เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สหรัฐ-ไทย ลงนามศึกษาความเป็นไปได้  โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของไทย เทคโนโลยี SMR
News สหรัฐ-ไทย ลงนามศึกษาความเป็นไปได้ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งแรกของไทย เทคโนโลยี SMR
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 68,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ย. 69) ร่วงลง 350 บาท ทองรูปพรรณ 68,700 บาท
“สุข(ก)ใจ” เบื้องหลังน้ำหอมที่ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ อยากเล่า ผ่านความทรงจำรอบมื้ออาหาร
Business “สุข(ก)ใจ” เบื้องหลังน้ำหอมที่ ‘บาร์บีคิวพลาซ่า’ อยากเล่า ผ่านความทรงจำรอบมื้ออาหาร
CEO ปตท. ย้ำก๊าซธรรมชาติยังสำคัญ เพิ่มพอร์ต LNG ให้ได้ 15 ล้านตัน ปี 2035
Economic CEO ปตท. ย้ำก๊าซธรรมชาติยังสำคัญ เพิ่มพอร์ต LNG ให้ได้ 15 ล้านตัน ปี 2035
คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
Economic คดีปลาหมอคางดำเข้าสู่ Class Action ขั้นพิสูจน์ยังอีกยาว ค่าเสียหายต้องวินิจฉัยตามข้อเท็จจริง
ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
Economic ปตท.สผ.-ปิโตรนาส รับสิทธิแปลง A-18-01 เดินหน้าผลิตก๊าซ 35 ปี เสริมความมั่นคงพลังงาน
ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
Biz Movement ไอคอนคราฟต์ เปิดนิทรรศการ “Donkoi Model: FROM LOCAL WISDOM TO ASIAN PRIDE”
เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
Economic เปิดงาน Gastech 2026 บรรยากาศพลังงานโลกคึกคัก ไทยประกาศพร้อมเป็น “Energy Hub” อาเซียน
โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัด โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
Economic โยก “พิมพ์ชนก” สะเทือนพาณิชย์ อดีต รมว.-ปลัด โต้ปมลดระดับ เอกอัครราชทูต WTO
ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
Finance ตลาดการเงินกำลังตั้งคำถามกับความน่าเชื่อถือ ?
ดูทั้งหมด

สกพอ.ชู EEC ลงทุนทะลุ 1 ล้านล้านบาทต่อปี เดินหน้าเมกะโปรเจกต์เชื่อมเศรษฐกิจกับชุมชน

14 ก.ย. 2569 | 13:22น.

ดร.จุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยในงานสัมมนา EEC NEVER STOPS: THE NEXT CHAPTER อีอีซีก้าวต่อไป ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 7 กันยายน 2569 ถึงทิศทางและผลการดำเนินงานของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยระบุว่า EEC ถูกออกแบบให้เป็นกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้วัตถุประสงค์หลัก 5 ประการ ได้แก่ การนำกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ทันสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเข้ามาปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การจัดบริการภาครัฐแบบเบ็ดเสร็จ (One-Stop Service) เพื่อลดต้นทุนการประกอบธุรกิจ การจัดเตรียมโครงสร้างพื้นฐาน การบริหารจัดการใช้ประโยชน์ที่ดิน และการพัฒนาเมืองให้ภาคอุตสาหกรรมสามารถอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างยั่งยืน

หลังจาก EEC เดินหน้ามาเป็นเวลา 8 ปี นับตั้งแต่จัดตั้งในปี 2561 ผลการดำเนินงานสะท้อนถึงบทบาทของพื้นที่ EEC ในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญของประเทศ โดยในปี 2567 ผลิตภัณฑ์มวลรวมของ 3 จังหวัดในพื้นที่ EEC ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง มีมูลค่าประมาณ 2.7 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นภาคอุตสาหกรรม 66% ภาคบริการ 31% และภาคเกษตรกรรม 2.6%

ทั้งนี้ เศรษฐกิจในพื้นที่ EEC มีอัตราการเติบโตสูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ โดยแม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ปี 2563 เศรษฐกิจจะหดตัว -7.1% แต่พื้นที่สามารถฟื้นตัวกลับมาได้อย่างรวดเร็ว และมีส่วนช่วยสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศ

สำหรับสัดส่วนต่อ GDP ประเทศไทย GDP ของ 3 จังหวัด EEC คิดเป็นประมาณ 14% แบ่งเป็น ฉะเชิงเทรา 2.3% ชลบุรี 6.6% และระยอง 5.9% ขณะที่รายได้ต่อหัวของประชากรในพื้นที่อยู่ในระดับสูง โดยจังหวัดระยองมีรายได้ต่อหัวสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ชลบุรีอยู่ในอันดับ 3 และฉะเชิงเทราอยู่ในอันดับ 4

ดร.จุฬา กล่าวว่า ตัวเลขที่สะท้อนผลกระทบทางเศรษฐกิจของ EEC อย่างเป็นรูปธรรม คือมูลค่าการลงทุนจริง โดยข้อมูลสะสมนับตั้งแต่จัดตั้ง EEC พบว่า เงินลงทุนจริงในพื้นที่คิดเป็นประมาณ 1 ใน 4 หรือ 25% ของการลงทุนจริงทั้งประเทศ หรือเฉลี่ยมีเงินลงทุนจริงเข้าสู่พื้นที่ประมาณ 1 ล้านล้านบาทต่อปี ครอบคลุมทั้งการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและการลงทุนในอุปกรณ์เพื่อประกอบกิจการ

สำหรับการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ หรือเมกะโปรเจกต์ของ EEC ปัจจุบันโครงการท่าเรือ 2 แห่งได้เดินหน้าก่อสร้างในส่วนของภาครัฐแล้ว และอยู่ในขั้นที่ภาคเอกชนกำลังดำเนินงาน ขณะที่โครงการท่าอากาศยานอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออกล่าช้ากว่าแผนประมาณ 2-3 ปี โดยภาครัฐได้ดำเนินการก่อสร้างในส่วนของทางวิ่ง (รันเวย์) แล้ว และภาคเอกชนเตรียมเริ่มดำเนินการต่อ

ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา สกพอ.อยู่ระหว่างเร่งรัดกระบวนการที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้โครงการสามารถเดินหน้าต่อได้ โดยหากนับเฉพาะเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของ 2 โครงการดังกล่าว มีมูลค่ารวมกว่า 2.4 แสนล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระตุ้นการลงทุน การจ้างงาน และกิจกรรมทางเศรษฐกิจในพื้นที่

ดร.จุฬา กล่าวถึงแนวทางของโครงการรถไฟความเร็วสูงว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางดำเนินการ โดย EEC ยังมีความจำเป็นต้องมีระบบรถไฟเพื่อรองรับความต้องการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจในอนาคต หากการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) ไม่สามารถเดินหน้าต่อได้ ภาครัฐอาจเข้ามาดำเนินการในบางส่วน และให้เอกชนเข้ามาบริหารการเดินรถ โดยอาจพิจารณาระบบรถไฟความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ด้านการกระจายผลประโยชน์จากการลงทุนสู่ชุมชน สกพอ.เดินหน้าสร้างความเชื่อมโยงระหว่างภาคอุตสาหกรรมกับประชาชนในพื้นที่ ผ่านแนวคิด “ไข่แดง-ไข่ขาว” โดยปัจจุบันมีการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษแล้ว 47 แห่ง ทั่วพื้นที่ EEC เปิดโอกาสให้ทั้งอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ ธุรกิจเฉพาะทาง และผู้ประกอบการขนาดเล็ก เช่น อุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ อุตสาหกรรมท่องเที่ยว และภาคบริการ เข้ามาลงทุนในพื้นที่

ดร.จุฬา กล่าวทิ้งท้ายว่า EEC ยังคงเดินหน้าพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาบทบาทของ EEC ในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจและจุดหมายการลงทุนของทั้งนักลงทุนไทยและต่างประเทศ