“เดชรัต” น้อมรับคำติ ยัน ปชน. ไม่คิดล้มบัตรทอง เดินหน้ารับฟังแก้ปม สปสช.
ผอ.ศูนย์นโยบาย ปชน. ยืนยันไม่เคยคิดล้มระบบ 30 บาท น้อมรับคำติชมเรื่องการใช้คำ พร้อมสรุป 4 โจทย์ใหญ่ทั้งเรื่องบอร์ด สปสช. สิทธิประโยชน์ และงบประมาณ นำไปปรับปรุงรายละเอียดนโยบายให้รัดกุมยิ่งขึ้น
นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคตของพรรคประชาชน โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ในดราม่าเรื่องพรรคประชาชนจะล้มบัตรทอง หรือ สปสช. มีหลายข้อกล่าวหาด้วยกัน ผมในฐานะผู้ดูแลนโยบายด้านคุณภาพชีวิตของพรรคประชาชนขอชี้แจงหลัก 3 ข้อ และขอสรุปข้อรับฟังที่ผมรับฟังจากทุกท่านในส่วนที่เหลือ
(หมายเหตุ มีผู้ท้วงติงว่า คำว่า “ดราม่า” ที่ผมใช้ไม่เหมาะสม ผมขอน้อมรับคำวิจารณ์ และขอยอมรับความผิดพลาดนี้ครับ ส่วนที่ยังไม่เปลี่ยนคำ เพื่อแสดงว่าคำนี้ผมใช้ผิดไป และขออภัยมา ณ ที่นี้ ด้วยครับ)
ข้อชี้แจงแรก พรรคประชาชนไม่มีแนวคิดจะล้มบัตรทองแต่อย่างใด พรรคประชาชนเสนอแนวทางในการปฏิรูป สปสช. ซึ่งท่านจะเห็นด้วย/ไม่เห็นด้วยอย่างไร ผมขอเสนอไว้สรุปข้อรับฟังนะครับ แต่เราไม่เคยคิดจะล้มระบบนี้
ข้อชี้แจงที่สอง พรรคประชาชนไม่ได้จะยื่นแก้ไขกฎหมายหลักประกันสุขภาพในช่วงนี้ ส่วนข้อเสนอต่าง ๆ ที่เราพูดมาเป็นการสรุปนโยบายตามที่เราได้หาเสียงไว้ในการเลือกตั้งที่ผ่านมา ที่เรายังไม่ยื่นก็เพราะเราทราบข้อจำกัดในการเสนอร่างกฎหมายในฐานะเสียงข้างน้อยในสภาดี เราถึงได้แถลงว่า เราจะต้องพิจารณาเกี่ยวกับร่างกฎหมายอย่างรอบคอบก่อน
ข้อชี้แจงที่สาม มีผู้สรุปว่า การเสนอนโยบายนี้จนพรรคประชาชนถูกวิจารณ์เป็นเพราะเทคโนแครตในพรรค ผมขอชี้แจงว่า ผู้รับผิดชอบในการพัฒนานโยบายดังกล่าวคือผมเอง ผมไม่แน่ใจว่า ผมเป็นเทคโนแครตหรือไม่ ? แต่ผมมั่นใจว่า ถ้าทิศทางการปฏิรูป สปสช.จะเป็นไปในทางที่ทำให้ประชาชนเสียสิทธิ/เสียประโยชน์ ผมจะเป็นผู้รับผิดชอบทางการเมือง และทางสังคมเองครับ
ส่วนข้อสรุปที่มีผู้ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคประชาชนเสนอมีหลายข้อ ผมขอสรุปไว้ต่อไป แน่นอนว่าข้อสรุปเหล่านี้มีคนที่เห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคประชาชนด้วยเช่นกัน และผมจะไม่คิดหรือสรุปว่า ฝ่ายใดมากกว่ากัน ผมเพียงสรุปข้อที่เห็นไม่ตรงกันเท่านั้น
1.องค์ประกอบของกรรมการ พรรคประชาชนเสนอให้เพิ่มตัวแทนภาคประชาชน และผู้ให้บริการ มีฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้ สปสช.เป็นองค์กรหลักของผู้ซื้อบริการ ผมรับทราบและเข้าใจข้อกังวล รวมถึงข้อเสนอของ สส.เอกภพ เรื่องการเลือกตั้งตัวแทนในบางส่วนก็มีคนไม่เห็นด้วย ผมรับทราบและเข้าใจข้อกังวลเช่นกัน อย่างไรก็ดี ข้อเสนอนี้ก็มีผู้เห็นด้วยไม่น้อยเช่นกัน ผมจะนำไปคิดอย่างรอบคอบครับ
2.ชุดสิทธิประโยชน์หลักหรือชุดสิทธิประโยชน์พื้นฐานที่ทุกสิทธิควรเท่ากันเป็นพื้นฐาน ผมคิดว่าส่วนใหญ่ไม่ได้ค้าน เพราะจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำระหว่างสิทธิทั้งสามสิทธิลงมาได้ แต่ยังสงสัยว่าจะกำหนดมาอย่างไร ? ผมรับทราบและจะรีบทำรายละเอียดมาชี้แจง
3.ชุดสิทธิประโยชน์เสริมที่ไม่อยู่ในบัตรทอง (แปลว่าปัจจุบันประชาชนต้องออกค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด) ที่พรรคประชาชนเสนอว่า เราสามารถมีแนวทางและกลไกที่จะให้เกิดการร่วมจ่ายได้ เพื่อลดภาระของประชาชนที่มีความจำเป็น มีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย คนที่ไม่เห็นด้วยคือกังวลว่าจะไม่เป็นไปตามหลักถ้วนหน้าที่ทุกคนได้รับสิทธิเท่ากัน ผมรับทราบ และจะนำไปคิดต่อครับ
ผมขอยกตัวอย่างให้เห็นในนโยบายการเลือกตั้ง 2569 พรรคประชาชนเสนอนโยบายว่า ประชาชนที่เป็นผู้ป่วย/ผู้พึ่งพิงระยะยาวจะได้รับการดูแลจาก Care Giver (ที่ผ่านการอบรมและทำงานแบบมืออาชีพ) เป็นชุดสิทธิประโยชน์พื้นฐานเลย 16 ชั่วโมง/สัปดาห์ ส่วนที่เกินกว่านั้น เราก็อยากพัฒนาระบบที่มาร่วมลดค่าใช้จ่ายของประชาชนได้ แบบนี้ครับ
แต่ตามที่แจ้งไว้ ผมรับฟังและจะนำไปคิดเพิ่มเติมครับ
4. เรื่องงบประมาณที่พรรคประชาชนเสนอว่าควรจะเพิ่ม ส่วนใหญ่ไม่ได้เห็นแย้ง แต่บางส่วนอาจตั้งคำถามว่า เรื่องงบประมาณเป็นปัญหาหลักจริงหรือไม่ ? และบางส่วนก็อาจจะอยากรู้ว่างบประมาณส่วนที่เพิ่มนั้นจะหามาได้อย่างไร ? ผมรับทราบและจะนำเสนอรายละเอียดเพิ่มเติมครับ
นอกจากนี้ หากมีข้อท้วงติงหรือข้อห่วงกังวลใด ๆ เพิ่มเติม ที่ผมสรุปไม่ครบถ้วน ท่านเสนอย้ำ/ฝากไว้ได้ ผมพร้อมรับพิจารณาครับผม
ส่วนบางท่านกล่าวว่า พรรคประชาชนควรต้องเลือกข้างใดข้างหนึ่ง ผมขอยืนยัน (เพิ่มอีกข้อ) ว่าผมไม่เลือกข้าง ตอนทำนโยบายเราเน้นว่า “ประชาชนต้องรอด หมอต้องรอด และการคลังสุขภาพต้องรอด” ครับ
บางคนสรุปว่า จุดยืนแบบไม่เลือกข้างคือ ความไร้เดียงสาทางการเมือง ผมขอน้อมรับคำวิจารณ์ดังกล่าว และผมพร้อมแสดงความรับผิดชอบทางการเมือง หากความไร้เดียงสาดังกล่าวของผมจะทำให้ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าเสียหาย หรือแม้ยังไม่เสียหาย แต่แม้เพียงมีแนวโน้มจะเสียหาย ผมก็พร้อมรับผิดชอบทันทีเช่นกันครับ
ขอขอบคุณทุกเสียงวิจารณ์ เสียงห่วงกังวล และกำลังใจครับ และขออภัยที่ตอบด้วยตนเองช้าไปครับ