เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
Biz Movement นายกฯ เปิดงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2026 ย้ำสายสัมพันธ์ไทย–อินเดีย
“จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
Politics “จุลพันธ์” ดัน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานใหม่ ขยายสิทธิลาปวดเมน พร้อมเปิดฟังความเห็นรอบ 2
นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
Politics นายกฯ ยินดีรับฟังเหตุผล ‘ม็อบ’ เชื่อไม่บานปลาย สั่งเตรียมรับมือภัยไซเบอร์
กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
News กทม. อัปเดตสถิติเยียวยาน้ำท่วม อนุมัติเงินผ่าน “ทางรัฐ” ทะลุ 4.6 พันล้าน-ยื่นออนไลน์ทะลุ 1.5 แสนคำร้อง
กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
Biz Movement กทม. ยกระดับอัตลักษณ์ท้องถิ่นสู่สากล MOU ภาคเอกชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก 50 เขต
“ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
SD “ชัชชาติ”ขึ้นเวที SX TALK ชูยุทธศาสตร์สร้างเมืองเดินได้ ย้ำ”สุขภาพดี เริ่มที่เมือง”
สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
Business สราวุฒิ อยู่วิทยา ชู ‘พาร์ตเนอร์ชิป’ จิ๊กซอว์บุกเอเชีย
‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
Economic ‘ธิปธนาแลนด์’ เมืองแปดริ้ว ปั้นชาใบหม่อนผสมข้าว เจาะกลุ่มเวลเนส
บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
Business บูม Health & Wellness ในเวที WTM 2026 ปลุกตลาด UK-ยุโรป
เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
Economic เนรมิตคูโบต้า พาวิลเลียน โซลูชั่นเพื่ออนาคตเกษตรไฮเทค
ดูทั้งหมด

จ่อชง ครม. ” 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​

23 ก.ค. 2569 | 13:31น.
จ่อชง ครม. " 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา" วางมาตรการ​สกัดทุจริตภาครัฐ​

คตท.​เคาะตั้ง​ ‘ภราดร​’ นั่งประธาน​คณะอนุฯ​ คุม​ติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐ ‘ปกรณ์’ เผย​จ่อเสนอ ครม. โครงการ ​”1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา” วางมาตรการ​ป้องทุจริตสอบรับราชการ​ ชี้ต้องมีกฎหมายเฉพาะจัดการ​

นายปกรณ์​ นิล​ประพันธ์​ รองนายก​รัฐมนตรี ​ฝ่าย​กฎหมาย​ แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต (คตท.) ครั้งที่ 1/2569​ ว่า​ นายกรัฐมนตรี ได้มีข้อสั่งการให้มีการประชุมเป็นประจำ จะได้ร่วมไม้ร่วมมือกันในการต่อต้านการทุจริต

ซึ่งระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ตั้งคณะอนุกรรมการดูแลเกี่ยวกับเรื่องการติดสินบนเชิงทุจริตในภาครัฐ โดยจะมีนายภราดร​ ปริศนานันทกุล​ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน​ และมีกระทรงดิจิทัลเพื่อ​เศรษฐกิจ​และ​สังคม​แห่งชาติ​ (ดีอี) ทำงานอื่นๆที่เกี่ยวข้องร่วมเป็นกรรมการ​

นอกจากนี้ ยังมีข้อเสนอเรื่องโครงการความโปร่งใสในการปฏิบัติราชการ ภายใต้โครงการ 1 กรม​ 1 โปร่งใส ไร้เทา ซึ่งทางคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ​ หรือ​ ก.พ.ร.​ และคณะกรรมการ​ คตท. เห็นพร้องต้องกันว่า ควรจะดำเนินการและเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อเห็นชอบในหลักการ และดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ​

รวมไปถึงมาตรการป้องกันการทุจริตการสอบรับข้าราชการในภาครัฐ​ เป็นความเห็นชอบร่วมกันในคณะกรรมการ คตท.ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก และทำลายระบบราชการอย่างรุนแรง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องท้องถิ่น​

ดังนั้นจึงต้องมีมาตรการเฉพาะด้านขึ้นมา​ และอาจจำเป็นจะต้องมีกฎหมายเฉพาะในเรื่องนี้ เพื่อจัดการกับคนที่ทุจริต หรือผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นตัวการผู้ใช้หรือผู้สนับสนุน รวมถึงการเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง โดยจะมอบหมายให้ ก.พ.ร.เสนอต่อคณะรัฐมนตรี และให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายกร่างกฎหมายในเรื่องนี้

นอกจากนี้ ยังมีการยกระดับมาตรฐานบริการ ในภาครัฐ เพื่อให้มีการปลอดการทุจริต ด้วยการนำเทคโนโลยีมาใช้ โดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ​ ป.ป.ท. เป็นผู้ดำเนินการเพื่อช่วยกันปราบทุจริต​

นายปกรณ์​ ยังกล่าวย้ำ ถึงการแก้ไขกฎหมาย ที่เป็นอุปสรรค ที่ได้มีการผลักดันไปแล้ว คือกฎหมายการอำนวยความสะดวกฉบับใหม่ ซึ่งขณะนี้มีการกำหนดรายละเอียดว่าจะบังคับใช้กับธุรกิจใดบ้าง คาดว่าในเบื้องต้นจะบังคับใช้กับธุรกิจโรงแรม และร้านกาแฟ นอกจากนี้จะมานั่งดูกันว่า มีเรื่องใดที่จะต้องปรับปรุง ในส่วนกฎหมายรอง​

นายปกรณ์ ยังกล่าวยืนยันว่า รัฐบาลมีความหนักแน่น และแน่วแน่ในการผลักดันเรื่องการแก้ไขปัญหาการทุจริต ให้ครบวงจร ไม่ให้มีปัญหาทิ้งไว้ให้ลูกหลานในอนาคต และจะพยายามทำให้ดีที่สุด

ด้าน นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เราพอใจที่รัฐบาลและนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง คณะกรรมการ คตท. ที่ตั้งขึ้นมามีการขับเคลื่อนอย่างชัดเจนกับแผนนโยบาย

โดยเฉพาะที่เราทำร่วมกับ ก.พ.ร. ในแง่ของในโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา เชื่อว่าจะสามารถช่วยได้เยอะ และมีการพูดถึง พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกที่มีความจำเป็นต้องเผยแพร่ให้ชัดเจนทั้งประชาชน เอกชน และนักธุรกิจ ทั้งไทยและต่างประเทศ โดยเฉพาะภาคประชาชน เพราะ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก ไม่ได้ใช้แค่ในภาคเศรษฐกิจเท่านั้น แต่เป็นการที่ประชาชนต้องติดต่อกับหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจะต้องชี้แจงว่าจะอำนวยความสะดวกอย่างไร

นายพจน์ ย้ำว่า ต้องขอบคุณรัฐบาลที่มีความตั้งใจอย่างจริงจัง เพราะประชุมเป็นประจำ แต่ต้องยอมรับว่าการแก้ไข พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก มีความล่าช้า ควรจะมีการแก้กฎกระทรวง หรือกฎระเบียบของกรมก่อนเพื่อขับเคลื่อนให้ได้จริง โดยเฉพาะ โครงการ REINVENT THAILAND ที่เรากำหนดขึ้นมาเพื่อทำงานร่วมกับนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นหัวจักรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฉะนั้นหากเราปลดล็อกความสะดวกในแง่ของกฎหมายก็จะสามารถขับเคลื่อนได้เร็วขึ้น

น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) กล่าวว่า ที่ประชุมยังเห็นชอบข้อเสนอโครงการ 1 กรม 1 โปร่งใสไร้เทา (One Agency One Integrity) เพื่อให้แต่ละหน่วยงานของรัฐคัดเลือกงานบริการหรือกระบวนการทำงานที่มีความเสี่ยงต่อการทุจริตสูงมาพัฒนานำมาปรับแก้กระบวนการอนุมัติของหน่วยงานแต่ละเรื่อง

ซึ่งจะมีการทำงานร่วมกับองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน ว่าหน่วยงานใดมีความสุ่มเสี่ยง และนำไปปรับแก้เพื่อเสนอกลับเข้ามา และพิจารณาว่ามีการแก้ไขจริงหรือไม่ เพื่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายครอบคลุมหน่วยงานของรัฐ 335 แห่ง ซึ่งนี่คือความจริงใจของรัฐบาลในการแก้ไขระบบอนุมัติอนุญาต ไม่ให้เกิดการทุจริตและเรียกรับสินบนในภาครัฐ ซึ่งจะทำให้เกิดผลระยะแรกภายใน 6 เดือน

ขณะที่ นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านการคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) ว่า รู้สึกตื่นเต้น เพราะเป็นการเอาข้อมูลมาดูร่วมกันระหว่างภาคเอกชน ประชาชน และภาครัฐ ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมา มีการพูดคุยมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดความมั่นใจว่าจากนี้ไปทุกภาคส่วนจะทำงานอย่างไร ทั้งนี้ วันนี้สิ่งที่เห็นเพิ่มเติม คือ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวก และตั้งคณะอนุกรรมการอำนวยการต่อต้านสินบนและความเสี่ยงทุจริตภาครัฐ ว่าจะมีการขยับตัวอย่างไร และมีการพูดถึงการทุจริตการสอบข้าราชการท้องถิ่นอย่างเปิดเผย เชื่อว่าข้อมูลที่สร้างการรับรู้ในครั้งนี้จะส่งต่อไปถึงสังคมไทยในวงกว้าง ทั้งนักธุรกิจ นักลงทุน และสื่อสารไปยังองค์กรระหว่างประเทศที่อยู่ในประเทศไทย รวมถึงจะส่งผลดีต่อการประเมินดัชนีความโปร่งใสของประเทศไทยได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ทุจริต