SET วันนี้ไซด์เวย์ จับตาฟันด์โฟลว์คืน-นโยบายรัฐคืบ ชู DELTA-HANA-STECON-AMATA
บล.กรุงศรี คาด SET วันนี้แกว่ง Sideways/Up ให้แนวต้าน 1,610-1,615 จุด แนวรับ 1,590-1,585 จุด รับแรงหนุนจากฟันด์โฟลว์ต่างชาติกลับมาซื้อหุ้นไทยต่อ ขณะที่นโยบายในประเทศทยอยเดินหน้า ทั้งเกณฑ์ลงทุน Data Center โครงการ Solar ชุมชน และลุ้นต่ออายุมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” อีก 2 เดือน ชูหุ้นเด่น DELTA-HANA-STECON-PYLON-AMATA-WHA
บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ประเมินตลาดหุ้นไทยวันนี้ (22 ก.ย. 2569) มีแนวโน้มเคลื่อนไหว Sideways/Up โดยมองแนวต้านที่ 1,610 และ 1,615 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ 1,590 และ 1,585 จุด
ปัจจัยบวกในประเทศยังมาจากกระแสเงินทุนต่างชาติที่เริ่มกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นไทย โดยล่าสุดนักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิหุ้นไทยสูงสุดในรอบ 2 เดือน และเป็นการซื้อสุทธิต่อเนื่อง 3 วัน ขณะที่วันก่อนหน้าพบว่าในตลาดอาเซียน นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิเฉพาะตลาดหุ้นไทย สะท้อนโมเมนตัมฟันด์โฟลว์ที่ดีขึ้นและเป็นบวกต่อจิตวิทยาการลงทุน
ขณะเดียวกัน การขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจและการลงทุนของภาครัฐเริ่มมีความคืบหน้ามากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุน Data Center หลัง กสทช. เตรียมเสนอคณะกรรมการ Data Center พิจารณาหลักเกณฑ์ให้ผู้ประกอบการต้องได้รับการจัดสรรทรัพยากรด้านไฟฟ้าและน้ำให้เพียงพอก่อนเริ่มก่อสร้าง รวมถึงแนวทางใช้ Local Content มากกว่า 50% ซึ่งถือว่าใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดการณ์ไว้
ด้านโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน ยังติดตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ในการขยายโครงการ Solar ชุมชนรวม 10,000 เมกะวัตต์ ซึ่งเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาในวันนี้
นอกจากนี้ ตลาดยังคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น โดยเฉพาะการต่ออายุมาตรการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ออกไปอีกประมาณ 2 เดือน ซึ่งหากมีความชัดเจนจะช่วยหนุน Sentiment หุ้นที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคและสินเชื่อ
ปัจจัยต่างประเทศเริ่มผ่อนคลายลง หลังอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 0.04% ขณะที่ราคาน้ำมันดิบ Brent อ่อนตัวลงมาเคลื่อนไหวบริเวณ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณพร้อมพบและเจรจากับประธานาธิบดีอิหร่านระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ
ขณะเดียวกัน สหรัฐเตรียมเสนอขยายระยะเวลาข้อตกลงการค้ากับจีนออกไปอีก 6 เดือน จากข้อตกลงเดิมที่จะครบกำหนดวันที่ 10 พ.ย. 2569 ก่อนผู้นำสหรัฐและจีนมีกำหนดพบกันระหว่างวันที่ 23-25 ก.ย. ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อและเป็นบวกต่อมุมมองเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามท่าทีของจีนต่อประเด็นสงคราม รวมถึงแนวทางกีดกันเทคโนโลยี AI ขณะที่การเปิดตัวโมเดล AI ใหม่ของ Meta ถูกมองว่าจะช่วยเร่งความต้องการด้าน AI และเป็นบวกต่อหุ้นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ของไทย
สำหรับกลยุทธ์ลงทุน แนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากธีมการลงทุนในประเทศ ได้แก่ กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ DELTA, HANA กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง STECON, PYLON กลุ่มนิคมอุตสาหกรรม AMATA, WHA และกลุ่มธนาคารสำหรับตั้งรับ ได้แก่ KTB, KBANK และ KKP
ส่วนหุ้นที่ได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันและ Bond Yield ที่อ่อนตัวลง ได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า GULF, BGRIM, GUNKUL กลุ่มเช่าซื้อที่อาจได้แรงเก็งกำไรจากมาตรการไทยช่วยไทยพลัส ได้แก่ KTC, MTC รวมถึงกลุ่มการบิน AOT, THAI, BA โรงพยาบาล BDMS, BH และท่องเที่ยว AWC, ERW
ขณะที่หุ้นซึ่งมีโอกาสได้ประโยชน์จากการที่สหรัฐขยายระยะเวลาผ่อนคลายมาตรการทางการค้ากับจีน ได้แก่ PTTGC, IVL และ SCGP