‘ทวี’ ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ชี้ 4 ข้อทำให้โปรงใส
ทวี ซัดงบฯ 70 ไม่ตอบโจทย์ประชาชน ยกทุจริตสอบท้องถิ่น เสนอใส่ “หลักนิติธรรม” ล็อกงบฯ บอก งบที่ดีไม่ใช่แค่จ่ายครบ ชี้ช่อง 4 ข้อทำงบโปรงใส ก่อนสภาโหวตยึดร่างเดิม
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เป็นพิเศษ วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 วาระ 2 ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม
ช่วงแรก นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ปี 2570 ได้เสนอรายงานการพิจารณาต่อที่ประชุมสภาฯ
จากนั้น พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ได้ขอสงวนคำแปรญัตติต่อชื่อร่างพระราชบัญญัติ ประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 ตนได้สงวนเปลี่ยนชื่อเป็น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม งบประมาณที่ดีไม่ใช่แค่จ่ายครบ แต่ต้องทำงานสำเร็จแล้วประชาชนมีชีวิตที่ดีขึ้น เงินทุกบาทต้องตรวจสอบได้
หลักนิติธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นที่สุดสำหรับงบประมาณ เนื่องจากงบประมาณที่ผ่านมา เราไปติดยึดกับยุทธศาสตร์ชาติ เวลาจะจัดงบประมาณตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เราจะบอกว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติแล้วพบว่า วันนี้ไม่ว่าจะหน่วยราชการหรือบุคคลต่าง ๆ เดินเข้าไปที่หน่วยรับงบประมาณ จะเห็นว่าเกิดความเหลื่อมล้ำมากที่สุดเกิดความยากจนมากที่สุด
ที่สำคัญงบประมาณไม่ตอบสนองความต้องการของประชาชน เพียงแต่ใช้งบประมาณเสร็จ แต่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ การที่ตนวางหลักเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมนั้นอย่างน้อยที่สุดงบประมาณ ตั้งแต่การจัดเก็บตั้งงบและใช้ จะต้องมีหลักการที่ส่งเสริมป้องกันการทุจริตไว้ด้วย ในงบประมาณที่ตั้งไว้ครั้งนี้เราจะพบว่ามีงบประมาณที่เกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ ยังไม่รวมท้องถิ่นเราใช้งบถึง 37.9%
พ.ต.อ.ทวี ยังกล่าวว่า ที่ตนขอเปลี่ยนชื่อเป็น ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม เพราะว่าจะเป็นเข็มทิศที่จะล็อคเรื่องงบประมาณของปีนี้ และตนเห็นว่ารัฐมนตรีมารายงานในสภาเรื่องการจัดเก็บงบประมาณ มีการประมาณการว่าจะเก็บภาษีได้ 3 ล้านล้านบาทในปี 2568 ซึ่งสภาก็เชื่อ แต่พอเชื่อแล้วทำไม่ได้ก็ต้องไปกู้ ตนจึงคิดว่าถึงเวลาที่ต้องไปตรวจสอบ ความรับผิดชอบของคนที่มาจัดทำงบประมาณแล้วมาอ้างต่อสภาว่าจะจัดเก็บงบประมาณได้เท่าไหร่
“การใช้งบไม่ธำรงหลักนิติธรรม เอาแค่ง่าย ๆ แค่ทุจริตการสอบเข้าข้าราชการท้องถิ่น ผู้แทนของท่านปกรณ์มาชี้แจงว่า ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยโดย กสถ. เข้าไปแก้ไฟล์เกือบ 6,000 ครั้ง ความผิดทำสำเร็จแล้วแต่ตอนหลังเกิดความย่ามใจ กลัวคนมาร้องเรียน แต่งชุดข้าราชการไปแก้ไขคำตอบ เมื่อความเชื่อมั่นในระบบราชการมันล้มเหลว ดังนั้นผมจึงคิดว่าการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมควรจะนำมาเขียน “
พ.ต.อ.ทวี ยังได้เสนอแนวทางการธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรม คือ 1.ส่งเสริมความโปร่งใสและป้องกันการทุจริต 2. ต้องมีระบบตรวจสอบถ่วงดุล 3. ต้องเชื่อมโยงรายจ่ายกับผลลัพธ์ และ 4. ส่งเสริมการกระจายอำนาจ ดังนั้นตนจึงอยากให้มีคำว่าเพื่อธำรงไว้ซึ่งหลักนิติธรรมเพื่อล็อคไว้ว่าหลังจากนี้การใช้งบประมาณ จะต้องยึดมั่นในจุดนี้
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการ กล่าวว่า ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมากขอยืนยัน ตามร่างที่ได้เสนอต่อสภา
โดย พ.ต.อ.ทวี ยังคงติดใจต่อการชี้แจงของกรรมาธิการ ประธานในที่ประชุมจึงเรียกให้สมาชิกลงมติ โดยมีผู้ลงมติเห็นด้วย 292 คนไม่เห็นด้วย 0 งดออกเสียง 93 คนและไม่ลงคะแนน 1 คน เป็นอันว่า สมาชิกในที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมการเสียงข้างมาก คือขอยืนยันตามร่างเดิมที่ได้เสนอไว้ต่อรัฐสภา