เอเปค เร่งวางกติกา “AI” หนุนการค้า รับมือสินค้าปลอมพุ่งบนออนไลน์
เอเปคเดินหน้าปรับกติกาการค้ารับยุคดิจิทัล ดันการใช้ AI และเทคโนโลยีหุ่นยนต์ช่วยอำนวยความสะดวกทางการค้า พร้อมศึกษาการบรรจุข้อบทสนับสนุน AI ไว้ใน FTA และความตกลงการค้าระดับภูมิภาคในอนาคต ควบคู่การผลักดัน Asia-Pacific AI Center และเร่งความร่วมมือสกัดสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่ขายผ่านออนไลน์ ขณะที่การค้าไทยกับเอเปคมีสัดส่วนสูงถึง 72.26% ของการค้ารวมของไทย
นางสาวโชติมา เอี่ยมสวัสดิกุล อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า ผู้แทนกรมได้เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการว่าด้วยการค้าและการลงทุน (Committee on Trade and Investment: CTI) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 17-28 สิงหาคม 2569 ณ เมืองต้าเหลียน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยเอเปคให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมต่อการค้าในยุคดิจิทัล โดยเฉพาะการนำปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI มาใช้สนับสนุนการค้าและการลงทุน การพัฒนากติกาให้รองรับเทคโนโลยีใหม่ และการรับมือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้หัวข้อหลักของการเป็นเจ้าภาพเอเปคของจีนในปีนี้ “Building an Asia-Pacific Community to Prosper Together” โดยมุ่งผลักดัน 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเปิดกว้าง (Openness) นวัตกรรม (Innovation) และความร่วมมือ (Cooperation)
หนึ่งในประเด็นที่สมาชิกให้ความสนใจ คือ การนำ AI มาใช้สนับสนุนการค้าและการลงทุน โดยมีการแลกเปลี่ยนแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า พัฒนาขีดความสามารถ และสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุนในภูมิภาค
เอเปคยังเดินหน้าศึกษาการพัฒนาข้อบทที่สนับสนุนการใช้ AI ในความตกลงการค้าเสรีและความตกลงการค้าระดับภูมิภาคในอนาคต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of the Asia-Pacific: FTAAP) เพื่อเตรียมกติกาการค้าให้รองรับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี
ขณะเดียวกัน ยังมีการผลักดันการจัดตั้ง Asia-Pacific AI Center เพื่อส่งเสริมนวัตกรรม พัฒนาทักษะและความปลอดภัยด้าน AI ตลอดจนสนับสนุนการแลกเปลี่ยนข้อมูลและองค์ความรู้ระหว่างสมาชิก
อีกประเด็นที่เอเปคให้ความสำคัญ คือ การรับมือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาข้ามพรมแดน ซึ่งมีความท้าทายเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ โดยสมาชิกได้หารือแนวทางเสริมสร้างความร่วมมือเพื่อป้องกันและรับมือสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ และจะเดินหน้าพัฒนาความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวต่อไป
“ความคืบหน้าเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการเตรียมความพร้อมของเอเปคต่อการค้าในยุคดิจิทัล ทั้งการพัฒนากติกาที่รองรับ AI การนำเทคโนโลยีมาช่วยลดอุปสรรคทางการค้า และการเสริมสร้างความร่วมมือด้านทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งจะมีส่วนช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการค้าและการลงทุนในภูมิภาคมากขึ้น” นางสาวโชติมากล่าว
ทั้งนี้ เอเปค หรือกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ ได้แก่ ออสเตรเลีย บรูไนดารุสซาลาม แคนาดา ชิลี จีน จีนฮ่องกง อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มาเลเซีย เม็กซิโก นิวซีแลนด์ ปาปัวนิวกินี เปรู ฟิลิปปินส์ รัสเซีย สิงคโปร์ จีนไทเป ไทย สหรัฐอเมริกา และเวียดนาม
ในปี 2568 การค้าของไทยกับกลุ่มเศรษฐกิจเอเปคมีมูลค่า 494,646.24 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 72.26% ของการค้ารวมของไทย แบ่งเป็นการส่งออกของไทยไปเอเปค 237,581.96 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และการนำเข้าจากเอเปค 257,064.29 ล้านดอลลาร์สหรัฐ