เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
News กทม. เดินหน้า Open Government “เปิดเผยเป็นหลัก ปกปิดเป็นข้อยกเว้น”
ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
World ดัชนี Core CPI สหรัฐเดือนส.ค. ปรับเพิ่มเล็กน้อย
“ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
เศรษฐกิจภูมิภาค “ช้างม่อยโมเดล” ดึง Street Art ฟื้นฟูย่านเก่า ดันเศรษฐกิจชุมชนจากฐานราก
หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
Biz Movement หอการค้าตราด ผนึกBCL–เพลินพัฒนา ยกระดับการศึกษา “Trat Model” สร้างคนรับเศรษฐกิจอนาคต
รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
Politics รัฐบาล เร่งจัดระเบียบใหม่ “ดาต้าเซ็นเตอร์” ต้องไม่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง
ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
Politics ราชกิจจาฯ ประกาศแต่งตั้งนายทหาร 805 นาย มีผล 1 ต.ค. 2569
หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
Finance หุ้นไทยปิดสัปดาห์ดิ่งตามหุ้นนอก ต่างชาติเททิ้งกว่า 3,137 ล้าน ลุ้นตัวเลข CPI คืนนี้
สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
Finance สรรพากร ไขปม วัดดังอยุธยา อยู่ในระบบ e-Donation หรือไม่ ?
ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
Finance ก.ล.ต.เร่งปิดคดีตลาดทุน ไม่เกิน 2 ปี พร้อมลุยเพิ่มอำนาจคุม Short Sell
ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (11 ก.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณ 68,850 บาท
ดูทั้งหมด

eSIM Vacay : เมื่อ Tech ไม่ใช่แค่เครื่องมือ แต่คือหัวใจของประสบการณ์นักเดินทาง

11 ก.ย. 2569 | 16:42น.
EXCLUSIVE
เรื่อง : พฤฒินันท์ สุดประเสริฐ
ภาพ : ภูริณัฐ พูลธัญกิจ

ในทุก ๆ ปี ปริมาณการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทยมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงคือพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ก้าวเข้าสู่ยุค Digital Traveler อย่างเต็มรูปแบบ และ ‘อินเทอร์เน็ต’ กลายเป็นสิ่งสำคัญ และกลายเป็นปัจจัย 4 ยุคใหม่ในการไปต่างประเทศ ตั้งแต่การเสิร์ชหาข้อมูล แชทคุยกัน จนถึงการใช้รับ-ส่งข้อมูล

และท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่รวดเร็ว กลายเป็นโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ โดยเฉพาะบริการซิมอินเทอร์เน็ตสำหรับเดินทางต่างประเทศ ที่สอดรับความต้องการของนักเดินทางในปัจจุบัน

“ประชาชาติธุรกิจ” มีโอกาสคุยกับ สิทธิเดช เทพเอื้อตระกูล Managing Director บริษัท เวเคย์ แทรเวิล จำกัด ผู้ให้บริการ eSIM สำหรับการเดินทางไปต่างประเทศ แบรนด์ Vacay (เวเคย์) เพื่อรู้จักและเรียนรู้เส้นทางของการเปลี่ยนประสบการณ์ความยุ่งยากส่วนตัวในการเดินทาง ให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ

เริ่มต้นพัฒนาจาก Pain Point

สิทธิเดช เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Vacay ว่า ไม่ได้เกิดจากคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวมาตั้งแต่ต้น หากแต่เกิดจากประสบการณ์และปัญหาที่พบเจอด้วยตัวเอง ในฐานะนักเดินทางที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยครั้ง และประสบปัญหาเรื่องสัญญาณอินเทอร์เน็ตมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นค่าบริการอินเทอร์เน็ตโรมมิ่งที่สูงมากในยุคก่อนโควิด-19 หรือความยุ่งยากจากการซื้อซิมการ์ดท้องถิ่นที่บางครั้งให้คุณภาพไม่ตรงตามที่เห็น ประกอบกับความจำเป็นที่ต้องใช้อินเทอร์เน็ตปริมาณมากในการประชุมและทำงานออนไลน์ข้ามประเทศอยู่ตลอดเวลา

ก่อนหน้าจะมาเป็นแบรนด์ Vacay ทีมงานมีความเชี่ยวชาญในฐานะบริษัท Software House มายาวนานกว่า 10 ปี โดยทำหหน้าที่พัฒนาระบบ e-Commerce Ecosystem ให้กับองค์กรชั้นนำในประเทศไทย

เมื่อเริ่มรู้จักกับเทคโนโลยี eSIM (Embedded SIM) จึงเกิดแรงบันดาลใจในการศึกษาโครงสร้างระบบอย่างจริงจัง เพื่อนำความรู้ด้านซอฟต์แวร์ที่มีมาแก้ Pain Point ด้านการสื่อสารของตนเองและนักเดินทางคนไทย แม้ว่าเทคโนโลยี eSIM จะมีขึ้นมาก่อนวิกฤตการณ์โควิด-19 แต่เนื่องจากมาตรการจำกัดการเดินทางในขณะนั้น ทำให้ผู้บริโภคยังไม่คุ้นเคยกับการใช้ eSIM เพื่อการท่องเที่ยวต่างประเทศ

กระทั่งปี 2023 เมื่อสถานการณ์เริ่มผ่อนคลายและประเทศต่าง ๆ เริ่มเปิดให้ออกเดินทาง ได้นำระบบ eSIM ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้งานจริงในทริปต่างประเทศที่ต้องทำงานออนไลน์ตลอดเวลา เมื่อพบว่าระบบสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ จึงเดินหน้าวิจัยและพัฒนาระบบอัตโนมัติ (Automation System) อย่างเข้มข้นตลอด 1 ปีเต็ม และได้เริ่มต้นแบรนด์ Vacay อย่างเป็นทางการ โดยใช้เทคโนโลยีในการสร้างความสะดวกสบายทั้งฝั่งหน้าบ้านและระบบจัดการหลังบ้าน

บริการครอบคลุม ตั้งแต่ก่อนเที่ยว จนจบทริป

สำหรับบริการของ Vacay ในปัจจุบัน นอกจาก eSIM สำหรับเดินทางต่างประเทศ ยังมีบริการอื่น ๆ ที่ดูแลครอบคลุมประสบการณ์ของนักเดินทาง ตั้งแต่ออกจากบ้าน จนถึงเดินทางกลับบ้าน โดยเฉพาะประกันการเดินทาง ซึ่งมาจากประสบการณ์ตรงเรื่องการบาดเจ็บในต่างประเทศ และมองว่าประกันมีความจำเป็นมาก จึงรวมประกันการเดินทางฟรีในทุกแพ็กเกจ eSIM และลูกค้าสามารถเลือกปรับเพิ่มความคุ้มครองได้ โดยร่วมมือกับ Insurverse (บริษัทประกันภัยออนไลน์ในเครือทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์) เพื่อพัฒนาให้ลูกค้าเข้าถึงประกันการเดินทางได้ง่ายขึ้น

เราอยากให้ลูกค้าตระหนักว่า ไม่ใช่แค่เรื่องตั๋วหรือโรงแรม แต่ ‘ประกัน’ คือปัจจัย 4 อันใหม่สำหรับนักเดินทาง

และยังมีบริการอื่น ๆ เพิ่มเติม ทั้งบริการ Airport Transfer (รถรับส่งสนามบิน) สุวรรณภูมิและดอนเมือง และระบบเปรียบเทียบราคาตั๋วเครื่องบิน เพื่อช่วยลดความผิดพลาดในการจอง

กลายเป็นการดูแลนักเดินทางครบวงจรแบบ End-to-End ตั้งแต่ก้าวออกจากบ้าน ไปสนามบิน เดินทางถึงประเทศปลายทาง จนกระทั่งส่งกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย

พัฒนาให้มั่นใจ

ในแง่ของแนวคิดการพัฒนาบริการ สิทธิเดช เล่าว่า ท่ามกลางภูมิทัศน์การแข่งขันที่มีผู้เล่นหลากหลาย ทั้งแพลตฟอร์มระดับโลกและตัวแทนจำหน่ายทั่วไป Vacay วางตำแหน่งยุทธศาสตร์ของตนเองไว้อย่างชัดเจน โดยไม่ได้เป็นเพียง Travel Marketplace ขนาดใหญ่ที่เน้นปริมาณจนไม่สามารถควบคุมคุณภาพบริการได้ แต่ Vacay เลือกที่จะวางตัวเองเป็น Niche Market และเป็น Tech Infrastructure ที่มุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นเป็นหลัก

ในการให้บริการ eSIM แบรนด์จะทำการคัดสรรและทดสอบสัญญาณเครือข่ายปลายทางอย่างละเอียด
เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าคนไทยจะสามารถเข้าถึงแอปพลิเคชันธนาคารไทย เว็บไซต์ และแอปพลิเคชันที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตได้อย่างราบรื่น เช่นเดียวกับบริการรถรับส่งสนามบินที่เลือกจับมือเฉพาะกับ Supplier ที่ไว้วางใจได้เท่านั้น

ที่สำคัญที่สุดคือการตระหนักว่า แม้จะวางระบบไว้ดีเพียงใด แต่ความผิดพลาดหน้างานในต่างแดนก็สามารถเกิดขึ้นได้เสมอ Vacay จึงจัดเตรียมทีมงานที่เป็น “มนุษย์” คอยให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง
โดยปฏิเสธการใช้แชตบอตหน้าบ้าน เพราะไม่ต้องการให้ลูกค้าที่กำลังประสบปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตในต่างประเทศต้องหมุนวนเจอกับระบบตอบกลับอัตโนมัติ

ความแตกต่างทางธุรกิจของ Vacay ยังสะท้อนผ่านกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง 3 ประการ ตั้งแต่การจัดทีมงานทดสอบการใช้งานแอปพลิเคชันยอดนิยมของไทยกับเครือข่ายต่างประเทศทุกเดือน การสำรองโครงสร้างเครือข่าย (Backup Resource) ครอบคลุม 60–70% ของประเทศที่รองรับทั้งหมดกว่า 200 ประเทศทั่วโลก เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเครือข่ายหลักมีปัญหา ระบบจะสามารถสลับไปใช้เครือข่ายสำรองเพื่อให้นักเดินทางใช้อินเทอร์เน็ตได้เสมอ

และยังมีการรับประกันคืนเงินเต็มจำนวน (Full Refund) หากเกิดปัญหาไม่สามารถใช้งานได้จริงหรือไม่เป็นไปตามความคาดหวัง ตามเงื่อนไขที่กำหนด

กระแส Digital Traveler ดันยอดเติบโต

ปฏิเสธไม่ได้ว่า การมาของเทคโนโลยี ทำให้พฤติกรรมของผู้คนเปลี่ยนไปในทุกกิจกรรม แม้กระทั่งการเดินทางท่องเที่ยว

สิทธิเดช สะท้อนภาพเทรนด์ของการเดินทางว่า นักเดินทางยุคนี้กลายเป็น Digital Traveler เต็มรูปแบบ สามารถ Self-service จองตั๋วและที่พักเองได้ พึ่งพาระบบนำทาง แผนที่ออนไลน์ เช่น Google Maps / Baidu Maps ระบบแปลภาษาแบบเรียลไทม์ และการชำระเงินที่เข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) ทำให้คนกล้าเดินทางเองมากขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพากรุ๊ปทัวร์หรือเอเจนซี่ท่องเที่ยวแบบเดิม

และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของนักเดินทาง ส่งผลให้ปริมาณการใช้อินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อคนต่อวัน เพิ่มขึ้นจากเดิม 2–3 GB พุ่งสูงขึ้นเป็น 4–5 GB ต่อวัน

ปัจจุบัน Vacay มีฐานลูกค้าสะสมเกือบ 400,000 ราย และต้องบริหารจัดการปริมาณการถ่ายโอนข้อมูล (Data Traffic) สูงถึง 500 ถึง 1,000 TB ต่อเดือน ซึ่งเป็นปริมาณมหาศาลที่สะท้อนถึงความถี่ในการใช้งานและความไว้วางใจของผู้บริโภค

เมื่อวิเคราะห์กลุ่มเป้าหมาย พบว่าลูกค้าร้อยละ 70–80 อยู่ในกลุ่มอายุ 25–40 ปี ซึ่งเป็นวัยที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี แต่สิ่งที่สร้างความแปลกใจให้กับทีมบริหาร คือการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของกลุ่มผู้สูงอายุช่วงอายุ 54–64 ปี ที่เปิดรับการใช้งาน eSIM มากกว่าที่คาดการณ์ไว้

อย่างไรก็ตาม มีการพบข้อจำกัดว่า ผู้บริโภคบางกลุ่ม โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ใช้สมาร์ทโฟนบางรุ่น ยังไม่สามารถใช้งานเทคโนโลยี eSIM ได้เนื่องจากอุปกรณ์ไม่รองรับ Vacay จึงได้พัฒนานวัตกรรม Vacay Card ขึ้นมา เพื่อทำหน้าที่เป็นตัวกลางที่ช่วยให้สมาร์ตโฟนเครื่องเดิมสามารถรองรับแพ็กเกจ eSIM ของ Vacay ได้ทันที ซึ่งถือเป็นการแก้ Pain Point และขยายโอกาสทางธุรกิจไปยังกลุ่มผู้ใช้ที่ถูกมองข้าม

นอกจากนี้ แบรนด์ยังได้สร้างกระบวนการรับฟังเสียงสะท้อน (Feedback) โดยร่วมมือกับกลุ่ม KOL และ Influencer ในการทดลองใช้งานจริง ณ ประเทศปลายทางต่าง ๆ ก่อนการเปิดตัวแพ็กเกจสู่สาธารณชน เพื่อนำข้อมูลมาปรับปรุงคุณภาพระบบอย่างต่อเนื่อง

รวมถึงการนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาปรับใช้ เสริมศักยภาพในงานหลังบ้าน (Backend) เป็นหลัก ทั้งการมอนิเตอร์ความเสถียรของระบบ การวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคเพื่อปรับเปลี่ยนแพ็กเกจให้ตรงใจ

AI ในมุมของ Vacay เราจะใช้ในมุมหลังบ้านเป็นหลัก เพื่อเพิ่มงาน automation ส่วนฝั่งหน้าบ้าน ถ้าเน็ตลูกค้าใช้ไม่ได้ เราไม่อยากให้เขามาวนเจอ AI หรือเจอบอทในการตอบ คีย์ของเราคือถ้าลูกค้าอยู่ต่างประเทศแล้ว เราคาดหวังให้เขาได้เจอคนเพื่อช่วยแก้ปัญหา

และจากการนำประสบการณ์ด้านซอฟต์แวร์เฮาส์มาใช้วางรากฐาน Core Platform ตั้งแต่วันแรก และวางโครงสร้างพื้นฐานที่ดีตั้งแต่เริ่มต้น ส่งผลให้ระบบสามารถรองรับการเติบโตที่ก้าวกระโดด จากระดับหลักหมื่นต่อเดือนในช่วงเริ่มต้น ทะยานขึ้นสู่ระดับหลักล้านต่อวัน ในปี 2026

มีบ้านของตัวเอง สร้างความยั่งยืน

ในส่วนของกลยุทธ์การแข่งขัน Vacay ยึดมั่นในปรัชญาการสร้าง “บ้านของตัวเอง” (Own Platform) มาโดยตลอด หลีกเลี่ยงการกระโจนเข้าสู่สงครามราคาบน e-Commerce Marketplace

ผู้บริหาร Vacay ชี้ว่า การไปอาศัยบ้านคนอื่นอยู่นอกจากจะต้องสูญเสียส่วนต่างกำไรแล้ว ยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมประสบการณ์ผู้ใช้งาน (UX) ได้ และการสร้างแพลตฟอร์มของตนเองทำให้แบรนด์สามารถนำงบประมาณที่ประหยัดได้ไปพัฒนาระบบเสริม เช่น ระบบตรวจสอบปริมาณเน็ตคงเหลือ และระบบเติมเงินออนไลน์ ซึ่งสร้างความยั่งยืนและความจงรักภักดีต่อแบรนด์ในระยะยาว

โจทย์ผมเองตั้งแต่วันแรกคือเราไม่พึ่งพา Marketplace ค่อย ๆ ทำแพลตฟอร์มบ้านของเราเอง พอเราเกิดบ้านของเราเอง เราลดการพึ่งพา Marketplace ได้ จะไม่ถูกการแข่งขันด้วยราคา ถือว่าเราควรมีบ้านของตัวเองก่อนสำคัญกว่า เพราะถ้าเราพึ่งพาคนอื่น กลายเป็นว่าเราต้องพึ่งพาเขาตลอด

สำหรับก้าวต่อไปของ Vacay สิทธิเดช กล่าวว่า ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนาบริการใหม่ ๆ ทางด้านการท่องเที่ยวอย่างไม่หยุดยั้ง โดยยังคงยึดหลักการคัดสรรเฉพาะบริการที่บริษัทมั่นใจและควบคุมคุณภาพได้จริง มากกว่าการทำตลาดแบบแมส ที่พยายามมีทุกอย่างแต่ไม่สามารถการันตีความประทับใจได้

พร้อมทั้งวางเป้าหมายสูงสุด คือ การลดความกังวลของนักเดินทางในทุกมิติ เพื่อให้ผู้บริโภคเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุขและเต็มที่กับชีวิต

ตั้งเป้าชัด-อดทน-เข้าใจ

เมื่อถามถึงคำแนะนำสำหรับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างธุรกิจในยุคดิจิทัล สิทธิเดช สะท้อนมุมมองใน 2 ประเด็น เรื่องแรกคือ การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและมีความอดทน เนื่องจากไม่มีความสำเร็จใดที่เกิดขึ้นได้ภายในระยะเวลาอันสั้น การทำความเข้าใจในผลิตภัณฑ์และข้อมูลอย่างถ่องแท้จะสร้างความมั่นใจให้แก่ตนเอง และนำไปสู่ความเชื่อมั่นของลูกค้าในที่สุด

เรื่องถัดมาคือ การวางตำแหน่ง AI ในการทำงานอย่างถูกต้อง ผู้ประกอบการต้องนำ AI มาใช้เป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องทำความเข้าใจถึงกระบวนการคิดและหลักการเบื้องหลังของระบบอย่างแท้จริง ไม่ปล่อยให้ AI กลายเป็นผู้นำความคิดหรือทำหน้าที่แทนมนุษย์โดยขาดการไตร่ตรอง

เป้าหมายต้องชัด อดทน และใช้เวลา ไม่มีอะไรสำเร็จได้ในวันสองวัน… อยากให้คนที่เริ่มทำธุรกิจเอา AI มาช่วย ให้เข้าใจในหลักคิดของ AI ทำไมมันถึงคิดแบบนี้ ไม่ใช่ AI เป็นคนนำเราทำงาน