มติสภาผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณ 2570 จับตาแผนใช้งบกลาง 1.2 หมื่น ล. กระตุ้นเศรษฐกิจ
งบฯ 70 ฉลัย สภาเห็นชอบ 338 ต่อ 144 เสียง จับตารัฐบาลใช้งบกลาง 1.2 หมื่นล้าน กระตุ้นเศรษฐกิจ แก้วิกฤตพลังงาน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในนการประชุมสภาผู้แทนราษฎร นัดพิเศษ ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ในวาระที่ 2 และวาระที่ 3 โดยเป็นการพิจารณานานถึง 4 วัน ตั้งแต่วันที่ 7 – 10 กันยายน 69
โดยในวันสุดท้ายมีการใช้เวลาอภิปรายทั้ง 9 มาตรา 11 ชั่วโมง หลังจากที่สมาชิกอภิปรายวาระ 2 ครบถ้วนทั้ง 41 มาตราแล้ว ที่ประชุมลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 2570 ในวาระ 3 ด้วยคะแนนเห็นชอบ 338 เสียง ไม่เห็นชอบ 144 เสียง งดออกเสียง 2 เสียง ไม่ลงคะแนน 1 เสียง
ก่อนที่นายโสภณ จะสั่งปิดการประชุมในเวลา 20.38 น. ทั้งนี้ ในส่วนของวุฒิสภาจะพิจารณาร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวในวันที่ 11 กันยายน เวลา 09.00 น.
สำหรับ สาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 วงเงิน 3.88 ล้านล้านบาท เป็นการประมาณการบนพื้นฐานเศรษฐกิจ 2570 โดยสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดการณ์ว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2570 มีแนวโน้มที่จะขยายตัวในช่วงร้อยละ 1.7 – 2.7 (ค่ากลางร้อยละ 2.2) ตามแนวโน้มการฟื้นตัวดีขึ้นของเศรษฐกิจและการค้าโลกซึ่งจะช่วยสนับสนุนการขยายตัวของภาคการส่งออกสินค้า และบริการ ในขณะที่อุปสงค์ภายในประเทศทั้งการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึง แรงสนับสนุนจากการใช้จ่ายภาครัฐและงบประมาณภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569
อย่างไรก็ตาม เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงจากความยืดเยื้อของสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง และความไม่แน่นอนของการดำเนินมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศเศรษฐกิจหลัก รวมถึงการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ สำหรับอัตราเงินเฟ้อคาดว่าจะอยู่ในช่วงร้อยละ 0.5 – 1.5 (ค่ากลางร้อยละ 1.0) และดุลบัญชี เดินสะพัดมีแนวโน้มเกินดุลร้อยละ 1.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
ขณะที่เดียวกัน มาตราที่มีการให้ความสนใจคือ งบประมาณรายจ่ายงบกลาง ค่าใช้จ่ายเพื่อแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมและรองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน ที่มีการตั้งวงเงินไว้ 12,000 ล้านบาท โดยระบุเป็นเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหา ฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม รองรับผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน โดยสนับสนุนการปรับโครงสร้างด้านพลังงาน
ส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด พลังงานทดแทน และพลังงานทางเลือก เพื่อลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว อันจะช่วยเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงาน และลดความเปราะบางของระบบเศรษฐกิจต่อความผันผวนของราคาพลังงานในระดับโลก รวมทั้งรองรับการปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจและสังคม ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว ซึ่งงบประมาณในส่วนนี้ สามารถใช้เป็นมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” เฟส 2 ซึ่งสามารถบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตความผันผวนของราคาพลังงาน