ส.อ.ท. หั่นเป้าผลิตรถยนต์ปี’69 เหลือ 1.45 ล้านคัน พิษส่งออกสะดุด BEV ยังโตแรงหนุนตลาดในประเทศ
ส.อ.ท. ปรับลดเป้าผลิตรถยนต์ปี 2569 จาก 1.5 ล้านคัน เหลือ 1.45 ล้านคัน หลังภาคส่งออกเผชิญผลกระทบจากสงครามตะวันออกกลาง มาตรการกีดกันการค้า และการแข่งขันรถยนต์ไฟฟ้าจีน ขณะที่ตลาดในประเทศยังเติบโตจากความนิยมรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) โดยยอดขายพุ่งกว่า 140% และมีสัดส่วนเกือบ 38% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด พร้อมปรับเพิ่มเป้าผลิตรถจักรยานยนต์เป็น 2.05 ล้านคัน
นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ ส.อ.ท. เปิดเผยว่า ได้ปรับลดเป้าการผลิตเพื่อการส่งออกจาก 950,000 คัน เหลือ 900,000 คัน หรือลดลง 5.26% ขณะที่ยังคงเป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไว้ที่ 550,000 คัน เนื่องจากตลาดภายในประเทศยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตต่อเนื่อง

สาเหตุสำคัญที่ทำให้ต้องปรับลดเป้าการผลิต มาจากการส่งออกรถยนต์ไปยังตลาดตะวันออกกลางในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 ลดลงถึง 38.35% จากผลกระทบของการปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ผู้ผลิตไทยยังเผชิญการแข่งขันด้านราคาจากรถยนต์ไฟฟ้าจีนในตลาดอาเซียน ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย รวมถึงตลาดอื่น ๆ ประกอบกับหลายประเทศเริ่มใช้มาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันการส่งออกของไทย
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมตลาดรถยนต์ในประเทศยังมีทิศทางฟื้นตัว โดยเดือนมิถุนายน 2569 มียอดขายรถยนต์รวม 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) เพิ่มขึ้นถึง 140.47% อยู่ที่ 22,275 คัน คิดเป็นสัดส่วน 37.93% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด สะท้อนการเปลี่ยนผ่านของตลาดรถยนต์ไทยสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างชัดเจน
โดยปัจจัยสนับสนุนมาจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดของภาครัฐ และการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าหลายรุ่นในราคาที่เข้าถึงผู้บริโภคได้มากขึ้น แม้ว่ายอดขายส่วนใหญ่ยังเป็นรถนำเข้าก็ตาม
ด้านการผลิตรถยนต์นั่ง BEV ในเดือนมิถุนายนผลิตได้ 12,634 คัน เพิ่มขึ้น 282.38% จากปีก่อน ขณะที่ยอดผลิตสะสมช่วง 6 เดือนแรกอยู่ที่ 34,030 คัน เพิ่มขึ้น 43% ส่วนการส่งออกรถยนต์นั่ง BEV เดือนมิถุนายนมีจำนวน 292 คัน เพิ่มขึ้นถึง 7,200% แม้ฐานเดิมจะอยู่ในระดับต่ำ สะท้อนว่าผู้ผลิตในประเทศไทยเริ่มขยายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดต่างประเทศมากขึ้น
ในทางกลับกัน รถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ยังคงหดตัวต่อเนื่อง โดยยอดผลิตรถยนต์นั่ง ICE ช่วงครึ่งปีแรกลดลง 29.21% ขณะที่รถกระบะซึ่งเป็นอุตสาหกรรมหลักของไทยยังได้รับผลกระทบจากกำลังซื้อที่อ่อนแอและความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ทำให้ยอดขายรถกระบะเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 10,805 คัน ลดลง 3.17% จากปีก่อน ส่งผลกระทบต่อผู้ผลิตชิ้นส่วนและซัพพลายเชนในประเทศโดยตรง
ขณะเดียวกัน ส.อ.ท. ได้ปรับเพิ่มเป้าการผลิตรถจักรยานยนต์ปี 2569 จาก 2 ล้านคัน เป็น 2.05 ล้านคัน โดยเพิ่มเป้าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศจาก 1.6 ล้านคัน เป็น 1.65 ล้านคัน จากแรงหนุนของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ “ไทยช่วยไทย พลัส” ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูง และการขยายตัวของผู้ให้บริการสินเชื่อรายย่อย (Microfinance) ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้มากขึ้น ขณะที่เป้าการผลิตเพื่อการส่งออกยังคงไว้ที่ 400,000 คัน
