รัฐ-กทม.เปิดประกวดออกแบบ ฟื้นคลอง-ชุมชน พลิกโฉม “เกาะรัตนโกสินทร์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่
รัฐบาลเดินหน้าฟื้นคูคลอง-โบราณสถานเกาะรัตนโกสินทร์ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชน ผนึก กทม.จัดงานประกวดออกแบบโครงการ ดึงประชาชนมีส่วนร่วม ดันเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวย่านประวัติศาสตร์ ปั้นแลนด์มาร์กใหม่กรุงเทพฯ ด้าน“ชัชชาติ” ชี้การพัฒนาเมืองต้องขยับพร้อมกัน ทั้งโครงสร้างพื้นฐานและการพัฒนาคน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 7 กันยายน กรุงเทพมหานคร (กทม.) ได้จัดแถลงข่าวการประกวดการออกแบบโครงการพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์แห่งอนาคต เกาะรัตนโกสินทร์ บริเวณป้อมมหากาฬ ภูเขาทอง วัดสระเกศ โลหะปราสาท และวัดเทพธิดาราม เพื่อพัฒนาคูคลอง คุณภาพชีวิตชุมชนริมคลองในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ โครงการพระราชดำริ ตามพระบรมราโชบาย
คืนชีวิตคลองเก่า-สู่แลนด์มาร์กใหม่
โดยนายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการติดตามและขับเคลื่อนนโยบาย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือ พัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคนไทย ดูแลสิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
ในพื้นที่กรุงเทพฯมีการพัฒนาคูคลองรอบเมือง ไม่ใช่แค่เป้าหมายทำให้น้ำสะอาด แต่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิต และฟื้นฟูรากฐานวัฒนธรรมสมัยก่อนได้ด้วย เนื่องจากวิถีชีวิตของคนกรุงเทพฯผูกพันกับสายน้ำมานานนม โดยการมาของโครงการนี้สามารถพัฒนาได้ทุกวิกฤต
“ยกตัวอย่างคลองเปรมประชากรที่ได้รับการพัฒนา ทำให้คลองที่เคยมีปัญหาเรื่องตื้นเขินหายไป น้ำกลับมาดีขึ้น และคุณภาพชีวิตของชุมชนโดยรอบดีขึ้น โดยเฉพาะคลองในเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน มีพระสงฆ์ 229 รูป สัญจรผ่านน้ำ เป็นการแสดงให้เห็นว่าคลองกลับมามีชีวิต และมีการพัฒนาแล้ว”
นายอรรถพลกล่าวว่า การจัดประกวดออกแบบในครั้งนี้ นับเป็นการรวมความร่วมมือทุกภาคส่วนเข้ามาคูคลองในประเทศ โดยเกาะรัตนโกสินทร์เป็นพื้นที่ที่เป็นไข่แดงความเจริญของเมือง ซึ่งการดำเนินงานต้องขับเคลื่อนด้วยหลายฝ่าย ตั้งแต่หน่วยงานราชการในพระองค์ ภาครัฐ ชุมชน เอกชน บ้าน วัด และโรงเรียน รวมถึงที่ขาดไม่ได้คือ ความร่วมมือจากพี่น้องประชาชน ร่วมกันประกวดออกแบบเกาะรัตนโกสินทร์ เรียนรู้ทางประวัติศาสตร์
โดยโจทย์ที่ประชาชนจะได้รับไปคือ ศึกษาประวัติศาสตร์ว่าตรงนี้เดิมคืออะไร จะได้สอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ดีไซน์ให้ออกมาภายใต้เป้าหมาย คือพื้นที่ต้องมีภูมิทัศน์ที่ดี และยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความตระหนักรู้และความเข้าใจว่า พื้นที่นั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เป็นการต่อยอดเมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม เพื่อดึงวิถีชีวิตเหล่านั้นกลับมา ต่อยอดให้คูคลองสะอาด และมีการพัฒนาพื้นที่ให้สวยงาม
“พื้นที่ที่เราโฟกัสมีวัดสระเกตุ วัดราชนัดดารามวรวิหาร วัดเทพธิดาราม ป้อมมหากาฬ เป็นพื้นที่ในเกาะรัตนโกสินทร์ชั้นใน มีโบราณสถาน มีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งเราสามารถสร้างมูลค่าให้คนเห็นสิ่งเหล่านี้ด้วยการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนโดยรอบ และเป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ซึ่งผมมองว่านี่จะเป็นแลนมาร์กใหม่ของกรุงเทพฯได้”
นายอรรถพลกล่าวว่า คาดหวังโครงการจะทำให้เกิดการท่องเที่ยว ผู้คนสามารถเดินทางจากถนนนครสวรรค์ก้าวเข้ามาแล้วให้ความรู้สึกเหมือนผ่านมิติโลกปัจจุบันย้อนเข้ามาในกรุงเทพฯ “เมืองฟ้าอมร” เป็นพื้นที่ไพรม์แอเรียที่อยากจะให้เกิดการฟื้นฟูคูคลอง สถานโบราณ แลนด์สเคป โดยที่ไม่ทำลายประวัติศาสตร์

ชู “คน” หัวใจฟื้นเมือง
ด้านนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม. กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติของเมือง แต่ทุกการเปลี่ยนแปลงต้องเอาคนเป็นที่ตั้ง เพราะคนคือหัวใจของเมือง โบราณสถานต่าง ๆ เป็นจุดเริ่มต้นที่มีความสำคัญของคนไทยมาก ทั้งคลอง วัด คน ซึ่งการพัฒนาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีเป็นสิ่งที่ดี นอกจากนี้โครงสร้างพื้นฐานอย่างรถไฟฟ้าสายสีส้ม และสีม่วงใต้ ที่เชื่อมต่อการเดินทางจะเป็นจุดเชื่อมโยงคนและเมืองให้เข้ากันเป็นอย่างดี ทั้งคนในพื้นที่ชุมชน และคนนอกพื้นที่
นายชัชชาติกล่าวว่า สำหรับการออกแบบ ต้องโฟกัสทั้งฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์ โครงสร้างพื้นฐานต้องพร้อม ถนนต้องดี เพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ ขณะที่ซอฟต์แวร์อย่างคนก็ต้องมีการปรับพัฒนาให้เขามีพื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่พักพิ่งอย่าง “บ้านอิ่มใจ” หางานให้ทำ มีการอบรมความรู้และทักษะต่าง ๆ ซึ่งทั้งสองอย่างต้องดำเนินงานไปพร้อมกัน และเชื่อว่าหลังจากนี้จะมีกิจกรรมมากมายที่สร้างความคึกคักและประโยชน์ให้ชุมชนและกรุงเทพฯโดยรวม
โดยโครงการประกวดจะเปิดรับทั้งนิสิต นักศึกษา บุคลากรทั่วไป เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 15-30 กันยายน 2569 และจะมีการชี้แจงรายละเอียดวันที่ 1 ตุลาคม และเริ่มออกแบบได้ตั้งแต่วันที่ 1-30 ตุลาคม โดยผลงานที่ส่งเข้ามาจะเป็นส่วนประกอบในการออกแบบในการทำดีเทลของงานดีไซน์จริง ซึ่งมีเงินรางวัลรวมไม่น้อยกว่า 7 หลัก สามารถติดตามรายละเอียดผ่านเพจสายน้ำเดียวกัน
