ไทยคม โต้ คืนสินทรัพย์ให้รัฐ ตามสัญญาสัมปทานดาวเทียมครบตามขอบเขต
ไทยคม แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ยืนยันคืนสินทรัพย์ ให้ภาครัฐหลังหมดสัญญาสัมปทานดาวเทียมในประเทศครบถ้วนตามสัญญา ชี้ รายการสินทรัพย์ที่รัฐกล่าวอ้างในการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย 1.2 พันล้านบาทนั้น ไม่อยู่ในขอบเขตสัญญา
รายงานข่าวจาก บมจ.ไทยคม ต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ชี้แจงข่าวกรณีการดำเนินการทางกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับการปฎิบัติตามสัญญาสัมปทาน ระบุว่า
ตามที่ปรากฏข่าวเกี่ยวกับมติคณะรัฐมนตรีที่อนุมัติให้กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (“กระทรวงฯ”) ดำเนินการทางกฎหมายกับบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) (“บริษัท ฯ”) และบริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) ในประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติตามสัญญาสัมปทานส าหรับการด าเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ (“สัญญาสัมปทาน”) โดยมีการระบุในข่าวว่า บริษัทฯ มิได้ส่งมอบทรัพย์สินครบถ้วนภายหลังสิ้นสุดอายุสัญญาสัมปทาน และอาจมีค่าปรับเป็นจำนวนประมาณ 1,250 ล้านบาท นั้น
บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า บริษัท อินทัช โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) (“บริษัท อินทัช”) (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตร คอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่นส์ จำกัด (มหาชน)) และบริษัทฯ (เดิมชื่อ บริษัท ชินวัตรแซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน)) ได้ร่วมกันเข้าเป็นคู่สัญญากับกระทรวงฯ ในสัญญาสัมปทานเพื่อดำเนินกิจการดาวเทียมสื่อสารภายในประเทศ
โดยมีบริษัทฯ ทำหน้าที่เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) กิจการดาวเทียมตามสัญญาสัมปทาน และต่อมาสัญญาสัมปทานดังกล่าวได้ สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2564
บริษัทฯ ขอเรียนชี้แจงว่า ภายหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลง บริษัทฯ ได้ดำเนินการส่งมอบทรัพย์สินให้กับกระทรวงฯ ครบถ้วนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2564 ตามข้อกำหนดของสัญญาสัมปทาน
ทั้งนี้ สำหรับทรัพย์สินที่กระทรวงฯ เรียกร้องตามที่ปรากฏในข่าว บริษัทฯ ขอเรียนเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ได้เคยเข้าไปชี้แจงกับกระทรวงฯ เกี่ยวกับทรัพย์สินข้างต้น
อีกทั้ง ยังยืนยันผ่านหนังสือที่ชี้แจงกับกระทรวงฯ มาโดยตลอดว่า ทรัพย์สินดังกล่าว มิใช่ทรัพย์สินที่อยู่ภายใต้ขอบเขตที่จะต้องส่งมอบตามสัญญาสัมปทาน
นอกจากนี้ ในส่วนของหน้าที่อื่นๆ ที่ปรากฏในข่าว บริษัทฯ ขอยืนยันว่า บริษัทฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานและตามกฎหมาย อย่างครบถ้วนทุกประการแล้ว
ด้วยเหตุดังกล่าว กรณีที่มีการเริ่มต้นกระบวนการอนุญาโตตุลาการ บริษัทฯ จะใช้สิทธิในการต่อสู้คดีตามกรอบกฎหมาย เพื่อรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของบริษัทฯ ผู้ถือหุ้น และผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งนี้ ณ วันที่มีหนังสือฉบับนี้ บริษัทฯ ยังไม่มีภาระผูกพันหรือหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องดำเนินการตามที่ปรากฏเป็นข่าว และยังไม่มีภาระผูกพัน ในการชำระเงินจ านวนประมาณ 1,250 ล้านบาท ให้แก่กระทรวงฯ แต่อย่างใด
ด้วยเหตุนี้ เพื่อประโยชน์ของผู้ถือหุ้น บริษัทฯ จะพิจารณาข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบและหากมีข้อมูลเพิ่มเติมที่มีนัยสำคัญประการใด บริษัทฯ จะดำเนินการเปิดเผยข้อมูลผ่านระบบของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากรายงานข่าว สินทรัพย์ ที่มีการกล่าวอ้างว่าไทยคม มิได้ส่งมอบนั้น มี 6 รายการ ได้แก่
1.ระบบควบคุมดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 4
เนื่องจากตามหลักมาตรฐานสากลต้องจัดเตรียมระบบควบคุมดาวเทียมสำรองไว้รองรับในกรณีฉุกเฉิน ประกอบกับ บมจ.ไทยคม ได้มีการส่งมอบอุปกรณ์ของดาวเทียมไทยคม 4 ณ สถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จำนวน 19 รายการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบควบคุมดาวเทียมสำรอง เมื่อช่วงปี พ.ศ.2559 ที่กระทรวงฯ ได้แจ้งให้ บมจ.ไทยคม ดำเนินการตามสัญญาสัมปทาน กรณีสถานีบริการภาคพื้นดินดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ดังนั้น จึงทำให้เห็นได้ว่า ระบบควบคุมดาวเทียมสำรอง เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นตามสัญญาสัมปทานข้อ 5.1.3
2.อุปกรณ์การส่ง–รับสัญญาณ (Uplink-Downlink) ของดาวเทียมไทยคม 4
เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นในการให้บริการการส่งสัญญาณ (Uplink) จากการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งาน (User Terminal-UT) ขึ้นไปยังสัญญาณดาวเทียมที่ถูกกำหนดพื้นที่โดยเฉพาะ (Spot Beam) ของดาวเทียม และส่งสัญญาณกลับ (Downlink) จากดาวเทียมมายังอุปกรณ์หรือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่แตกต่างกัน (Gateway) ผู้ใช้บริการ จึงจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การส่งสัญญาณ (Uplink) และอุปกรณ์การรับสัญญาณ (Downlink) ของดาวเทียมไทยคม 4 ที่มีการออกแบบมาเป็นการเฉพาะและเป็นส่วนหนึ่งของระบบ Gateway
3.อุปกรณ์หรือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่แตกต่างกัน (Gateway) ของดาวเทียมไทยคม 4
เนื่องจากการทำงานของดาวเทียมไทยคม 4 ถูกออกแบบให้รับ-ส่งข้อมูลระหว่างดาวเทียมกับการสื่อสารระหว่างผู้ใช้งาน (User Terminal- UT) ของผู้ใช้งานผ่านสัญญาณดาวเทียมที่ถูกกำหนดพื้นที่โดยเฉพาะ (Spot Beam) และการรับ-ส่งข้อมูลระหว่างดาวเทียมกับสถานีอุปกรณ์ หรือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่แตกต่างกัน (Gateway) ผ่านลำแสงเฉพาะที่ดาวเทียมใช้สื่อสารกับสถานีภาคพื้นดินโดยตรง (Gateway Beam) ไม่สามารถสลับไปใช้ Gateway ของประเทศอื่นได้
ประกอบกับ Spot Beam ที่อยู่บนดาวเทียมได้ถูกออกแบบมาอย่างจำกัด ซึ่งประเทศไทยมี Spot Beam ที่ใช้รับสัญญาณจาก Gateway ที่ส่งขึ้นจากประเทศไทยเพียง 1 Beam เท่านั้น และ Spot Beam ดังกล่าว ไม่สามารถใช้กับ Gateway 2 ตัว ในเวลาเดียวกันได้ ดังนั้น จึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่สำคัญและจำเป็นตามสัญญาสัมปทานข้อ 5.13
4.อุปกรณ์ของดาวเทียมไทยคม 4 ณ สถานีบริการภาคพื้นดินไทยคม อ.สาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จำนวน 19 รายการ
เนื่องจากเป็นระบบควบคุมดาวเทียมสำรองสำหรับควบคุมดาวเทียมไทยคม 4 ในส่วนของระบบคลื่นความถี่วิทยุ (Radio Frequency: RF)
5.ระบบควบคุมดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 6
เนื่องจากตามหลักมาตรฐานสากลต้องจัดเตรียมระบบควบคุมดาวเทียมสำรองไว้รองรับในกรณีฉุกเฉิน
6.สถานีดาวเทียมไทยคม อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี เฉพาะพื้นที่ที่มีความจำเป็นและเพียงพอต่อการให้บริการดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไทยคม 6
เนื่องจากเป็นสถานีที่ติดตั้งระบบควบคุมดาวเทียมสำรองของดาวเทียมไทยคม 4 และดาวเทียมไทยคม 6 ซึ่งตามหลักมาตรฐานสากลต้องจัดเตรียมสถานีควบคุมดาวเทียมสำรองไว้รองรับในกรณีฉุกเฉิน ประกอบกับเป็นที่ตั้งอุปกรณ์หรือระบบที่ทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายที่แตกต่างกัน (Gateway) ของดาวเทียมไทยคม 4
นอกจากนี้ คณะกรรมการพิจารณาความครบถ้วนฯ ได้มีมติ เรื่อง การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่กระทรวงในกรณีไม่มีการต่ออายุสัญญาว่า การฝึกอบรมครั้งแรกตามสัญญาสัมปทานยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน เนื่องจาก บมจ.ไทยคม มิได้ให้ บมจ.NT ฝึกปฏิบัติงานจริง (On the Job Training) ร่วมกับ บมจ.ไทยคม และ บมจ.NT ยังไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่แทน บมจ.ไทยคม ได้ จึงต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติมเป็นครั้งที่ 2