ฟังเสียงคนขับตุ๊กตุ๊ก: หลังรัฐชงห้ามรถสันดาปวิ่งเกาะรัตนโกสินทร์ ‘มลพิษ’ หรือ ‘เหยื่อ’ การจัดระเบียบ ?
สัมภาษณ์: โดยสุวัฑ แซงลาด
กลายเป็นกระแสถกเถียงอย่างหนักในวงการขนส่งและการท่องเที่ยว หลังกรมการขนส่งทางบกเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎกระทรวง กำหนดเขตห้ามรถสามล้อรับจ้าง (ตุ๊กตุ๊ก) เครื่องยนต์สันดาปเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครชั้นใน โดยเฉพาะโซนพระบรมมหาราชวังและโบราณสถาน เพื่อควบคุมมลพิษทางเสียงและอากาศ โดยมุ่งเน้นเว้นช่องให้เฉพาะ “ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV)” และช่วงเวลาที่เจ้าพนักงานจราจรกำหนดเท่านั้น
ในมุมมองของผู้ประกอบการและคนขับที่หาเช้ากินค่ำ ร่างกฎเกณฑ์นี้กำลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นการแก้ปัญหามลพิษที่ถูกจุด หรือกลายเป็น “สึนามิลูกใหม่” ที่เข้ามาซ้ำเติมวิกฤตเศรษฐกิจของกลุ่มคนหาเช้ากินค่ำกันแน่ “ท็อฟฟี่” ผู้ก่อตั้งชมรม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand และผู้ประกอบการในวงการรถตุ๊กตุ๊ก ได้สะท้อนมุมมองเชิงลึกถึงผลกระทบสะเทือนโครงสร้างอาชีพ เสน่ห์ Soft Power ในสายตาต่างชาติ ตลอดจนทางออกที่รัฐควรมองให้รอบด้านก่อนการบังคับใช้
ข้อเท็จจริงที่รัฐมองข้าม: ในเมืองชั้นในคือ “แก๊ส LPG 100%” ไม่ใช่น้ำมัน
ประเด็นแรกที่ผู้ประกอบการอยากให้สังคมและภาครัฐทำความเข้าใจตรงกันคือ ปัจจุบันรถตุ๊กตุ๊กรับจ้างที่วิ่งในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน จากยอดจดทะเบียนทั้งหมดราว 8,000 กว่าคัน และวิ่งจริงหลายพันคัน “ไม่มีรถใช้น้ำมันวิ่งเลย” โดยทั้งหมดได้เปลี่ยนมาใช้ระบบแก๊ส LPG เกือบ 100% มานานแล้ว แม้ตามกฎหมายจะจัดอยู่ในหมวดเครื่องยนต์สันดาปภายในเหมือนกัน แต่ในแง่ของมลพิษทางอากาศ โดยเฉพาะควันดำแทบไม่มีผลกระทบ สามารถสุ่มตรวจไอเสียได้ทันที
ขณะที่สัดส่วนของรถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า (EV) ในปัจจุบัน แม้จะมีบริษัทเอกชนพัฒนานำมาวิ่งรับงานผ่านแอปพลิเคชัน แต่สุดท้ายก็นำมาปล่อยเช่าในราคาประมาณวันละ 700 บาท ซึ่งผู้เช่าส่วนใหญ่ยังคงเป็นคนไทย ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติตลาดหลักแทบไม่เรียกใช้บริการ ทำให้ภาพรวมการเปลี่ยนผ่านในพื้นที่จริงยังไม่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
ข้อจำกัดเปลี่ยนผ่านสู่ EV: ภาระหนี้โควิด และต้นทุนที่ไร้การอุ้ม
หากพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถไฟฟ้าตามแนวนโยบายรัฐ ปัญหาใหญ่ที่สุดในทางปฏิบัติคือ “เงินทุน” คนขับส่วนใหญ่ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย ไม่ใช่เจ้าของรถ หรือหากเป็นเจ้าของก็ยังติดภาระหนี้สินเดิม เนื่องจากช่วงวิกฤตโควิด-19 ระบบวงการตุ๊กตุ๊กล้มลงไปทั้งหมด เถ้าแก่ยึดรถคืนเป็นจำนวนมาก โดยรถตุ๊กตุ๊ก 1 คันเมื่อรวมดอกเบี้ยผ่อนชำระแล้ว มูลค่าสูงถึง 7-8 แสนบาท
“คนขับมากกว่า 85% ยังผ่อนรถคันเดิมไม่หมด หลังเปิดประเทศเพิ่งตั้งหลักกลับมาผ่อนกันใหม่ได้แค่ 3 ปีกว่า ยังไม่พ้นระยะสัญญาผ่อน 5 ปีเลย คนหาเช้ากินค่ำไม่ได้มีเงินเก็บมากมาย หากรัฐบังคับใช้แบบปุบปับกระทบ 100% ถามว่าเขาจะเอาเงินทุนจากไหนไปเปลี่ยนรถใหม่”
นอกจากนี้ เรื่องมาตรฐานระบบ EV ทั้งระยะเวลาการชาร์จ ระยะทางวิ่งต่อรอบ ค่าบำรุงรักษา ตลอดจนความปลอดภัยเรื่องแบตเตอรี่ ก็ยังเป็นข้อกังวลหลัก ซึ่งหากไม่มีมาตรการอุดหนุนหรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำจากภาครัฐเข้ามาอุ้ม การเปลี่ยนผ่านนี้แทบเป็นไปไม่ได้เลยสำหรับคนขับทั่วไป
มลพิษทางเสียงแก้ไขได้ด้วยกฎหมายเดิม “ห้ามวิ่ง” หรือแค่ “จับจริง”?
ต่อกรณีที่กรมการขนส่งทางบกอ้างเหตุผลเรื่องการจัดระเบียบมลพิษทางเสียงและอากาศ ฝั่งผู้ประกอบการมองว่า เรื่องมลพิษทางอากาศเป็นเพียงข้ออ้าง เพราะรถแก๊สไม่มีควันดำ หากต้องการแก้ปัญหามลพิษในเมืองหลวงจริง ควรไปสุ่มตรวจรถของหน่วยงานรัฐ เช่น รถเมล์ ขสมก. ที่ส่งผลกระทบชัดเจนกว่า
ส่วนประเด็น “มลพิษทางเสียง” แม้จะปฏิเสธไม่ได้ว่ามีรถบางคันดัดแปลงท่อไอเสียจนเสียงดังเกินมาตรฐาน แต่การแก้ปัญหาด้วยการ “สั่งห้ามวิ่ง” ทั้งหมด ถือเป็นการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ เนื่องจากกฎหมายควบคุมระดับเสียงและมาตรการกักตรวจสภาพมีบังคับใช้อยู่แล้ว หากเจ้าหน้าที่เข้มงวดในการกักตรวจ ตั้งด่านจับกุม และบังคับใช้อย่างจริงจัง ก็สามารถแก้ปัญหาได้โดยไม่ต้องทำลายอาชีพของคนหาเช้ากินค่ำ
สำหรับข้อยกเว้นเรื่อง “การผ่อนผันตามช่วงเวลาที่จราจรกำหนด” ไม่สามารถช่วยเยียวยารายได้ได้จริง เนื่องจากช่วงชั่วโมงเร่งด่วนและช่วงเวลาท่องเที่ยวคือช่วงทำมาหากินหลัก โดยธรรมชาติรถตุ๊กตุ๊กจะวิ่งเฉพาะในโซนเศรษฐกิจ เช่น สยาม รอบวัดพระแก้ว สุขุมวิท สีลม และพัฒน์พงษ์ หากห้ามเข้าพื้นที่ดังกล่าว รายได้หลักของคนขับจะหายไปทันที

Soft Power ที่ต่างชาติจ่ายเงินซื้อ คือ “เสน่ห์ดั้งเดิม” ไม่ใช่รถไฟฟ้า
ในมุมมองด้านการท่องเที่ยวและอัตลักษณ์ รถตุ๊กตุ๊กไทยถือเป็นหนึ่งใน Soft Power สำคัญ จากประสบการณ์การสัมผัสและทำคอนเทนต์ร่วมกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มยุโรปและเวียดนาม พบว่าสิ่งที่นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางมาสัมผัสคือ “เสน่ห์แบบดั้งเดิม” ทั้งรูปทรง และเสียงเครื่องยนต์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว
“รถไฟฟ้าที่ประเทศเขาก็มีเยอะแยะ ต่างชาติไม่ได้บินมาไทยเพื่อนั่งรถ EV แต่เขาต้องการมานั่งรถตุ๊กตุ๊กไทยเพราะเสน่ห์ดั้งเดิมที่ไม่มีที่ไหนในโลก ถ้าวันหนึ่งเปลี่ยนเป็น EV ทั้งหมด เอกลักษณ์ตรงนี้จะหายไป”
ความนิยมในเสน่ห์ดั้งเดิมนี้ยังเห็นได้จากกิจกรรมของชมรม Tuk Tuk Racing CLUB Thailand ที่จัด มีตติ้งรถตุ๊กตุ๊กในสนามปิดถูกต้องตามกฎหมายปีละครั้ง เพื่อดึงคนขับและวัยรุ่นออกจากถนนหลวง ซึ่งได้รับความสนใจจากยูทูบเบอร์และสื่อต่างชาติอย่างมาก สะท้อนว่าวัฒนธรรมรถตุ๊กตุ๊กไทยมีมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในตัวเอง
ข้อเสนอถึงภาครัฐ: ไม่ใช่ออกกฎห้าม แต่ต้อง “จัดระเบียบและเยียวยา”
ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายต่อภาครัฐ หากต้องการจัดระเบียบพื้นที่เมืองชั้นในอย่างยั่งยืน รัฐควรทบทวนมาตรการและใช้การประนีประนอมด้วยการ “ตั้งด่านจัดระเบียบอย่างเข้มงวด” แทนการสั่งห้ามวิ่ง แต่หากยืนยันจะผลักดันร่างกฎกระทรวงนี้จริง จำเป็นต้องมีมาตรการรองรับที่ชัดเจนใน 3 ด้านหลัก:
- การอุดหนุนงบประมาณ: จัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำพิเศษ หรืออุดหนุนส่วนต่างราคาสำหรับการเปลี่ยนผ่านไปสู่รถ EV
- การปรับโครงสร้างหนี้: เข้ามาช่วยประสานงานประนอมหนี้เดิมของคนขับที่ยังติดสัญญาผ่อนคันเก่ากับทางสหกรณ์หรือเถ้าแก่
- ระยะเวลาผ่อนปรน (Soft Landing): กำหนดช่วงเวลาปรับตัวอย่างน้อย 3-5 ปี ตามรอบสัญญาผ่อนรถเดิม ไม่ใช่ออกกฎบังคับใช้แบบปุ๊บปั๊บ
“กลุ่มคนขับรถตุ๊กตุ๊กส่วนใหญ่เป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาหาเช้ากินค่ำสุจริต พวกเขาไม่ได้ร่ำรวยและพร้อมที่จะปฏิบัติตามกฎหมาย แต่ขอให้รัฐเน้นการจัดระเบียบ ปราบปรามคันที่ทำผิดกฎหมายเรื่องเสียงอย่างจริงจัง ดีกว่าการออกกฎแล้วสั่งห้ามทุกคนวิ่ง ซึ่งเป็นการทำลายทั้งอาชีพ และเสน่ห์การท่องเที่ยวของไทย” ท็อฟฟี่ กล่าวทิ้งทาย