เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
Politics จับตา ครม.ถกจัดทัพ บิ๊ก ขรก.เศรษฐกิจ-ตั้งโฆษกรัฐบาลคนใหม่-ร่าง กม.หนุนสตาร์ทอัพ
ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
News ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ
บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
Economic บิ๊กเนมขยับรับ PDP 2026 ลุยพลังงานสะอาด-ดาต้าเซ็นเตอร์
ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
Economic ส.อ.ท. ดัน MiT สู่ Buy Thai เป้าหมายขาย 2 แสนล้าน
SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
Business SNNP แจ้งไฟไหม้โกดัง-อาคารผลิต คาดไม่กระทบรายได้ มีสต๊อก 1 เดือน
148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
News 148 วาระค้าง กสทช. สภาผู้บริโภคจี้ปลดล็อก ห่วงกระทบเศรษฐกิจดิจิทัล
เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
Tech เปิดโปรเจ็กต์ “ดาต้าเซ็นเตอร์ บางนา” สร้างบนทำเลทอง ติด BTS อุดมสุข
มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
Finance มติผู้ถือหุ้น BANPU ไฟเขียวจ่ายปันผลระหว่างกาล 0.40 บาทต่อหุ้น ดีเดย์ 25 ก.ย.นี้
ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
Finance ธุรกิจประกันภัยไทย เผชิญความเสี่ยงใหม่ กระทบโครงสร้าง คปภ.เร่งยกระดับกำกับ
โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
Uncategorized โปรดเกล้าฯ ‘นายกฯ’ เป็นผู้แทนพระองค์ ร่วมพระราชพิธีพระบรมศพกษัตริย์นอร์เวย์
ดูทั้งหมด

Nike จากรองเท้าท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬาระดับโลก ก่อนหลุด S&P 100

07 ก.ย. 2569 | 17:04น.

ย้อนเส้นทาง Nike จากจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ ที่ท้ายรถ สู่แบรนด์กีฬามูลค่าหลายแสนล้านดอลลาร์และสัญลักษณ์แห่งวงการกีฬา ก่อนเผชิญแรงกดดันครั้งใหญ่ เมื่อราคาหุ้นร่วงเกือบ 50% ใน 1 ปี และถูกถอดจากดัชนี S&P 100 ท่ามกลางโลกลงทุนที่หันหา Tech-Digital-AI มากขึ้น

ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ชื่อของ Nike (ไนกี้) แบรนด์รองเท้าและชุดกีฬาระดับโลก ได้รับความสนใจอย่างมาก จากการที่ดัชนี S&P100 ประกาศปรับเปลี่ยนหุ้นที่นำมาคำนวณในดัชนี โดยถอดหุ้นออก 4 ตัว ทั้ง Nike (NKE), Honeywell Aerospace (HONA), Simon Property Group (SPG) และ Colgate-Palmolive (CL)

และดึงหุ้น 4 ตัว เข้ามาคำนวณในดัชนีดังกล่าวแทนหุ้นที่ถูกถอดไป ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นบริษัทเทคโนโลยี ได้แก่ Dell Technologies (DELL), Palo Alto Networks (PANW), Arista Networks (ANET), Sandisk (SNDK)

โดยการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จะมีผลก่อนเปิดตลาดซื้อขายในวันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2026 ซึ่งเป็นไปตามรอบการปรับสมดุลรายไตรมาส (Quarterly Rebalance) ของ S&P Dow Jones Indices

มูลค่าบริษัท เหลือ 5 หมื่นล้านเหรียญ

Yahoo! Finance เปิดเผยการวิเคราะห์ว่า ราคาหุ้น Nike ล่าสุดปิดที่ 38.40 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่ย่ำแย่ที่สุดในรอบ 12 ปี โดยมูลค่าหุ้นหายไปเกือบครึ่งหนึ่ง (ประมาณ 50%) ภายในระยะเวลาเพียง 1 ปี และลดลงมากถึง 76% หากนับในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา

ขณะที่มูลค่าตลาด (Market Capitalization) ของ Nike ปัจจุบันลดลงเหลือเพียงใกล้เคียง 5.7 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เทียบกับช่วงปลายปี 2021 ที่เคยพุ่งสูงถึงประมาณ 2.64 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
สวนทางอย่างสิ้นเชิงกับดัชนีภาพรวม S&P 100 ที่เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 83% ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา และเป็นการปรับตัวลดลงที่รุนแรงกว่าการลดลงของบิตคอยน์ (Bitcoin) ในช่วงเวลาเดียวกันอีกด้วย

หนึ่งในปัจจัยที่น่าสนใจและกระทบต่อหุ้นของ Nike คือ พฤติกรรมนักลงทุนที่เปลี่ยนไป เพราะแม้ในความเป็นจริง Nike จะยังคงทำยอดขายรองเท้าได้มากกว่ายอดขายชิปความจำของบริษัทไอทีอย่าง SanDisk แต่นักลงทุนในปัจจุบันพร้อมจะจ่ายเงินให้กับบริษัทที่มีศักยภาพการเติบโตสูง (Growth) ซึ่งในยุคนี้เม็ดเงินกระแสหลักได้ไหลไปสู่ธุรกิจด้านเทคโนโลยี ดิจิทัล และปัญญาประดิษฐ์ (AI) แทนสินค้าอุปโภคบริโภคแบบดั้งเดิม

เปิดตำนานแบรนด์ Nike

ตำนานแบรนด์กีฬายักษ์ใหญ่เริ่มต้นขึ้นอย่างเรียบง่ายเมื่อวันที่ 25 มกราคม 1964 จากการจับมือร่วมหุ้นแบบ 50-50 ด้วยเงินทุนเริ่มต้นเพียงไม่กี่ร้อยดอลลาร์ระหว่าง พิล ไนท์ (Phil Knight) และอดีตโค้ชกรีฑาของเขา บิล บาวเวอร์แมน (Bill Bowerman) ภายใต้ชื่อบริษัท Blue Ribbon Sports (BRS) ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายนำเข้ารองเท้าวิ่งคุณภาพดีจากญี่ปุ่นเข้ามาขายในสหรัฐ

Advertisement

ในช่วงแรกที่ยังไม่มีหน้าร้าน พวกเขาต้องใช้ “กระโปรงท้ายรถยนต์” ของไนท์เป็นแผงค้าเคลื่อนที่เพื่อตระเวนขายรองเท้าให้แก่นักวิ่งตามงานแข่งกรีฑาต่าง ๆ

ปี 1971 หลังจากเกิดความขัดแย้งทางธุรกิจกับซัพพลายเออร์ฝั่งญี่ปุ่นจนต้องแยกทางกัน BRS ตัดสินใจก้าวสู่บทบาทผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรองเท้าของตัวเองอย่างเต็มตัว บริษัทได้รับการรีแบรนด์ใหม่ในชื่อ “Nike” ตามชื่อเทพีแห่งชัยชนะของกรีก ซึ่งเป็นไอเดียที่พนักงานคนแรกฝันเห็น

พร้อมทั้งว่าจ้าง แคโรลีน เดวิส (Carolyn Davis) นักศึกษาออกแบบให้วาดโลโก้ Swoosh อันเป็นเอกลักษณ์ด้วยราคาค่าจ้างเพียง 35 ดอลลาร์สหรัฐในขณะนั้น

กุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อน Nike สู่เวทีโลกคือนวัตกรรมพื้นรองเท้า “Waffle Trainer” ที่บาวเวอร์แมนคิดค้นขึ้นจากการลองเทยางเหลวลงบนเตาอบวาฟเฟิลของภรรยาเพื่อสร้างพื้นรองเท้าที่มีแรงยึดเกาะสูง ความสำเร็จนี้ส่งให้บริษัทเติบโตจนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ (IPO) ได้สำเร็จในปี 1980

อยู่เบื้องหลังนักกีฬาแถวหน้า

ความสำเร็จในการครองตลาดของ Nike ปฏิเสธไม่ได้ว่ามีหัวใจสำคัญมาจากกลยุทธ์การตลาดระดับปรมาจารย์ นอกเหนือจากการใช้ตราสัญลักษณ์ Swoosh อันโดดเด่นมาตั้งแต่ปี 1971

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้แบรนด์เข้าถึงใจคนทั่วไปคือการเปิดตัวสโลแกน “Just Do It” ในปี 1988 ควบคู่ไปกับกลยุทธ์การเป็นผู้สนับสนุนนักกีฬาแถวหน้า (Athlete Endorsements) ตั้งแต่ระดับดาวรุ่งไปจนถึงระดับตำนานอย่าง ไมเคิล จอร์แดน จนถึงการเข้าเป็นซัพพลายเออร์ชุดแข่งอย่างเป็นทางการให้แก่ลีกกีฬายักษ์ใหญ่อย่าง NFL และ NBA

สิ่งที่ทำให้การสร้างแบรนด์ของ Nike แตกต่างอย่างทรงพลังคือความกล้าหาญในการทำแคมเปญโฆษณาที่อิงกับประเด็นท้าทายและข้อถกเถียงในสังคม เช่น แคมเปญครบรอบ 30 ปี Just Do It ในปี 2018 ที่เลือกใช้ โคลิน เคเปอร์นิก (Colin Kaepernick) อดีตควอเตอร์แบ็ก NFL ผู้จุดประเด็นประท้วงเรื่องความเท่าเทียมทางสีผิว

แม้กลยุทธ์ดังกล่าวจะทำให้แบรนด์เผชิญกระแสต่อต้านและฉุดหุ้นลงในระยะสั้น แต่กลับประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลายในการเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่และสร้างยอดขายเติบโตอย่างมหาศาลในระยะยาว

เจาะผลประกอบการล่าสุด Nike

ข้อมูลจากการรายงานงบการเงินของ NIKE, Inc. (NKE) ปีงบประมาณ 2026 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 พฤษภาคม 2026) ระบุภาพรวมผลประกอบการทั้งปีงบประมาณ 2026 (Full Year Fiscal 2026) ดังนี้

รายได้รวม (Revenues) : 4.64 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือว่าทรงตัว (0%) เมื่อเทียบกับปีงบประมาณก่อนหน้า (และลดลง 2% หากคำนวณแบบไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน)

กำไรสุทธิ (Net Income) : อยู่ที่ 3.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3% จากปีก่อน

กำไรต่อหุ้นปรับลด (Diluted EPS) : อยู่ที่ 2.10 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3%

อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Margin) : เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 20 basis points เป็น 42.9%

สินค้าคงคลัง (Inventories) : อยู่ที่ 7.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัวเท่ากับปีก่อน

เงินสดและสินทรัพย์เทียบเท่ารวมการลงทุนระยะสั้น : มีอยู่ 9.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ลดลงประมาณ 100 ล้านดอลลาร์จากปีก่อน)

ในเชิงยอดขายแบ่งตามช่องทางการขาย พบว่า รายได้จากการค้าส่ง (Wholesale) ทั้งปี 2026 อยู่ที่ 2.75 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 6% ส่วนรายได้จากการขายตรง (NIKE Direct) อยู่ที่ 1.77 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 6% (ยอดขายออนไลน์ดิจิทัลเฉลี่ยลดลง 12% ตลอดทั้งปีเช่นกัน)

เมื่อจำแนกยอดขายตามภูมิภาค พบว่าในแต่ละภูมิภาค มียอดขายดังนี้

อเมริกาเหนือ (North America) : ยอดขายอยู่ที่ 2.05 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (20,511 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 5% (และเติบโต 5% หากคิดแบบไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน)

ยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา (EMEA) : ยอดขายอยู่ที่ 1.26 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (12,572 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพิ่มขึ้น 3% (แต่ลดลง 3% หากคิดแบบไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยน)

เอเชีย-แปซิฟิกและละตินอเมริกา (APLA) : ยอดขายอยู่ที่ 6.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (6,243 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ทรงตัว 0% (และลดลง 1% หากคิดแบบไม่รวมอัตราแลกเปลี่ยน)

จีนแผ่นดินใหญ่ (Greater China) : ยอดขายอยู่ที่ 5.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (5,847 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ลดลง 11% (และดิ่งลงถึง 13% หากคิดแบบไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน)

และเมื่อเจาะยอดขายแยกตามกลุ่มแบรนด์และประเภทผลิตภัณฑ์ พบว่าภาพรวมยอดขายตลอดทั้งปีงบการเงิน 2026 เป็นดังนี้

แบรนด์ Converse (คอนเวิร์ส) : ยอดขายอยู่ที่ 1.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,174 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ดิ่งลงอย่างหนักถึง 31% จากการลดลงของยอดขายในทุกภูมิภาคทั่วโลก

แบรนด์ Jordan (จอร์แดน) : (ตัวเลขรวมอยู่ในกลุ่มแบรนด์ NIKE) มียอดขายรวมอยู่ที่ 7.0 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 3% เมื่อเทียบกับปีงบการเงินก่อนหน้าที่ทำไว้ 7.27 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

สินค้าภายใต้แบรนด์ NIKE แยกตามหมวดหมู่ : รองเท้า (Footwear) ยอดขาย 2.95 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัว (0%) เสื้อผ้า (Apparel) ยอดขาย 1.34 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 4% และอุปกรณ์กีฬา (Equipment) ยอดขาย 2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ทรงตัว (0%)

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ไนกี้ (Nike)