สหรัฐครอง AI แต่ทำไม ‘หุ่นยนต์ 97% ของโลก’ คือจีน คาดปี 2030 ส่งมอบ 5 แสนตัว
จีนผงาดครองตลาด Humanoid Robot ทั่วโลก ทิ้งห่างสหรัฐ ด้วยส่วนแบ่งส่งมอบสูงถึง 97% ในครึ่งปีแรก 2026
รายงานวิจัยล่าสุด SAG Robotics 360 โดย Smart Analytics Global (SAG) เผยยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ (Humanoid Robot) ทั่วโลกในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 (1H 2026) สูงถึง 19,100 ตัว เติบโตไว 272% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า (5,100 ตัว)
ที่เกินคาดสุดคือ ผู้ผลิตจากประเทศจีนกวาดส่วนแบ่งยอดส่งมอบหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ทั่วโลกไปมากกว่า 97% ขณะที่ดีมานด์การใช้งานภายในประเทศจีนก็สูงเกินกว่า 85% ของโลก ฉายภาพประเทศผู้บุกเบิกและยึดฐานการผลิตในสมรภูมิหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์อย่างเบ็ดเสร็จ

AGIBOT ขึ้นแท่นอันดับ 1 ของโลก แซง Unitree

- อันดับ 1 AGIBOT : ทำยอดส่งมอบพุ่งทะยานราว 8,400 ตัว (เติบโตขึ้น 562% YoY) ขยับส่วนแบ่งตลาดโลกจาก 25% ขึ้นมาอยู่ที่ 44% ด้วยไลน์สินค้าที่ครบครัน ทั้งซีรีส์ A (สองขาขนาดใหญ่), ซีรีส์ X (สองขาครึ่งตัว) และซีรีส์ G (แบบมีล้อ) พร้อมเร่งขยายตลาดสู่อยุโรป เช่น อังกฤษและเยอรมนี
- อันดับ 2 Unitree : แม้จะเติบโตถึง 170% YoY ด้วยยอดส่งมอบราว 5,900 ตัว (ส่วนแบ่งตลาด 31%) แต่ต้องตกมาอยู่อันดับสอง โดยหุ่นยนต์รุ่นสร้างชื่อคือรุ่น G1 (มียอดผลิตสะสมแตะ 11,000 ตัวแล้ว)
- อันดับ 3-5 : ได้แก่ Galbot (ราว 900 ตัว เน้นแบบมีล้อในเชิงพาณิชย์), UBTECH (ราว 700 ตัว จากซีรีส์ Walker) และ Leju (ราว 600 ตัว จากซีรีส์ KUAVO)
เพียงแค่สองบริษัท AGIBOT- Unitree นี้รวมกันก็ครอบครองส่วนแบ่งตลาดหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์โลกไปแล้วถึงประมาณ 75%
ทำไมสหรัฐนำ AI แต่จีนยึดตลาดหุ่นยนต์ 97% ?
แม้สหรัฐอเมริกาจะกุมความได้เปรียบเชิงโครงสร้างด้านซอฟต์แวร์ ชิปประมวลผล และ AI Models ร่วมกับ Physical AI แต่จีนสามารถครองปริมาณการผลิต (Hardware Scale) ได้เหนือกว่าด้วย 3 เหตุผลหลัก
- Supply Chain และ Ecosystem แข็งแกร่ง : ช่วยให้สามารถบริหารและดึงต้นทุนการผลิต Hardware ให้ต่ำลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จีนได้ประโยชน์จากฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV) ซึ่งสามารถต่อยอดชิ้นส่วนสำคัญอย่าง มอเตอร์, แบตเตอรี่, เซ็นเซอร์ และระบบควบคุมได้ในต้นทุนที่ต่ำและรวดเร็ว
- การสนับสนุนจากภาครัฐ : นโยบายอุตสาหกรรม การระดมทุนมหาศาล และกระแสการเตรียมเข้าตลาดหุ้น (IPO) ของสตาร์ตอัพเทคโนโลยี บวกกับ ความต้องการภายในประเทศ เพราะจีนเป็นผู้ซื้อรายใหญ่ที่สุด ครองสัดส่วน Demand ความต้องการใช้งาน Humanoid Robot สูงถึงกว่า 85% ของโลกในช่วงครึ่งปีแรก
- สนามทดลองจริง : จีนมีภาคการผลิต โลจิสติกส์ และคลังสินค้าขนาดใหญ่ที่พร้อมเปิดรับหุ่นยนต์เข้าไปทดลองทำงานในสภาพแวดล้อมจริง
รายงานระบุว่า มากกว่า 70% ของหุ่นยนต์ที่ส่งมอบในครึ่งแรกปี 2026 ถูกนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและการพาณิชย์ (เพิ่มขึ้นจาก 50% ในปีก่อน) เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถวัดผลผลิตและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจได้ชัดเจน
ในทางกลับกัน กลุ่มหุ่นยนต์รับใช้ในบ้านทั่วไป (General-purpose Home-service) SAG คาดว่าจะยังไม่สามารถเข้าสู่ตลาดแมสได้ภายใน 5 ปีนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมในบ้านมีความซับซ้อนและคาดเดายากสูง
คาดการณ์ปี 2030 ยอดส่งมอบโลกแตะ 500,000 ตัว

SAG ประเมินทิศทางอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวมานอยด์ไว้ว่า
ปี 2030 : ยอดส่งมอบทั่วโลกคาดว่าจะสูงถึง 500,000 ตัว เมื่อการใช้งานในภาคอุตสาหกรรมมีความเสถียรและคุ้มค่าอย่างแพร่หลาย
ปี 2026 : ยอดส่งมอบทั่วโลกจะเข้าใกล้ 60,000 ตัว (เติบโตเกือบ 3 เท่าจากปีก่อน) สร้างรายได้ราว 1.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ
ปี 2027 : รายได้อุตสาหกรรมจะขยับขึ้นแตะเกือบ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 0.52% – 0.53% ของ GDP ประเทศไทย