ซื้อรถในสิงคโปร์แพงตั้งแต่ยังไม่ได้รถ
คอลัมน์ : ออโต เวิลด์ไวด์
ตลาดรถยนต์สิงคโปร์ขึ้นชื่อเรื่องราคาที่แพงที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่สิ่งที่ทำให้การมีรถยนต์ในประเทศนี้แตกต่างจากที่อื่น คือ ผู้ซื้อไม่ได้จ่ายแค่ค่ารถ แต่ต้อง “จ่ายเงินเพื่อให้ได้สิทธิ” ในการนำรถออกมาวิ่งบนถนนด้วย
ระบบดังกล่าวเรียกว่า Certificate of Entitlement (COE) หรือใบรับรองสิทธิครอบครองรถยนต์ เป็นใบอนุญาตที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องมี ก่อนจะสามารถจดทะเบียนและใช้งานรถยนต์ได้
ใบ COE มีอายุ 10 ปี และจัดสรรผ่านระบบประมูลตามจำนวนโควตารถที่รัฐบาลกำหนด
ปัจจุบันราคาของ COE พุ่งขึ้นแตะระดับมากกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ในบางประเภท
หมายความว่า ผู้บริโภคอาจต้องควักเงินกว่า 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือราว 2.4-2.5 ล้านบาท เพียงเพื่อให้ได้สิทธิครอบครองรถเป็นเวลา 10 ปี ยังไม่รวมราคาตัวรถ ภาษี และค่าธรรมเนียมอื่น ๆ
ข้อมูลการประมูลที่ผ่านมา ความผันผวนของราคา COE แพง-ถูกลง ขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อเทียบกับจำนวนโควตาที่เปิดให้ประมูล
แต่ทำไมสิงคโปร์ต้องมี COE ?
สาเหตุมาจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ เพราะสิงคโปร์เป็นประเทศขนาดเล็กและมีความหนาแน่นของเมืองสูง รัฐบาลจึงใช้ระบบ Vehicle Quota System จำกัดจำนวนรถยนต์ใหม่ที่จะเข้าสู่ระบบ เพื่อควบคุมจำนวนรถบนท้องถนนและปัญหาการจราจร
ระบบ COE เริ่มใช้ตั้งแต่ปี 1990 กำหนดว่า ผู้ที่ต้องการซื้อรถใหม่ต้องแข่งขันกันประมูลใบรับรองดังกล่าว
เมื่อได้ COE แล้วจึงสามารถจดทะเบียนรถและใช้งานได้ตามระยะเวลาที่กำหนด
นอกจาก COE แล้ว ผู้ซื้อยังต้องรับภาระค่าใช้จ่ายอื่น เช่น ภาษีและค่าธรรมเนียมการจดทะเบียน รวมถึงภาษีเพิ่มเติมตามมูลค่ารถ ทำให้ราคาขายรถยนต์ในสิงคโปร์สูงกว่าราคาของรถรุ่นเดียวกันในหลายประเทศอย่างมาก
ที่น่าสนใจคือ เมื่อ COE ครบ 10 ปี เจ้าของรถจะไม่สามารถใช้สิทธิเดิมต่อไปได้โดยอัตโนมัติ หากต้องการใช้งานรถคันเดิมต่อจะต้องต่ออายุ COE ด้วยการจ่าย Prevailing Quota Premium (PQP) หรือเลือกยกเลิกทะเบียนรถ
ข้อมูลจาก DBS ระบุว่า ต้นทุนเริ่มต้นของการซื้อรถในสิงคโปร์ เริ่มคิดตั้งแต่ค่า COE ค่าธรรมเนียมจดทะเบียน อากร และภาษีต่าง ๆ ขณะที่หลังจากซื้อแล้วเจ้าของรถยังต้องรับภาระภาษีถนน ประกันภัย น้ำมัน และค่าจอดรถอีกด้วย