เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
Biz Movement สัมผัสประสบการณ์ “Flower & Friend”นิทรรศการศิลปะดอกไม้ ผ่านภาพถ่ายและเซรามิก
CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
Uncategorized CKP ลุยโรงไฟฟ้าโซลาร์ครึ่งปีหลัง เกาะติดน้ำหลากเอื้อผลิตไฟ ‘ไซยะบุรี’
กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
Finance กสิกรไทย คาดสินเชื่อเอสเอ็มอีโต 1-2% หนุนขยายวงเงิน SME Credit Boost
ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (8 ก.ย. 69) ขยับขึ้น 50 บาท ทองรูปพรรณ 69,400 บาท
กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
Finance กอช. จับมือ AIS แจกใหญ่ ออมเงินรับพอยต์ รัฐช่วยสมทบสะสมสูงสุด 100%
“ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
Economic “ศุภจี” ชูปฏิรูปการแข่งขัน กขค.จับตา GP แพลตฟอร์ม สั่งบางรายชะลอขึ้น 6 เดือน
ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
Politics ธรรมนัส ย้ำ ‘อนุทิน’ ยังเป็นเพื่อน ให้โอกาส รบ.ทำงาน ปัดตอบดีล “น้ำเงิน-เขียว”
ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
Business ท็อปส์ เปิดยุทธภูมิเกาะช้าง ปักธงท็อปส์ เดลี่ 3 สาขารวด ชิงกำลังซื้อ 3 ทำเลสำคัญ
พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
Economic พาณิชย์ รุกเมืองซานซี เปิดทางทุเรียน มังคุด ลำไย มะพร้าวเข้า DX Supermarket
“ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
Economic “ศุภจี” ถก ITOCHU ดันไทย–ญี่ปุ่นสู่ Co-Creation ปักธงอุตสาหกรรมอนาคต-ห่วงโซ่มูลค่าสูง
ดูทั้งหมด

ปฏิรูประบบราชการ: ลดความสูญเปล่า เพิ่มคุณค่าทุกบาทของงบประมาณ

07 ก.ย. 2569 | 20:59น.
รศ. ดร. ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
บทความ: โดย รศ.ดร.ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าร่วมเวทีเสวนา “ปฏิรูปข้าราชการ Firming Thailand?” ภายใต้โครงการ Social Asks TU Acts มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2569 ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนมุมมองร่วมกับนักวิชาการจากหลากหลายสาขา ได้แก่ รศ. ดร.สุนิสา ช่อแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์, รศ. ดร.สามชาย ศรีสันต์ ประธานบริหารหลักสูตรบัณฑิตศึกษา วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ๊งภากรณ์ และ รศ. ดร.ธนาธร ทะนานทอง หัวหน้าหน่วยงานวิจัยด้านนวัตกรรมข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ สาขาวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ซึ่งแต่ละท่านได้นำเสนอประเด็นที่แตกต่างกัน ทั้งในมิติของการบริหารราชการ นโยบายสังคม เศรษฐศาสตร์ และเทคโนโลยี

ประเด็นที่เวทีชวนสังคมตั้งคำถามจึงไม่ใช่เพียงว่า “เราจะลดจำนวนข้าราชการได้อย่างไร?” แต่ผู้เขียนเริ่มต้นด้วยคำถามที่ใหญ่กว่านั้นว่า “ข้าราชการมีไว้เพื่ออะไร และงบประมาณของรัฐมีไว้เพื่ออะไร?” เพราะการปฏิรูประบบราชการไม่ควรถูกมองเพียงในมิติของการลดจำนวนคน ลดเงินเดือน หรือลดสวัสดิการ แต่ควรมองให้กว้างกว่านั้นว่า ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดจะถูกจัดสรรอย่างไร เพื่อสร้างคุณค่าสูงสุดให้กับประชาชนและประเทศ

ในมุมนี้ สวัสดิการรักษาพยาบาลและบำนาญของข้าราชการ เป็นส่วนสำคัญของโจทย์ เพราะเป็นทั้งต้นทุนทางการคลังและเครื่องมือในการบริหารทรัพยากรบุคคลของภาครัฐ การปฏิรูปจึงไม่ควรเริ่มต้นด้วยคำถามว่าจะ “ตัดสิทธิ” อย่างไร แต่ควรเริ่มจากคำถามว่า จะทำอย่างไรให้ทุกหนึ่งบาทที่รัฐใช้สร้างคุณค่าได้มากที่สุด

แนวคิดนี้นำไปสู่ข้อเสนอว่า การปฏิรูประบบสวัสดิการข้าราชการ โดยเฉพาะระบบ CSMBS ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากการนำข้าราชการใหม่เข้าสู่ระบบประกันสุขภาพเอกชนทั้งหมด แต่ควรเริ่มจากการ ลดความสูญเปล่า เพิ่มประสิทธิภาพ และปรับระบบการจัดซื้อและการจ่ายเงินให้สร้างคุณค่ามากขึ้น

ในด้านสุขภาพ เทคโนโลยี Data Analytics และ AI สามารถช่วยตรวจจับรูปแบบการเบิกจ่ายที่ผิดปกติ การใช้บริการที่อาจไม่จำเป็น และรูปแบบการให้บริการของผู้ให้บริการที่แตกต่างจากกลุ่มเดียวกัน ขณะที่การลดความสูญเปล่าสามารถทำได้โดยไม่จำเป็นต้องลดสิทธิประโยชน์ เช่น การกำหนดให้ใช้ยาสามัญเป็นลำดับแรก (generic-first) การกำหนดราคาอ้างอิง (reference pricing) และการจัดซื้อบริการสุขภาพเชิงยุทธศาสตร์ (strategic purchasing) ซึ่งเน้นการใช้ข้อมูลเพื่อเลือกซื้อบริการที่มีคุณภาพ คุ้มค่า และสร้างผลลัพธ์ทางสุขภาพที่ดีที่สุดภายใต้งบประมาณที่จำกัด

ในด้านการจ่ายเงิน ควรปรับจากระบบที่จ่ายตาม ปริมาณการให้บริการ (Fee-for-Service) ไปสู่ระบบที่คำนึงถึง คุณค่าและผลลัพธ์ของการรักษา (Value-Based Purchasing) พร้อมทั้งปรับการจ่ายเงินให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงและความต้องการด้านสุขภาพของผู้ป่วย และสร้างแรงจูงใจให้สถานพยาบาลพัฒนาคุณภาพและผลลัพธ์ของการรักษา การปรับระบบเช่นนี้จะช่วยเปลี่ยนแรงจูงใจจากการมุ่งเพิ่ม “ปริมาณบริการ” ไปสู่การสร้าง “คุณค่าของการรักษา” ให้กับผู้ป่วยและระบบสุขภาพ

เป้าหมายจึงไม่ควรเป็นเพียง “ลดงบ CSMBS หรือ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ” แต่คือ “เพิ่มคุณค่าที่ได้รับจากทุกหนึ่งบาทของงบประมาณ” ซึ่งเรื่องนี้ควรพัฒนากลไกความร่วมมือระหว่าง 3 กองทุนประกันสุขภาพ เพื่อให้มีมาตรฐานและกลไกการจัดซื้อบริการสุขภาพที่สอดคล้องกันมากขึ้น และในระยะยาว ประเทศไทยอาจจำเป็นต้องพัฒนากลไกอภิบาลร่วมของระบบประกันสุขภาพทั้ง 3 กองทุน เพื่อให้การจัดสรรทรัพยากร การจัดซื้อบริการ และมาตรฐานสิทธิประโยชน์มีทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น

เช่นเดียวกันกับการปฏิรูประบบบำนาญ การเปลี่ยนแปลงควรยึดหลัก “Protect the Past, Reform the Future” คือคุ้มครองสิทธิที่เกิดขึ้นแล้ว ขณะเดียวกันออกแบบกติกาใหม่สำหรับคนรุ่นต่อไปอย่างค่อยเป็นค่อยไปและประกาศให้ทราบล่วงหน้า โดยมีแรงจูงใจที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับคนรุ่นต่อไปที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาทำงานในหน่วยงานภาครัฐ

Advertisement

ท้ายที่สุด การปฏิรูประบบราชการไม่ควรถูกตีความว่าเป็นเพียงการทำให้ภาครัฐ “เล็กลง” แต่ควรเป็นการทำให้ภาครัฐ มีประสิทธิภาพมากขึ้น สร้างคุณค่าให้ประชาชนมากขึ้น และใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืนมากขึ้น

หากจะสรุปแนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ทั้งหมดจากเวทีครั้งนี้เป็นประโยคเดียว อาจกล่าวได้ว่า ลดความสูญเปล่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ, รักษาคุณภาพ, และสร้างความยั่งยืนทางการคลัง เพราะการปฏิรูปที่ดีไม่ใช่การตัดสิทธิให้ได้มากที่สุด แต่คือการทำให้ ทุกหนึ่งบาทของงบประมาณสร้างคุณค่าให้ประชาชนได้มากที่สุด