เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
Real Estate กทม.ขยาย ‘ถนนซอยปลูกจิต’ เป็น 4 เลน เชื่อมโครงข่าย บรรเทารถติด ‘วิทยุ-พระรามที่ 4’
TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
Real Estate TITLE อวดรายได้พุ่ง 119% มั่นใจยอดขายแตะ 6 พันล้าน Q4 เปิดตัวคอนโดหาดใหม่
ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
Real Estate ออริจิ้น x สมิติเวช ผุดเฮลท์คอมมูนิตี้ เสิร์ฟแพ็กเกจสุขภาพดูแลลูกบ้าน 3 ปี
‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
World ‘ไบแนนซ์’ กับเกาหลีเหนือ
กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
Business กาแฟพันธุ์ไทย 14 ปี ชงมุก-ชงเมนู D.I.Y. ดึงคนต่างเจนร่วมสร้างแบรนด์
TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
Economic TCS เผยผลศึกษา AI ในองค์กรชี้มีเพียง 10% ที่ยอมให้ AI ทำงานโดยไร้คนควบคุม
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
Real Estate เรนวูด ปาร์ค ปักธง PARK11 คอมมูนิตี้ของคนรักสัตว์ เติมเต็มไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่
‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
Economic ‘สรรเพชญ’ ถก ‘ศิริราช’ พัฒนา Medical Park ย่านสถานีรถไฟธนบุรี สู่ฮับสุขภาพ
เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
Finance เอสเอ็มอีไทยน่าห่วง NPL พุ่ง 9.9% กสิกรชี้ทางรอด เชื่อม Future Supply Chain
ดูทั้งหมด

ประมวลเหตุ สำนักงานศาลปกครอง X สำนักงาน กสทช.

04 ก.ย. 2569 | 20:01น.

สำนักงาน กสทช. โต้วุ่น หลังสำนักงานศาลปกครอง เตือน เอกสารข่าวขัดเนื้อหาวินิจฉัย-คำสั่งศาลฯ คดีระหว่าง “นพ. สรณ” และ คณะกรรมการสรรหา กสทช. จ่อดำเนินคดีตามกฎหมาย 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลปกครองสูงสุด กลับคำสั่งศาลปกครองชั้นต้น (2 ก.ย.) และให้รับคำฟ้องของนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้อง และคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (คณะกรรมการสรรหา กสทช.) ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดี พิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการไม่ชอบด้วยกฎหมาย 

โดย นพ.สรณ ได้ร้องว่า คณะกรรมการฯ ดังกล่าวไม่มีอำนาจทางกฎหมาย ในการพิจารณคุณสมบัติการเป็นประธาน กสทช. ทำให้ปมคุณสมบัติที่ยังไม่ชัดเจนของ “นพ.สรณ” เป็นชนวนเหตุให้เกิดการล่มประชุม บอร์ด กสทช. 8 ครั้ง 

การรับคำฟ้องของ ศาลปกครองสูงสุด ทำให้เกิดความแย้งอีก กล่าวคือ

ฝั่ง นพ. สรณ ประกาศน้อมรับคำสั่งและยืนยันลุยงานต่อ โดยตีความว่าตนเองยังมีอำนาจเป็นประธานนั่งหัวโต๊ะ เพราะกระบวนการยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งอย่างเป็นทางการ

ขณะที่ฝั่ง กสทช. 3 ราย ได้แก่ ศ.กิตติคุณ พิรงรอง รามสูต, พลอากาศโท ดร.ธนพันธ์ หร่ายเจริญ และ รศ.ดร.ศุภัช ศุภชลาศัย กลับมองตรงกันข้ามว่า ศาลเพียงแค่ “รับคำฟ้องไว้พิจารณา” เท่านั้น ไม่ได้สั่งคุ้มครองชั่วคราวให้กลับมาทำงานได้ ดังนั้น สถานะตามมติคณะกรรมการสรรหาฯ เดิมถือว่าพ้นตำแหน่งไปแล้ว นพ.สรณ จึงไม่มีอำนาจทำหน้าที่ประธาน

และเมื่อวันที่ 3 ก.ย.ยังกระทุ้งให้ สำนักงาน กสทช. เร่งจัดประชุมกรรมการ 6 คนที่เหลือโดยไม่มี นพ.สรณ เพื่อไม่ให้งานราชการสะดุด 

ขณะเดียวกัน ในวันที่ 3 ก.ย. ฝั่งสำนักงาน กสทช. มีการออกข่าวแจงข้อมูล “เอกสารข่าวฉบับที่ 85/2569” เผยแพร่ข้อมูลคำสั่งศาลปกครองสูงสุด เนื้อหาด้านในเน้นเขียนถึงเหตุผลทำนองว่า “หากให้ นพ.สรณ หยุดปฏิบัติหน้าที่ความเสียหายจะลุกลาม” และ “ไม่ควรตีความยึดโยงผลที่จะตามมา” 

ต่อมาช่วงกลางวันของ 4 ก.ย. สำนักงานศาลปกครอง ออกแถลงการณ์ด่วน ชี้แจงว่าเอกสารข่าวที่สำนักงาน กสทช. เผยแพร่เมื่อวันที่ 3 กันยายน “ไม่ตรงกับความเป็นจริงและคลาดเคลื่อนอย่างร้ายแรง” เนื้อหาบางส่วนในเอกสารข่าว กสทช. เหล่านั้นเป็น คำกล่าวอ้างในใบยื่นอุทธรณ์ของ นพ.สรณ เอง ไม่ใช่เหตุผลแห่งคำวินิจฉัยของศาล การนำข้อความบางส่วนไปตัดทอนเผยแพร่บิดเบือนอาจเป็นการฝ่าฝืนกฎหมาย และศาลเตรียมดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดกับผู้เกี่ยวข้อง

(รายละเอียดเนื้อหา ตามเอกสารที่ปรากฎด้านล่าง โปรดอ่านเพิ่มเติม)

ต่อมาในช่วงหัวค่ำ ล่าสุด สำนักงาน กสทช. ได้ออกเอกสาร “ชี้แจงกรณี สำนักงาน กสทช. ให้ข้อมูลเกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดรับฟ้องคดีนายแพทย์สรณ”

เนื้อหาระบุว่า

สำนักงาน กสทช. ขออภัยในความคลาดเคลื่อนและขอแก้ไขข่าวสำนักงาน กสทช. เกี่ยวกับคำสั่งศาลปกครองสูงสุดเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 คดีระหว่างนายสรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ผู้ฟ้องคดีและคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดี ดังนี้ 

1) คดีนี้เป็นกรณีที่นายแพทย์สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ยื่นฟ้องคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าไม่มีอำนาจในการพิจารณา ตามมาตรา 18 แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ ที่จะพิจารณาให้กรรมการซึ่งมีคุณสมบัติต้องห้ามตามมาตรา8(2) ได้เนื่องจากอำนาจของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ได้สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่นายกรัฐมนตรีได้นำรายชื่อขึ้นกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง และมีคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษาของผู้ฟ้องคดีด้วย 

2) ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งในวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เห็นว่าผู้ฟ้องคดียังไม่ได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายหรืออาจจะได้รับความเดือดร้อนหรือความเสียหายอันนี้อาจหลีกเลี่ยงได้ จึงไม่รับฟ้องคดีนี้ไว้ และไม่จำต้องพิจารณาคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนพิพากษาของผู้ฟ้องคดี จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ 

3) ผู้ฟ้องคดียื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด ในประเด็นที่เกี่ยวกับว่าผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ที่ได้รับความเสียหายแล้วเนื่องจากเกิดจากคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ว่าให้พ้นจากตำแหน่งทั้งที่คณะกรรมการสรรหาไม่มีอำนาจที่จะดำเนินการในเรื่องนี้เลย 

4) ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งลงวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กลับคำพิพากษาของศาลปกครองกลาง ว่าให้รับฟ้องคดีของผู้คดีไว้พิจารณาและมีคำสั่งในเรื่องคำขอเกี่ยวกับมาตรการหรือวิธีการชั่วคราวก่อนพิจารณาคดีของผู้ขอต่อไป

 5) สำหรับในเนื้อหาของการพิจารณาคดีของศาลปกครองสูงสุด ยังไม่ได้มีการวินิจฉัยว่าคณะกรรมการสรรหา กสทช. มีอำนาจหรือไม่มีอำนาจแต่อย่างใด และเนื้อหาในบางส่วนที่มีการกล่าวถึงว่าผู้ฟ้องคดีไม่มีคุณสมบัติตามมาตรา 8(2) นั้น เป็นการกล่าวอ้างถึงคำวินิจฉัยของคณะกรรมการสรรหา กสทช. เพื่อจะได้มีคำสั่งว่าผู้ฟ้องคดีได้รับการกระทบสิทธิแล้วเท่านั้น ซึ่งในที่สุดศาลปกครองสูงสุดก็มีคำสั่งว่าให้รับคำฟ้องของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณาดังกล่าว

ดังนั้นสำนักงาน กสทช. จึงขอเรียนว่า สำนักงาน กสทช. น้อมรับคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดในการที่จะให้การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมที่กำลังดำเนินต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงาน กสทช. ขอยืนยันการยึดหลักปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งเป็นแนวทางที่ตรงกับระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้แจ้งเวียนเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 เพื่อเวียนย้ำหนังสือแนวปฏิบัติปี 2564 และ ปี 2561 ซึ่งหากกระบวนการยุติธรรมยังไม่สิ้นสุด หรือมีข้อโต้แย้งทางกฎหมายตามที่ยังไม่ถึงที่สิ้นสุดกระบวนการ ไม่ควรดำเนินการใดๆ ที่จะกระทบต่อการทำงานของบุคคลนั้น รวมถึงทุกเรื่องที่ยังอยู่ในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งหากกระบวนการยังไม่ถึงที่สิ้นสุดก็ย่อมไม่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

เอกสารข่าว กสทช.
เอกสารข่าว ศาลปกครอง
เอกสารชี้แจง ของ สนง.กสทช.

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กสทช.