สศก.จับมือกรมเจรจาฯ-EXIM Bank เชื่อมข้อมูล FTA-การเงิน หนุนสินค้าเกษตรไทยบุกตลาด
สศก.จับมือกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และ EXIM Bank ลงนาม MOU เชื่อมข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตร ความรู้ FTA สิทธิประโยชน์ทางภาษี กฎระเบียบการค้า และบริการทางการเงิน หวังช่วยเกษตรกร-ผู้ประกอบการวางแผนผลิตและเลือกตลาดได้แม่นยำขึ้น พร้อมเตรียมรับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า
นายพีรพันธ์ คอทอง เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า การส่งเสริมให้ภาคเกษตรไทยใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี หรือ FTA จำเป็นต้องเตรียมความพร้อมทั้งด้านข้อมูลการผลิตและการตลาด ความเข้าใจกฎระเบียบทางการค้า และการเข้าถึงบริการทางการเงิน
สศก. กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือ EXIM Bank จึงร่วมจัดทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ MOU ว่าด้วยความร่วมมือยกระดับศักยภาพการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศสู่เวทีโลก
การลงนามมีขึ้นในโอกาสปิดโครงการ “การสร้างความเข้าใจประโยชน์ของ FTA สร้างเครือข่าย FTA Club” รุ่นที่ 4 เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2569 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ โดย สศก.มอบหมายให้นายชนวัฒน์ สิทธิธูรณ์ รองเลขาธิการ สศก. เข้าร่วมในฐานะผู้แทนหน่วยงาน
กรอบความร่วมมือดังกล่าวจะใช้เป็นกลไกพัฒนาองค์ความรู้ แลกเปลี่ยนข้อมูล และเชื่อมการเข้าถึงบริการที่เกี่ยวข้องกับการค้าและการลงทุน เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ตัดสินใจทางธุรกิจได้รอบด้านมากขึ้น
กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศจะสนับสนุนข้อมูลด้าน FTA สิทธิประโยชน์ทางภาษี และกฎระเบียบทางการค้า ขณะที่ EXIM Bank จะสนับสนุนข้อมูลและคำแนะนำด้านสินเชื่อ การประกันการส่งออก และการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยการเข้าถึงบริการจะเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคาร
ส่วน สศก. จะสนับสนุนข้อมูลและการวิเคราะห์เศรษฐกิจการเกษตร ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูก ปริมาณผลผลิต ราคาสินค้าเกษตร ตลอดจนข้อมูลการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตร เพื่อใช้ประเมินศักยภาพสินค้าและความพร้อมของภาคการผลิต
เมื่อนำข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลตลาดและเงื่อนไขทางการค้า จะช่วยให้เห็นโอกาสในการขยายตลาดสินค้าเกษตร รวมถึงประเด็นที่เกษตรกรและผู้ประกอบการต้องเตรียมปรับตัว และสามารถใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางพัฒนาภาคเกษตรภายใต้การเปิดเสรีทางการค้า
นายพีรพันธ์กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยให้ผู้ประกอบการและเกษตรกรมีข้อมูลประกอบการวางแผนการผลิตและการจำหน่ายให้สอดคล้องกับโอกาสของตลาด ขณะที่หน่วยงานภาครัฐสามารถใช้ผลการวิเคราะห์เพื่อกำหนดมาตรการส่งเสริมและดูแลภาคเกษตรที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปิดเสรีทางการค้า
สศก.จะร่วมถ่ายทอดข้อมูลและองค์ความรู้ผ่านกิจกรรมภายใต้กรอบความร่วมมือ ทั้งการอบรม สัมมนา และการให้คำปรึกษา เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการสามารถนำข้อมูลไปใช้ประกอบการตัดสินใจได้จริง
“เป้าหมายของ สศก. คือให้ข้อมูลเศรษฐกิจการเกษตรช่วยเกษตรกรวางแผนการผลิตและการตลาดได้ดีขึ้น การเชื่อมข้อมูลของ สศก. กับความรู้ด้าน FTA และบริการทางการเงิน จะช่วยให้ผู้ประกอบการเห็นโอกาสทางธุรกิจและเตรียมความพร้อมได้รอบด้าน พร้อมสนับสนุนให้ภาคเกษตรไทยใช้ประโยชน์จากการค้าเสรีและปรับตัวต่อการแข่งขัน” นายพีรพันธ์กล่าว.