาะความเสี่ยง ไปสู่การมองเห็นโอกาสในความเปลี่ยนแปลงดังกล่าว โดยเฉพาะตลาดใหม่ของผู้สูงอายุ เทคโนโลยีดิจิทัล และอุตสาหกรรมสีเขียว

ไทยยังมีจุดแข็งดึง FDI ไหลเข้า  

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ชี้ให้เห็นว่า การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าสู่ประเทศไทยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่การลงทุนแบบเดิม แต่เป็นการลงทุนในห่วงโซ่อุปทานของ AI ครึ่งหนึ่งของเม็ดเงินลงทุนที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรม AI ไม่ว่าจะเป็น Data Center เซมิคอนดักเตอร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และชิ้นส่วนสำคัญของระบบดิจิทัล ปัจจัยที่กำลังเปลี่ยนโลกการลงทุนมีอยู่ 3 เรื่อง 1.ภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อการเลือกฐานการผลิต 2.ความก้าวหน้าของ AI ที่กำลังเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรมทั่วโลก และ 3.เป้าหมายด้านความยั่งยืน (Sustainability) ที่ทำให้ทุกบริษัทต้องมุ่งสู่การลดคาร์บอนและใช้พลังงานสะอาด ผลจากทั้ง 3 ปัจจัยทำให้นักลงทุนไม่ได้มองหาประเทศที่ต้นทุนต่ำที่สุดอีกต่อไป แต่เลือกประเทศที่มีความมั่นคง มีระบบสาธารณูปโภคพร้อม มีซัพพลายเชนครบ มีบุคลากรคุณภาพ และสามารถเริ่มธุรกิจได้รวดเร็วที่สุด ขณะที่อาเซียนกลายเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสู่ตลาดโลก ประเทศไทยจึงได้รับอานิสงส์จากกระแสการย้ายฐานการลงทุนอย่างชัดเจน

ประเทศไทยยังมีข้อได้เปรียบหลายด้าน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่ง นิคมอุตสาหกรรมมากกว่า 80 แห่ง ระบบโลจิสติกส์ที่เชื่อมโยงกัน ซัพพลายเชนที่ครบถ้วน บุคลากรที่มีทักษะ รวมถึงมาตรการส่งเสริมการลงทุนของภาครัฐ นอกจากนี้ประเทศไทยยังถูกจัดอันดับกลับเข้าสู่ 20 ประเทศที่น่าลงทุนของโลกอีกครั้ง และอยู่ในอันดับ 2 ของอาเซียน รองจากสิงคโปร์ สะท้อนว่านโยบายการดึงดูดอุตสาหกรรมเป้าหมายเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรม แต่จุดแข็งเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ

ทั้งนี้ บีโอไอยังคงมองว่าหากประเทศไทยต้องการรักษาความสามารถในการแข่งขัน “ต้องเร่งแก้ไขอย่างน้อย 5 เรื่องสำคัญ” เริ่มจาก “พลังงาน” ที่กลายเป็นหัวใจของการลงทุนยุค AI เพราะ Data Center และอุตสาหกรรมดิจิทัลใช้ไฟฟ้าปริมาณมหาศาล นักลงทุนจึงต้องการทั้งไฟฟ้าที่เพียงพอ น้ำสำหรับระบบหล่อเย็นและพลังงานสะอาดเพื่อบรรลุเป้าหมาย ESG ประเด็นที่สองคือ การเร่งทำความตกลงการค้าเสรี (FTA) โดยเฉพาะ FTA ไทย-สหภาพยุโรป ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการส่งออก ประเด็นที่สามคือ การพัฒนาบุคลากรและการดึง Talent จากต่างประเทศเข้ามาเติมเต็มแรงงานทักษะสูง ประเด็นที่สี่คือ การเพิ่มพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมใหม่ โดยเฉพาะนิคมเฉพาะทางสำหรับ Data Center เซมิคอนดักเตอร์ และอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง ส่วนประเด็นสุดท้ายคือ การลดขั้นตอนการอนุญาตให้รวดเร็วขึ้น ผ่านโครงการ Thailand Fast Track ซึ่งช่วยลดระยะเวลาการอนุมัติได้ 20-50%

EEC เน้นสร้างระบบนิเวศอุตฯ

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อธิบายว่า ภารกิจของ EEC ไม่ได้มีเพียงการดึง FDI แต่เป็นการสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจใหม่ของประเทศ เป้าหมายหลักประกอบด้วยการพัฒนาอุตสาหกรรมสมัยใหม่ การยกระดับบริการภาครัฐ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การใช้ประโยชน์ที่ดินอย่างเหมาะสม และการพัฒนาเมืองให้คนกับอุตสาหกรรมอยู่ร่วมกันได้ แนวคิดใหม่ของ EEC คือ การพัฒนาแบบ Industry + Supply Chain + Ecosystem นั่นหมายถึงการที่ไม่ได้มองเพียงโรงงานหนึ่งแห่ง แต่ต้องสร้างระบบนิเวศของทั้งอุตสาหกรรม ตั้งแต่ผู้ผลิตวัตถุดิบ ชิ้นส่วน โลจิสติกส์ ผู้ให้บริการ ไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร ขณะเดียวกัน EEC กำลังเปลี่ยนแนวคิดการวางผังพื้นที่จากเดิมที่แบ่งเพียงสีผังเมือง เป็นการ “กำหนดพื้นที่เฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมแต่ละประเภท” เช่น พื้นที่ Data Center ที่มีระบบส่งไฟฟ้า แหล่งน้ำ และโครงข่ายสื่อสารพร้อมรองรับ รวมถึงศึกษาการใช้พื้นที่ของรัฐและพื้นที่ที่ใช้ประโยชน์ต่ำมาพัฒนาเป็นพื้นที่รองรับการลงทุนในอนาคต

ทุกหน่วยงานต้องร่วมมือ

นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เผยว่า บทบาทขององค์กรกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ จากเดิมที่เป็นเพียงผู้พัฒนานิคมอุตสาหกรรม จากนี้จำเป็นต้องไปสู่การเป็น “ผู้จัดหา Utility Platform” สำหรับอุตสาหกรรมยุคใหม่ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีนิคมอุตสาหกรรมรวม 84 แห่ง และท่าเรืออุตสาหกรรมอีก 1 แห่ง แต่โจทย์ใหม่ไม่ใช่การขายที่ดิน แต่เป็นการจัดหาไฟฟ้า น้ำ ระบบกำจัดของเสีย พลังงานสีเขียว และระบบดิจิทัลให้เพียงพอกับอุตสาหกรรมแห่งอนาคต กนอ.จึงต้องทำงานร่วมกับบีโอไอ และ EEC อย่างใกล้ชิด เพื่อออกแบบนิคมอุตสาหกรรมเฉพาะทาง เช่น Data Center Industrial Estate และ Smart Industrial Estate พร้อมทั้งเชื่อมโยงมหาวิทยาลัย ผู้ประกอบการ SMEs และบริษัทขนาดใหญ่เข้าด้วยกันเพื่อสร้าง Ecosystem ที่สมบูรณ์

ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนไม่ว่าจะเป็น สศช. บีโอไอ EEC หรือ กนอ. ต่างยืนยันว่า การแข่งขันของประเทศไทยในยุค AI จะไม่สามารถอาศัยหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งได้อีกต่อไป แต่ต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน ตั้งแต่การวางแผนเศรษฐกิจ การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาพื้นที่ การออกแบบระบบสาธารณูปโภค การยกระดับกฎระเบียบ ไปจนถึงการพัฒนาคน เพราะท้ายที่สุดแล้วการแข่งขันไม่ได้อยู่ที่ว่า ใครมีพื้นที่มากที่สุด แต่คือใครสามารถทำให้นักลงทุน “เริ่มธุรกิจได้เร็วที่สุด” หรือ Ease of Doing Business รวมถึงการมีไฟฟ้า น้ำ พลังงานสะอาด บุคลากร และกฎระเบียบที่เอื้อต่อการลงทุน วันนี้ประเทศไทยจึงไม่ได้แข่งขันเพียงกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่กำลังแข่งขันกับตัวเองว่าจะสามารถปลดล็อกข้อจำกัดต่าง ๆ ได้เร็วเพียงใด เพื่อเปลี่ยนกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ของโลกให้กลายเป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจตัวใหม่ของประเทศในอนาคต

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ปลดล็อก ยุค AI