เปิดรายละเอียด “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” ใช้ยอดขายจริงช่วย SMEs เข้าถึงแหล่งทุน
‘AI นกกระซิบ’ เครื่องมือ AI ที่ภาครัฐและภาคการเงินพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการภาครัฐสามารถวิเคราะห์ข้อมูลการขายและข้อมูลที่จำเป็นได้
อย่างไรก็ตาม หนึ่งในปัญหาสำคัญที่ผู้ค้า ร้านค้ารายย่อย มักประสบปัญหา คือ เรื่องของการเข้าถึงแหล่งทุน เพราะร้านค้าต่าง ๆ อาจไม่มีข้อมูลที่สถาบันการเงินจะใช้เพื่อพิจารณา และอาจทำให้ผู้ค้ารายย่อยต้องเข้าสู่วังวนของหนี้นอกระบบ กลายเป็นปัญหาที่กระทบต่อร้านและชีวิตอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ล่าสุด กระทรวงการคลัง เปิดตัว “สินเชื่อ AI นกกระซิบ” เพื่อต่อยอด AI นกกระซิบ ให้เป็นแหล่งข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการขอสินเชื่อ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งทุนในระบบสถาบันการเงิน
ที่มา ‘AI นกกระซิบ’
‘AI นกกระซิบ’ เกิดขึ้นครั้งแรกในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะในรูปแบบแชทบอท AI บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ที่พัฒนาร่วมกันโดยกระทรวงการคลังและธนาคารกรุงไทย เพื่อช่วยผู้ประกอบการรายย่อย พ่อค้าแม่ค้า และ SMEs ในการบริหารจัดการร้านค้า
AI นกกระซิบ มีบทบาทสำคัญ 2 อย่าง คือ การเป็นผู้ช่วยบริหารจัดการธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ยอดขายและแนวโน้มรายได้รายวัน/รายเดือน การเช็กราคากลางวัตถุดิบ ตลอดจนเปรียบเทียบผลประกอบการกับร้านค้าใกล้เคียงหรือร้านประเภทเดียวกัน จนถึงช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับการใช้งานแอปฯ และโครงการภาครัฐ
อีกหนึ่งบทบาท คือ การเปลี่ยนข้อมูลประวัติการรับชำระเงินและยอดขายที่เกิดขึ้นจริงบนแอปฯ ถุงเงิน ให้กลายเป็นสรุปรายการบัญชีร้านค้า (Statement) ซึ่งนำไปใช้เป็นข้อมูลทางเลือก (Behavioral Data) ในการประเมินศักยภาพทางการเงิน

จาก AI สู่ข้อมูล เพื่อเข้าถึงแหล่งทุน
แล้วจาก ‘AI นกกระซิบ’ ถูกต่อยอดมาสู่การปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการได้อย่างไร ?
การต่อยอดครั้งนี้เกิดจากการที่ภาครัฐมองว่า อุปสรรคสำคัญของผู้ประกอบการจำนวนมากคือการเข้าถึงแหล่งเงินทุน แม้จะมีรายได้จริง มีลูกค้าจริง และมียอดขายจริง แต่ติดข้อจำกัดเรื่องการจัดทำเอกสารหรือแสดงข้อมูลทางการเงินในรูปแบบที่สถาบันการเงินใช้พิจารณา (เช่น สลิปเงินเดือน หรืองบการเงินแบบบริษัท) ทำให้แม้ธุรกิจจะมีศักยภาพ แต่ข้อมูลที่นำมาใช้พิสูจน์ศักยภาพนั้นยังมีไม่เพียงพอ
สำนักงานเศรษฐกิจการคลังได้ศึกษาข้อจำกัดดังกล่าว และประสานความร่วมมือกับสถาบันการเงินเพื่อพัฒนาโครงการขึ้น โดยมีแนวคิดนำรายงานยอดขายและประวัติการรับชำระเงินที่เกิดขึ้นจริงจากการทำธุรกิจบนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” (รวมถึงยอดขายจากโครงการภาครัฐ เช่น ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 และ คนละครึ่งพลัส) มาใช้เป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการประเมินศักยภาพของผู้ประกอบการ
เมื่อนำข้อมูลยอดขายจริงมาใช้ ก็จะช่วยให้ผู้ประกอบการที่ค้าขายจริงแต่เอกสารไม่ครบในรูปแบบเดิม มีข้อมูลธุรกิจที่ชัดเจนขึ้นสำหรับนำไปใช้ประกอบการยื่นขอสินเชื่อ ช่วยลดช่องว่างทางการเงิน ทำให้การขอสินเชื่อสะดวกขึ้น และเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้อย่างเหมาะสมผ่านสถาบันการเงินที่เข้าร่วมโครงการ

เจาะรายละเอียด ‘สินเชื่อ AI นกกระซิบ’
สำหรับสินเชื่อ AI นกกระซิบ มีสถาบันทางการเงินที่เข้าร่วมโครงการ 3 แห่ง คือ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) โดยแต่ละสถาบันฯ มีรายละเอียดของสินเชื่อ ดังนี้
ธนาคารกรุงไทย
1) สินเชื่อ SME ไซซ์เล็ก : สำหรับร้านค้าที่ใช้ AI “นกกระซิบ” บนแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมถึงผู้ประกอบการรายย่อย ร้านค้าปลีก พ่อค้าแม่ค้า และร้านค้าออนไลน์ที่ใช้แอปพลิเคชันถุงเงิน, เครื่อง EDC กรุงไทย หรือขายสินค้าผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ Lazada และ Shopee
วงเงินสินเชื่อสูงสุด 3 ล้านบาทต่อราย สำหรับกรณีไม่มีหลักประกัน (โดยใช้ บสย. ค้ำประกันเต็มวงเงิน) และวงเงินรวมสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท สำหรับกรณีที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นร้อยละ 3.5 ต่อปี คงที่ใน 2 ปีแรก
คุณสมบัติผู้กู้เบื้องต้น: บุคคลธรรมดาสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในไทย อายุ 20–65 ปี และมีประสบการณ์ดำเนินธุรกิจ (มีทะเบียนการค้า/พาณิชย์) อย่างน้อย 1 ปี
2) สินเชื่อสิบหมื่น : สำหรับพ่อค้าแม่ค้าถุงเงินที่ต้องการเงินก้อนหมุนเวียนหรือเสริมสภาพคล่องในกิจการ
วงเงินสินเชื่อ สูงสุด 500,000 บาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย เริ่มต้น 11% ต่อปี ผ่อนชำระเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน
ทั้งนี้ สินเชื่อ SME ไซซ์เล็ก และสินเชื่อสิบหมื่น ไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ

ธนาคารออมสิน
สินเชื่อ “ออมสิน QR มหาเฮง x นกกระซิบ” : สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยและพ่อค้าแม่ค้าขนาดเล็กที่ใช้บริการแอปพลิเคชันถุงเงิน และต้องการเงินทุนหมุนเวียนจำนวนไม่สูง
วงเงินสินเชื่อสูงสุด 50,000 บาทต่อราย (หลักเกณฑ์วงเงิน ไม่เกิน 1.5 เท่า ของยอดขายเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 3 เดือน) อัตราดอกเบี้ยคงที่ร้อยละ 0.75 ต่อเดือน ไม่ต้องใช้หลักประกัน และไม่คิดค่าธรรมเนียมในการขอสินเชื่อ
เกณฑ์การพิจารณา : นำข้อมูลยอดขายและประวัติการรับชำระเงินผ่าน QR บนแอปฯ ถุงเงิน มาใช้ประกอบการพิจารณาร่วมกับข้อมูลเชิงพฤติกรรมและระบบประเมินเครดิตของธนาคาร
คุณสมบัติ : เป็นผู้ประกอบการในโครงการไทยช่วยไทยพลัส และมียอดเดินบัญชีตั้งแต่ 10,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 3 เดือน

บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)
กลไกค้ำประกันสินเชื่อ (โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส และ เครดิตพลัส) สำหรับพ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการรายย่อย และ SMEs ที่ขาดหลักประกันหรือผู้ค้ำประกัน
วงเงินค้ำประกัน เริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาทต่อราย (ตามประเภทโครงการ) คิดค่าธรรมเนียม เริ่มต้น 1% ต่อปี โดยคิดตามระดับความเสี่ยง และได้รับการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน
โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (วงเงินโครงการ 500 ล้านบาท สำหรับกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย)
วงเงินค้ำประกันต่อราย : 5,000 บาท-50,000 บาท
ค่าธรรมเนียม : 1-2.5% ต่อปี คิดตามระดับความเสี่ยง (ฟรีค่าธรรมเนียม 4 ปี สถาบันการเงินช่วยออกให้ บสย.ช่วยชดเชยสูงสุด 5%)
ค้ำประกัน : 4 ปี
โครงการค้ำประกันสินเชื่อเครดิตพลัส (วงเงินโครงการ 5,000 ล้านบาท สำหรับกลุ่ม Micro และ SMEs)
วงเงินค้ำประกัน เริ่มต้นที่ 5,000 บาท ถึง 100 ล้านบาทต่อราย (ตามประเภทโครงการ) คิดค่าธรรมเนียม เริ่มต้น 1% ต่อปี โดยคิดตามระดับความเสี่ยง และได้รับการยกเว้นค่าดำเนินการค้ำประกัน
โครงการค้ำประกันสินเชื่อนาโนพลัส (วงเงินโครงการ 500 ล้านบาท สำหรับกลุ่มพ่อค้าแม่ขาย)
วงเงินค้ำประกันต่อราย : 10,000 บาท-100 ล้านบาท
ค่าธรรมเนียมรวม : เริ่มต้น 2% ต่อปี
ค้ำประกัน : 10 ปี

นอกจากนี้ ยังมีสถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐแห่งอื่น ๆ ที่ร่วมจัดทำผลิตภัณฑ์สินเชื่อภายใต้โครงการสินเชื่อ AI นกกระซิบ เพื่อรองรับความต้องการด้านเงินทุนหมุนเวียน สภาพคล่อง และการขยายกิจการ ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank)