เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
Business ‘เซ็นทารา’ เสริมพอร์ต 4 ดาว ส่งแบรนด์ ‘เซ็นทาราไลฟ์’ ปักหมุดราชบุรี
‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
SD ‘โจ้-ธนา’ จัดเวทีโหวต Agree-Disagree Gen Z ทำไมคิดต่าง
ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
Real Estate ผังเมืองใหม่-เมกะโปรเจ็กต์ บูม ‘ดอนเมือง’ ฮับอสังหาฯหรู
มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
Politics มท.ชงแล้วใช้งบ 7.5 หมื่นล้าน “ติดโซลาร์รูฟท็อป” 1.5 ล้านครัวเรือน ยันไร้ฮั้วล็อกสเป็ก
เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
เศรษฐกิจภูมิภาค เอทิฮัด-จีน-เกาหลี แห่เสริมทัพไฮซีซันเชียงใหม่ ดันผู้โดยสารพุ่ง 9.97 ล้านคน
ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
Business ททท.ปักหมุดสวนสามพรานจัดงาน Amazing Green Fest ต่อยอดกระแสกรีนทัวร์ริซึ่ม สร้างท่องเที่ยวยั่งยืน
แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
News แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล
อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
Politics อ.เชน ชี้ 5 ความหวังพลิกโฉมการศึกษาไทย – สร้างคน ความรู้ นวัตกรรม
ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
Politics ชวน ชี้ ‘องค์กรอิสระ’ ถูกการเมืองแทรกแซง แนะอย่าลังเล-ซื่อสัตย์เพื่อชาติ
‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
News ‘ยุติธรรม’ เผยช่วยเหยื่อออนไลน์ตามเงินคืน 130 ล้าน ไกล่เกลี่ยหนี้ลดภาระกว่า 5,000 ล้าน
ดูทั้งหมด

แอ๊ดคาราบาว บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์” เพื่อน ครู มิตรภาพตลอดกาล

12 ก.ย. 2569 | 14:24น.

“แอ๊ด คาราบาว” บันทึกถึง เจ้าสัวธนินท์ แห่งเครือซีพี ถ่ายทอดเรื่องราวและเบื้องหลังความสัมพันธ์ ตลอดจนบทเรียนความเป็นมนุษย์และธุรกิจ “เป็นมิตรภาพที่ผมจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิตที่เหลืออยู่… ครับพี่น้อง”

เปิดมิตรภาพเหนือกาลเวลา “แอ๊ด คาราบาว” บันทึกถึง “เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์” จากเพื่อนวงการไก่ชนสู่กัลยาณมิตรผู้มีพระคุณ ถ่ายทอดเรื่องราวสุดซาบซึ้ง เบื้องหลังความสำเร็จและการเกื้อหนุนในธุรกิจคาราบาวแดง พร้อมบทเรียนชีวิต ความประหยัด และการวางตนอย่างอ่อนน้อมของมหาเศรษฐีที่ไม่เคยถือตัว ชี้ชัดแม้ในวันนี้จะทำธุรกิจแข่งขันกัน แต่มิตรภาพและความกตัญญูจะไม่มีวันลบล้างได้

เนื้อหาทั้งหมดระบุผ่านเฟซบุ๊ก Add Bao ดังนี้ 

ท่านประธาน ธนินท์ เจียรวนนท์ ที่ผมรู้จัก

จากเสื่อผืนหมอนใบ ของคนไทยลูกจีนถึงมิตรภาพที่ไม่มีวันลืม

(บันทึกโดย แอ๊ด คาราบาว 12 กันยายน 2569)

คนจีนจากแผ่นดินใหญ่อพยพมาตั้งรกรากในประเทศไทยนั้นมีมาหลายร้อยปีแล้ว ครอบครัวผมก็เป็นหนึ่งในนั้น บรรพชนฝ่ายแม่แซ่อึ๊งหรือหวาง เป็นชาวแต้จิ๋วจาก “เท่งไฮ้ใกล้ซัวเถา” ส่วนฝ่ายพ่อมาจาก “ฮงซุน” เป็นดินแดนของพวกปั๊วซัวแคะ แซ่โอ๊วหรือหู ต่อมาอาปาจึงเปลี่ยนมาใช้นามสกุล “โอภากุล”

คนจีนรุ่นแรกเข้ามาแบบ “เสื่อผืนหมอนใบ” ที่ผมเคยอ่านจาก “ศิลปวัฒนธรรม” ของเครือมติชน มีเพียงเสื่อผืนหมอนใบ อาศัยแรงกาย ความขยันอดทน และความหวัง ก่อนจะสร้างครอบครัว ตั้งตัว และร่วมพัฒนาประเทศไทยจนเจริญรุ่งเรืองมาจนทุกวันนี้ หลายตระกูลประสบความสำเร็จจนสร้างชื่อให้ประเทศในระดับโลก เช่น “ตระกูลสิริวัฒนภักดี” และ “ตระกูลเจียรวนนท์” เป็นต้น คนเหล่านี้แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับกลุ่ม “จีนเทา” ที่เข้ามาอาศัยช่องว่างทางกฎหมายเพื่อแสวงหาผลประโยชน์และก่อปัญหาให้สังคมไทยอยู่ในขณะนี้

ความผูกพันของผมกับตระกูลเจียรวนนท์ โดยเฉพาะกับท่านประธานธนินท์ ไม่ใช่เรื่องที่ฟังต่อกันมา แต่เป็นประสบการณ์ที่ผมได้เห็นและสัมผัสด้วยตัวเอง

ราวปี 2530–2531 ผมขับรถจากบางกะปิไปดูการชนไก่นานาชาติที่หนองงูเหลือม ชลบุรี ระหว่างที่นั่งดูไก่ชนกันที่สนาม จู่ๆ ก็มีคนมาเชิญผมเข้าไปพบท่านประธาน ตอนนั้นผมยังไม่รู้ว่าท่านเป็นใคร แต่สิ่งแรกที่ประทับใจคือความสุภาพและอ่อนน้อมของท่าน

ท่านถามว่าผมชอบไก่ชนหรือ? เมื่อรู้ว่าผมเคยเลี้ยงไก่ชน ท่านจึงชวนไปที่ฟาร์มหนองจอก และมอบไก่ชนเวียดนามตัวผู้ที่สวยสง่างามมาก พร้อมแม่พันธุ์อีกหลายตัวให้ผมนำไปเพาะ จากวันนั้นผมกลับมาเลี้ยงไก่อีกครั้ง และมิตรภาพของเราก็ค่อย ๆ เติบโตขึ้น

ท่านเคยมาบ้านผมที่กรุงเทพกรีฑาสองสามครั้ง ที่สัตหีบก็เคยมา ส่วนผมก็เคยไปบ้านท่านที่บางนา ที่เขาใหญ่ และที่ตราด ที่นั่นท่านได้แนะนำให้ผมได้รู้จักท่านประธานจรัญ พี่ใหญ่ของตระกูลเจียรวนนท์ ที่ผมเล่าถึงท่านไปแล้วในตอนแรก ผมสนิทกับท่านจรัญเร็วมาก เนื่องจากท่านเป็นคนร่าเริงชอบผจญภัย ท่านพาผมชมเรือไม้ขนาดใหญ่ที่ท่านต่อ ท่านบอกกับผมแบบตลกๆ ว่า “ท่านน่าจะเป็นพวกไวกิ้งกลับชาติมาเกิด ถึงยังต่อเรือไม้เพื่อใช้เดินทะเล”

ผมไปตราดก็จะแวะไปนอนค้างที่บ้านบังกะโลริมทะเลของท่านบ่อยมาก ผมชอบไปตราดเพราะไปหาไก่เชิงไก่ท่าพริกที่มีชื่อเสียงเรื่องเชิงดี ส่วนท่านประธานธนินท์ เมื่อมีเวลาว่างเราจะนัดไปชนไก่ด้วยกัน ทั้งที่สุพรรณฯ สนามของหนุ่ม น้องชายรองเต่า (จรูญเกียรติ ปานแก้ว) ไปอุบลฯ อุดรฯ หลายแห่งในเมืองไทย… ในเมืองนอกทั้งจีน เวียดนาม และกัมพูชา ทุกๆ ที่มีทั้งเรื่องสนุกและเหตุการณ์น่าตื่นเต้นวุ่นวาย ครั้งหนึ่งที่อุบลฯ เรายังได้เจอท่านทักษิณ ชินวัตร ซึ่งสมัยนั้นยังเป็นนายกฯ อยู่ ยังแซวเราว่า “สองคนนี้มาตีไก่แน่นอน…”

เรื่องนี้ต่อมาเมื่อไข้หวัดนกระบาด รัฐบาลขณะนั้นหาแพะรับบาปคือ “ไก่ชน” จนเกิดการเข่นฆ่าไก่อย่างบ้าคลั่ง ท่านประธานธนินท์เคืองมากเรื่องนี้ ท่านจึงก่อตั้งสมาคมส่งเสริมอาชีพไก่ชนไทย โดยตั้งผมเป็นนายกสมาคมฯ คุณหมอชัย วัชรงค์ เป็นอุปนายกฯ พวกเราจุดม็อบคนร่วมสามหมื่นคนทั่วประเทศ เดินทางไปประท้วงรัฐบาลที่หน้าลานเจดีย์สมเด็จพระนเรศวรที่อำเภอดอนเจดีย์ สุพรรณบุรี งานนั้นรัฐบาลส่งคุณหญิงหน่อย (สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์) มาเจรจา ผมไม่แฮปปี้กับการแสดงจุดยืนของเธอ จนเกิดคำตำหนิจากปากผมออกไมโครโฟนดังก้องว่า “ตอแหล”

ปัญหาต่างๆ ที่เราประสบ ท่านประธานมักมองทุกอย่างอย่างสงบและใจเย็น

ครั้งหนึ่งที่กัมพูชา เขาเชิญเราไปชนไก่กับท่านรัฐมนตรีพิเศษ ซก อัน ผมเห็นว่าเราเสียเปรียบเพราะไก่เขาเป็นไก่เดือยสวมเดือย ไก่เราเป็นไก่แข้ง ถึงตัวใหญ่กว่าแต่ก็แพ้เพราะโดนเดือยแทง ผมจึงบอกว่าไม่ควรชนต่อ ท่านตอบผมว่า

“คุณแอ๊ด เรามาชนเพื่อการเมือง เรามาชนเพื่อการค้า เราจะเอาชนะเขาไม่ได้หรอก”

ประโยคนี้ทำให้ผมเข้าใจว่า บางครั้งการเดินทางไปพบปะและสร้างความสัมพันธ์สำคัญกว่าผลแพ้ชนะตรงหน้า

อีกครั้งที่เวียดนาม เราไม่รู้ว่ากฎหมายที่นั่นห้ามพนันชนไก่ ตำรวจเข้ามาระหว่างไก่กำลังชน ผมตกใจจนวิ่งหนี แต่ท่านยังเดินออกไปอย่างสงบ เมื่อเจ้าหน้าที่รู้ว่าท่านเป็นใคร เหตุการณ์ก็คลี่คลาย แม้คู่ชนชาวเวียดนามจะอุ้มไก่ของเราหนีไปด้วย ท่านก็ไม่เอะอะ เพียงพูดเปิดโอกาสให้นำกลับมาคืน และสุดท้ายอีกฝ่ายก็นำไก่มาคืนจริงๆ

ระหว่างการเดินทางไปชนไก่ที่เวียดนาม ผมสังเกตว่าคนตระกูลเจียรวนนท์นี้ท่านคิดถึงแต่การสร้างประโยชน์จากสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ อันนี้คือท่านประธานมนตรี ผู้เป็นพี่กลางของท่านประธานธนินท์ ท่านบอกทำไมเวียดนามปลูกแต่ต้นไม้โง่ๆ ผมถามท่านว่า “ต้นไม้โง่ๆ คืออะไรครับท่าน?” ท่านบอกว่า “ก็มันไม่มีผลให้กินได้ 55555” เมื่อได้กินผลไม้รสชาติดี อย่างเช่นลูกนม ท่านบอกผมว่า “คุณแอ๊ดเก็บเมล็ดไว้ให้ผมด้วยอย่าทิ้งนะ ผมจะเอาไปปลูก บ้านเราเมืองไทยเราไม่มี…” สิ่งเล็กๆ เหล่านี้สะท้อนวิธีคิดของคนที่มองเห็นอนาคตของเรื่องอาหาร อาชีพ และประโยชน์ที่จะเกิดแก่ผู้คน

เรื่องความใจกว้าง ผมยังจำเหตุการณ์ที่คุนหมิงได้ดี วันนั้นเที่ยวบินล่าช้า และมีคนไทยอีกกลุ่มหนึ่งต้องรอเครื่องลำเดียวกับเรา แต่ออกไปรับประทานอาหารไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่สนามบินไม่อนุญาตและในสนามบินก็ไม่มีอาหารขาย แต่คณะของเราเขาอนุญาต เมื่อท่านทราบว่าคนไทยเหล่านั้นเป็นคนที่ผมสนิท คือพี่ตั้ม กันตนา ท่านก็สั่งอาหารอย่างดีให้นำกลับมาเลี้ยงทุกคน นี่คือน้ำใจที่ผมไม่เคยลืม

สิ่งที่ผมประทับใจที่สุดคือ แม้ท่านจะร่ำรวยมหาศาลและมีตำแหน่งใหญ่โตในบริษัท แต่ท่านให้เกียรติผู้อื่นเสมอ เวลาเราทานอาหารด้วยกัน ท่านจะเป็นผู้ตักอาหารให้แขกก่อนเสมอแล้วท่านถึงจะตักของท่านทีหลัง เวลาส่งแขก ท่านจะเดินมาส่งถึงประตูรถ ไม่ว่าผมหรือใครก็ตามที่เป็นแขกของท่าน ท่านปฏิบัติเช่นนี้ต่อทุกคนเสมอมา มันเป็นบทเรียนที่ผมจำเอามาใช้ในปัจจุบัน คนระดับเจ้าสัวที่คนอื่นเรียกท่าน แต่กลับวางตนได้น่าเคารพอย่างหาที่สุดมิได้ ท่านไม่เคยถือตนว่ายิ่งใหญ่เลย

ครั้งหนึ่งในงานการกุศลที่หอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่านขึ้นกล่าวบนเวทีว่า

“ผมมางานนี้ก็เพราะคุณแอ๊ดเป็นเพื่อนผม”

คำพูดสั้นๆ นี้ทำให้ผมซาบซึ้งมาก จนคุณเสถียรต้องเอาศอกมากระทุ้งผมเหมือนเป็นนัยว่า ให้จำไว้ว่าท่านคิดกับผมอย่างไร ท่านให้เกียรติผมจริงๆ ทั้งที่ผมเป็นเพียงนักร้องเพื่อชีวิตคนหนึ่ง ท่านยังให้เกียรติครอบครัวผมในงานสำคัญต่างๆ งานศพพ่อแม่ผม งานแต่งงานลูกผม ท่านมาร่วมตลอด และซองที่ท่านช่วยไม่เคยต่ำกว่า 200,000 บาท หรือแม้แต่งานแซยิดของผมที่คุณบัณฑูร ล่ำซำ จัดให้กลางแจ้งริมแม่น้ำเจ้าพระยาข้างสำนักงานใหญ่กสิกรไทย วันนั้นโชคไม่ดีฝนตก ท่านก็ยังอยู่ร่วมงานจนจบ

ระหว่างเดินทางด้วยกัน ท่านมักถ่ายทอดบทเรียนเรื่องธุรกิจและการพึ่งพาตนเอง ท่านเคยเปรียบไก่ว่าเป็น “ตู้เย็นประจำบ้านที่ไม่ต้องเสียบปลั๊ก” เพราะให้ได้ทั้งเนื้อและไข่ ท่านยังเห็นว่าชาวนาควรมีรายได้ดี ไม่ควรถูกกดราคาข้าว เพราะเมื่อชาวนามีกำลังซื้อ เศรษฐกิจก็จะหมุนเวียนไปทั้งระบบ ท่านชี้ให้ดูชาวนาญี่ปุ่นมีเงินบินมาเที่ยวเมืองไทย แต่ชาวนาไทยกลับเป็นหนี้ ธ.ก.ส.

ท่านยังสอนเรื่องความประหยัด มีอยู่ครั้งหนึ่งท่านปฏิเสธที่จะซื้อโคมไฟไปติดที่อาคารอบรมที่ปากช่อง สถาปนิกเสนอแบบดวงโคมหลักหมื่น ท่านเห็นว่ามันมีราคาแพงเกินความจำเป็น ให้ลดลงมาใช้หลักร้อย ดูเอาเถอะครับ ทำให้ผมเข้าใจว่า คนร่ำรวยไม่ใช่เพียงต้องหาเงินเป็น แต่ต้องรู้จักใช้เงินด้วย

ผมเคยมอบหัวเข็มขัดรูปไก่ชนให้ท่าน แม้จะไม่ใช่ของราคาแพง แต่ท่านสวมทุกครั้งที่เราไปชนไก่ด้วยกัน เรื่องเล็กๆ นี้ทำให้ผมเห็นว่า สำหรับท่าน คุณค่าของสิ่งของไม่ได้อยู่ที่ราคา แต่อยู่ที่น้ำใจของผู้ให้

เมื่อผมกับคุณเสถียรเริ่มทำธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง เราไปขอคำปรึกษาจากท่าน เดิมทีเราคิดจะใช้ชื่อ “คาราบาวตะวันแดง” แต่ท่านเห็นว่าชื่อยาวเกินไป และแนะนำให้เลือกใช้ชื่อใดชื่อหนึ่ง ในที่สุดจึงกลายมาเป็น “คาราบาวแดง”

ต่อมาเมื่อธุรกิจของเราต้องนำสินค้าเข้าเซเว่น อีเลฟเว่น ท่านช่วยโทรศัพท์ขอให้ผู้บริหารผ่อนเงื่อนไขทางการค้า ความช่วยเหลือครั้งนั้นมีความหมายอย่างมากในช่วงที่ธุรกิจกำลังตั้งหลัก ท่านยกหูทันทีสั่งลูกน้องทั้งๆ ที่ปลายสายโต้กลับมาว่าไม่ได้มันเป็นกฎ ท่านก็ถามว่า “ใครดูแลเรื่องราคา ให้ผมคุยตรงหน่อย” แล้วท่านก็สั่งเลยว่า “คุณต้องลดราคาให้คุณแอ๊ดคุณเสถียร” ท่านสั่งเลยแล้วใครจะไม่กล้าทำตาม ท่านวางสายเสร็จก็หันมาบอกผมว่า ตัวท่านไม่ค่อยรู้เรื่องของ 7-Eleven แล้วตอนนี้ ท่านเป็นผู้บุกเบิก

เมื่อประสบความสำเร็จตั้งตัวได้แล้ว ท่านก็เดินหน้าไปทำเรื่องใหม่ๆ ต่อไป ท่านยังเตือนให้เรารีบเข้าสู่ตลาดจีน และเสนอจะช่วยติดต่อประธานบริษัทเบียร์ชิงเต่า เพื่อเปิดทางให้คาราบาวแดงได้เข้าไปถึงตลาดจีนอีกด้วย

วันนี้ผมกับคุณเสถียรเติบโตขึ้นในทางธุรกิจ และทำธุรกิจที่อาจดูเหมือนเป็นคู่แข่งกับธุรกิจของท่านประธาน แต่ผมยืนยันได้ว่า เราไม่เคยคิดจะต่อสู้หรือเอาชนะท่าน เราทำคอนวีเนียนสโตร์เพื่อที่จะเป็นที่ขายเบียร์ อันมีตลาดที่ใหญ่ขนาดปีละสองแสนกว่าล้าน และตลาดสุราแสนสองหมื่นล้าน คุณเสถียรพูดกับผมอยู่เสมอว่า

“แอ๊ด เราต้องเคารพท่านประธานอย่างสุดจิตสุดใจ เพราะท่านคือผู้มีพระคุณอย่างยิ่งต่อเรา เรามีวันนี้ได้ ส่วนหนึ่งก็เพราะคำปรึกษา โอกาส และความช่วยเหลือจากท่าน”

สำหรับผม การแข่งขันทางธุรกิจไม่อาจลบล้างมิตรภาพและความกตัญญูที่ผมมีต่อท่านประธานธนินท์ เจียรวนนท์ ผู้มีมิตรภาพ น้ำใจ มอบให้ทั้งคำแนะนำ โอกาส และบทเรียนของการเป็นมนุษย์ ท่านทำให้ผมเห็นว่า คนยิ่งใหญ่ไม่จำเป็นต้องวางตัวใหญ่โต คนร่ำรวยไม่จำเป็นต้องฟุ่มเฟือย และผู้ที่ประสบความสำเร็จควรเปิดทางให้ผู้อื่นได้เติบโตไปด้วย

จากวันแรกที่สนามชนไก่จนถึงวันนี้ ท่านประธานธนินท์ยังคงเป็นทั้งเพื่อน เป็นครู และเป็นผู้มีพระคุณที่ผมเคารพศรัทธาอย่างหมดหัวใจ ทุกเรื่องที่เล่ามานี้คือสิ่งที่ผมได้เห็น ได้พบ ได้รับ และสัมผัสด้วยตัวเอง เป็นมิตรภาพที่ผมจะไม่มีวันลืมตลอดชีวิตที่เหลืออยู่… ครับพี่น้อง

______

ที่มา : https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=pfbid02vorh51h4vygCno6obW5oB8oYrkKKUGAAKTDrSbYZadqszLGXLMbca1kJsydzzf8Rl&id=61552090082956