เปิดแถลงการณ์ เครือข่าย นวก.สื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ต่อ “สุญญากาศ กสทช.”
คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) และ เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ร่อนแถลงการณ์ จี้ หยุดภาวะสุญญากาศการทํางานของ กสทช. เพื่อ ขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมของประเทศ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ย. ที่ผ่านมา คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, สภาสถาบันนักวิชาการสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย (ส.ส.ม.ท.) และ เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ได้จัดงานเสวนาวิชาการ “ทางออก กสทช? สู่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ”
และได้ร่วมลงชื่อ 108 รายชื่อ ในแถลงการ เรื่อง ขอให้ยึดมั่นหลักการกฎหมายและประโยชน์สาธารณะ หยุดภาวะสุญญากาศการทํางานของ กสทช. เพื่อขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมของประเทศ

โดยแถลงการณ์ระบุว่า
“ตามที่เกิดภาวะการประชุมคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ
โทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่สามารถดําเนินการได้ตามปกติ ส่งผลให้มีวาระการพิจารณาค้างสะสมเป็นจํานวนมากนั้น เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ ในฐานะผู้ติดตาม ถอดบทเรียน และร่วมขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโทรคมนาคมมาอย่างต่อเนื่อง ขอแสดงทัศนะและข้อเรียกร้อง ตามหลักการดังต่อไปนี้”
- ความห่วงใยต่อภาวะชะงักงันของนิเวศสื่อและการคุ้มครองผู้บริโภค
เครือข่ายนักวิชาการฯ ไม่สามารถนิ่งเฉยต่อสภาพการณ์ที่การขับเคลื่อนนิเวศสื่อและโครงสร้างพื้นฐานของประเทศต้องหยุดชะงักลงได้ เนื่องจากส่งผลกระทบโดยตรงต่อสาธารณชนในหลายมิติ
1.1 ด้านการวางรากฐานและนโยบายสื่ออนาคต การชะลอพิจารณา (ร่าง) แผนที่นําทาง (Roadmap)
กิจการโทรทัศน์และการแพร่ภาพและเสียงของประเทศไทย (พ.ศ. 2569–2573) รวมถึง (ร่าง) ประกาศ กสทช. เกี่ยวกับบริการแพร่ภาพและเสียงผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต (OTT) และ หลักการเกี่ยวกับ Connected TV ทําให้ขาดทิศทางที่ชัดเจนของอนาคตของอุตสาหกรรมทีวีดิจิทัลทั้งหมดของประเทศ ทั้งการจัดสรรคลื่นความถี่ ใหม่และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ยุคถัดไป
1.2 ด้านการคุ้มครองผู้บริโภคและความปลอดภัยสาธารณะ ภาวะชะงักงันส่งผลกระทบโดยตรงต่อ
ประชาชน เนื่องจากวาระการพิจารณาเรื่องร้องเรียนของผู้บริโภค ทั้งในมิติบริการโทรคมนาคมและการจัดการปัญหาโฆษณาหลอกลวงต้องล่าช้าออกไป รวมถึงโครงการสําคัญที่ต้องการการอนุมัติขับเคลื่อนอย่างเร่งด่วน เช่น การติดตั้งระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินผ่านมือถือและสื่อโทรทัศน์ (Cell Broadcast / EWS) และมาตรการ ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (การจัดระเบียบซิมผีและแก๊งคอลเซ็นเตอร์)
1.3 ด้านการส่งเสริมวิชาชีพและสื่อชุมชน การชะลอพิจารณาหลักเกณฑ์การส่งเสริมและสนับสนุนสื่อ
ชุมชน รวมถึงโครงการพัฒนาทักษะและความเข้มแข็งของบุคลากรในวิชาชีพสื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ส่งผลให้การยกระดับคุณภาพสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะต้องหยุดชะงักลง
1.4 ด้านโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคม การวางแผนการประมูลคลื่นความถี่ 5G/6G (ปี 2569–
2571), นโยบายการพิจารณาอนุญาตให้ใช้ดาวเทียมต่างชาติในการให้บริการในประเทศ (Landing Rights),หลักเกณฑ์ท่อร้อยสาย และการกํากับดูแลผู้มีอํานาจเหนือตลาด (SMP) ตลาดมือถือและบรอดแบนด์ ล้วนเป็นวาระที่มีกรอบเวลาตามกฎหมาย ซึ่งการล่าช้าจะส่งผลเสียต่อความสามารถในการแข่งขันของประเทศ - การยืนหยัดในหลักการกฎหมายและคําสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ
เพื่อให้การบริการสาธารณะและการทําหน้าที่ขององค์กรกํากับดูแลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เครือข่าย
นักวิชาการฯ ขอเน้นย้ําถึงหลักการทางกฎหมายที่เป็นบรรทัดฐานสําคัญ ดังนี้
2.1 การเคารพคําสั่งและเหตุผลของศาลปกครองสูงสุด โดยคําสั่งศาลปกครองสูงสุดที่ 952/2569
ได้วางหลักไว้ชัดเจนเกี่ยวกับการมีผลของคําวินิจฉัยทางปกครอง และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการ กสทช. เท่าที่เหลืออยู่ตามมาตรา 20 วรรคสาม แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ เพื่อไม่ให้การจัดทําบริการ สาธารณะด้านกระจายเสียง โทรทัศน์ และโทรคมนาคมต้องหยุดชะงักลง
2.2 หน้าที่ในการขับเคลื่อนกลไกการทํางาน การแสวงหาทางออกร่วมกันของ กรรมการ กสทช. เพื่อ
เปิดพื้นที่หารือและจัดประชุมพิจารณาวาระที่ค้างอยู่ ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อรักษามติและประโยชน์ของสาธารณชนเป็นสําคัญ
2.3 บทบาทหน้าที่ของสํานักงาน กสทช. ซึ่งมีสถานะตามกฎหมายเป็นหน่วยธุรการและผู้สนอง
นโยบายของ คณะกรรมการ กสทช. ทั้งคณะ มิใช่ของกรรมการหรือผู้หนึ่งผู้ใดเป็นการเฉพาะ ดังนั้น
สํานักงานฯ จึงมีหน้าที่โดยตรงในการอํานวยความสะดวก จัดเตรียมการประชุม และขับเคลื่อนกลไกงานธุรการเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะชะงักงันและรักษาประโยชน์สาธารณะ - ข้อเรียกร้องต่อสํานักงาน กสทช. และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
3.1 ขอให้สํานักงาน กสทช. ทําหน้าที่เป็นหน่วยธุรการที่สนับสนุนการทํางานของคณะกรรมการ
กสทช. ทั้งคณะอย่างเป็นกลางและเคร่งครัด เร่งอํานวยความสะดวกในการจัดประชุมและขับเคลื่อนกลไกการทํางานตามกรอบกฎหมายและคําสั่งศาล เพื่อปฏิบัติตามนโยบายองค์กรและยึดเอาประโยชน์สาธารณะรวมถึงสิทธิของผู้บริโภคเป็นสําคัญ
3.2 สร้างความโปร่งใสและชี้แจงต่อสาธารณะ หากมีปัจจัยหรือข้อจํากัดใดที่ทําให้ระบบและกลไกการ
ทํางานของ กสทช. ไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการดังกล่าวมีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องอธิบายเหตุผลอย่างเปิดเผยและโปร่งใสต่อสาธารณชน
3.3 ขอให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องร่วมกันสร้างฉันทามติ ร่วมมือกันคลี่คลายภาวะสุญญากาศ เพื่อเปิดทาง
ให้วาระค้างพิจารณาที่เกี่ยวข้องกับประชาชนและอุตสาหกรรมได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุด เพื่อให้
อุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้เพื่อประโยชน์แห่งสาธารณะ
เครือข่ายนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชน กฎหมาย และนโยบายสาธารณะ
วันที่ 17 กันยายน 2569