หอการค้าเปิดเวที “Unlocking New Growth” ปลดล็อกธุรกิจไทย
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยจัดสัมมนาใหญ่ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต” ระดมมุมมองภาครัฐ-เอกชน รับมือเศรษฐกิจโลก กติกาการค้า และ AI ที่เปลี่ยนเร็ว “พูนพงษ์” ชู 9 ภารกิจพาณิชย์ ตั้งแต่ความเป็นธรรมทางการค้า เสริม SMEs ไปจนถึงปราบธุรกิจผิดกฎหมาย ขณะที่ ธปท.คาดเศรษฐกิจไทยปี 2569 โต 2.3% พร้อมชู AI เป็นโอกาสเพิ่มผลิตภาพ ก่อนปิดท้ายด้วยการมอบรางวัลสมาคมการค้าดีเด่นรวม 34 รางวัล
ดร.พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สมาคมการค้าไม่ได้เป็นเพียงเครือข่ายของภาคธุรกิจ แต่เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงผู้ประกอบการแต่ละอุตสาหกรรม ดูแลสมาชิก ยกระดับมาตรฐานการทำธุรกิจ และสะท้อนปัญหาหรือข้อเสนอของภาคเอกชนไปยังภาครัฐ
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ร่วมกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ และเครือข่ายพันธมิตรภาครัฐและเอกชน จัดงาน “สัมมนาใหญ่สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569” เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิด “Unlocking New Growth: ศักยภาพใหม่แห่งการเติบโต”
งานดังกล่าวมีเป้าหมายเป็นเวทีเชื่อมโยงภาคธุรกิจ เปิดมุมมองต่อทิศทางเศรษฐกิจ และค้นหาโอกาสการเติบโตใหม่ ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลก กติกาการค้า การแข่งขัน และบทบาทของเทคโนโลยีและปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI
“พจน์” ชูสมาคมการค้าเป็นกลไกผลักดันนโยบาย
ดร.พจน์กล่าวว่า ข้อเสนอจากสมาคมการค้าจำนวนมากเกิดจากปัญหาจริงของผู้ประกอบการ เมื่อรวบรวมและส่งผ่านหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ก็สามารถนำไปสู่การทบทวนหรือปรับปรุงมาตรการของภาครัฐได้
“หลายครั้ง ข้อเสนอของสมาคมการค้ามาจากผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจริง เมื่อรวบรวมและนำเสนอผ่านหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ก็สามารถช่วยให้ภาครัฐนำไปทบทวนหรือปรับปรุงมาตรการต่าง ๆ หากสมาคมการค้าร่วมกันส่งเสียง ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและเศรษฐกิจไทยได้”
ดร.พจน์ระบุว่า การเสริมความเข้มแข็งให้สมาคมการค้าจึงเป็นภารกิจสำคัญ เพราะสมาคมเหล่านี้มีบทบาททั้งยกระดับศักยภาพสมาชิกและเสนอแนวทางเชิงนโยบายที่สอดคล้องกับสถานการณ์จริงของธุรกิจ
พาณิชย์วาง 9 ภารกิจรับ “New Reality”
ด้านนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “บทบาทของกระทรวงพาณิชย์ต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย” ว่า ภาคธุรกิจกำลังเผชิญ “New Reality” จากการเปลี่ยนแปลงทั้งภูมิรัฐศาสตร์ เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และโครงสร้างประชากร
กระทรวงพาณิชย์จึงกำหนด 9 ภารกิจสำคัญเพื่อสนับสนุนการเติบโตของภาคธุรกิจ ได้แก่ การสร้างความเป็นธรรมทางการค้า การดูแลค่าครองชีพ การเสริมศักยภาพ SMEs การใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเชิงพาณิชย์ การเพิ่มมูลค่าสินค้าและบริการ การเร่งรัดการเจรจาการค้า การปรับปรุงกฎระเบียบ การยกระดับบริการภาครัฐ และการป้องกันปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย
แนวทางดังกล่าวมีเป้าหมายลดข้อจำกัดในการทำธุรกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ และเชื่อมโยงการเติบโตของเศรษฐกิจไปสู่ภาคธุรกิจในวงกว้างมากขึ้น
ธปท.คาด GDP ปี 2569 โต 2.3%
ดร.ดอน นาครทรรพ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวในการบรรยายพิเศษหัวข้อ “บทบาทของธนาคารแห่งประเทศไทยต่อการนำพาเศรษฐกิจไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน” ว่า เศรษฐกิจโลกยังมีแรงส่งจากวัฏจักรอุตสาหกรรมและการลงทุนด้านเทคโนโลยี AI
แรงส่งดังกล่าวเป็นโอกาสต่อภาคการส่งออก การลงทุน และการยกระดับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย โดย ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2569 จะขยายตัว 2.3%
ขณะที่ภาคท่องเที่ยวมีแนวโน้มฟื้นตัวต่อเนื่อง และการลงทุนในเทคโนโลยี ดิจิทัล Data Center และ Cloud Service ยังเติบโตโดดเด่น
ประสาน 4 เครื่องมือประคองเศรษฐกิจ
ดร.ดอนกล่าวว่า ธปท.จะดำเนินนโยบายอย่างสมดุล โดยรักษาเสถียรภาพด้านราคา ระบบสถาบันการเงิน และระบบการชำระเงิน ควบคู่กับการประคับประคองเศรษฐกิจ
พร้อมประสาน 4 เครื่องมือสำคัญ ได้แก่ นโยบายการเงิน นโยบายการคลัง การปฏิรูปเศรษฐกิจ และมาตรการทางการเงินเฉพาะจุด เพื่อเพิ่มผลิตภาพและความสามารถในการแข่งขัน
มาตรการที่อยู่ระหว่างขับเคลื่อนยังรวมถึงการปรับโครงสร้างหนี้ การเพิ่มสภาพคล่องให้ SMEs ผ่านโครงการ SMEs Credit Boost และการยกระดับความเป็นธรรมกับความปลอดภัยของระบบการเงิน
ดันธุรกิจไทยจากใช้ AI สู่ “AI-Native”
รศ.ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ประธานคณะกรรมการ Robotics and AI และกรรมการบริหาร สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในการบรรยายหัวข้อ “AI for Thailand Business : โอกาสหรือความท้าทายของธุรกิจไทย” ว่า AI สามารถช่วยธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพ พัฒนาบริการ สร้างนวัตกรรม และเพิ่มมูลค่า
อย่างไรก็ตาม การใช้ AI ให้เกิดผลทางธุรกิจจริง ต้องก้าวข้ามจากเพียงการนำเครื่องมือมาใช้ ไปสู่การพัฒนาองค์กรแบบ “AI-Native”
แนวทางดังกล่าวหมายถึงการปรับทั้งกระบวนการทำงาน การตัดสินใจ บุคลากร ข้อมูล และโมเดลธุรกิจ พร้อมเชื่อมองค์ความรู้และจุดแข็งเดิมขององค์กรเข้ากับ AI เพื่อสร้างผลิตภาพและความได้เปรียบในการแข่งขัน
รศ.ดร.ชิตระบุว่า ประเทศไทยยังต้องเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI และบุคลากรที่มีทักษะรองรับ ขณะที่สภาหอการค้าฯ พร้อมผลักดันกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจและ SMEs ให้นำ AI ไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
มอบ 34 รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น
ภายในงานยังมีพิธีมอบ “รางวัลสมาคมการค้าดีเด่น ประจำปี 2569” ซึ่งจัดร่วมกันระหว่างสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เพื่อเชิดชูสมาคมการค้าและบุคลากรที่มีผลงานโดดเด่น
เกณฑ์พิจารณาครอบคลุม 4 มิติ ได้แก่ ผลสำเร็จตามพันธกิจ ความสามารถในการบริหารจัดการ คุณภาพการให้บริการ และการพัฒนาองค์กร
ปีนี้มีรางวัลรวม 34 รางวัล แบ่งเป็นรางวัลสมาคมการค้ายอดเยี่ยม 11 สมาคม รางวัลสมาคมการค้าดีเด่นรายมิติ 18 สมาคม รางวัลนายกสมาคมการค้าดีเด่น 3 ราย และรางวัลกรรมการศักยภาพดีเด่น 2 ราย
สภาหอการค้าแห่งประเทศไทยระบุว่า การยกระดับสมาคมการค้าให้เข้มแข็ง จะเป็นอีกกลไกสำคัญในการเชื่อมภาครัฐกับเอกชน ยกระดับมาตรฐานธุรกิจ และช่วยผลักดันแนวคิด “Unlocking New Growth” ให้เกิดผลในทางปฏิบัติ.