ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังตลาดกังวลอุปทานที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับเพิ่มขึ้น หลังตลาดกังวลต่ออุปทานน้ำมันดิบที่หายไปหลังการปิดท่าเรือยานบู
หน่วยวิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน บมจ.ไทยออยล์ ระบุว่า ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับราคามีดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนต์ปรับตัวสูงขึ้น หลังกลุ่มฮูตีที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่านเปิดฉากโจมตีประเทศซาอุดีอาระเบียอีกครั้งเมื่อวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีพลเรือนบาดเจ็บจำนวน 14 ราย โดยซาอุดีอาระเบียได้ระงับการขนถ่ายน้ำมันดิบที่ท่าเรือส่งออกในเมืองยานบู (Yanbu) ซึ่งทำให้จำเป็นต้องมีการยกเลิกการส่งออกน้ำมันดิบจากซาอุดีอาระเบียไปยังยุโรปบางส่วนในช่วงปลายเดือน ก.ย. 69
โดยราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสซื้อขายเมื่อ 15 ก.ย. 2569 อยู่ที่ 105.83 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +4.44 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และราคาน้ำมันดิบเบรนต์อยู่ที่ 108.75 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น +3.07 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ข้อมูลการเดินเรือจาก Kpler เมื่อวันอังคารที่ 15 ก.ย. 69 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่ามีเรือบรรทุกสินค้าเพียง 4 ลำเท่านั้นที่แล่นผ่านบริเวณช่องแคบฮอร์มุซในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. 69 รวมทั้งสำนักข่าวฟาร์สของอิหร่าน รายงานเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มีเรือบรรทุกน้ำมันลำหนึ่งระเบิดและเกิดไฟไหม้หลังชนทุ่นระเบิดในช่องแคบฮอร์มุซ
บริษัทน้ำมันแห่งชาติลิเบีย รายงานว่าการดำเนินงานผลิตในแหล่งน้ำมันดิบ 3 แห่งถูกระงับจากเหตุการณ์ประท้วงของสมาชิกกลุ่มรักษาความปลอดภัยในโรงงานปิโตรเลียม (Petroleum Pacilities Guard) ที่ได้ทำการปิดวาล์วบนท่อส่งน้ำมันดิบ Hamada-Zawiya โดยทางบริษัท ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า อาจจำเป็นต้องประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) หากวาล์วยังคงปิดอยู่ หรือถูกบังคับให้หยุดการผลิต
สงครามรัสเซีย-ยูเครนยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่อง หลังรัสเซียทำการโจมตีสถานีบริการน้ำมันในกรุงเคียฟ ในขณะที่ยูเครนโจมตีโรงกลั่นน้ำมันในรัสเซียอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสองฝ่ายยังคงมุ่งเป้าไปยังการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านพลังงาน แม้ว่าประธานาธิบดีสหรัฐโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศว่าทั้งสองประเทศจะยุติการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานแล้วก็ตาม
