อยุธยาท่วมแล้ว 6 อำเภอ ผู้ว่าฯ เร่งรับมือน้ำเจ้าพระยาระบายเพิ่ม เสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถาน
ผู้ว่าฯ อยุธยา ติดตามสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา หลังระบาย 1,750 ลบ.ม./วินาที กำชับเตรียมศูนย์ช่วยเหลือประชาชน ล่าสุดมีพื้นที่นอกคันกั้นน้ำถูกน้ำท่วมแล้ว 6 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อน 240 ตำบล 74 หมู่บ้าน 7 ชุมชน 5,030 ครัวเรือน พร้อมเร่งเสริมบังเกอร์ป้องกันโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม หลังระดับน้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
รายงานข่าวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วยนางศุทธิกานต์ วงศ์สถิตจิรกาล นายกเหล่ากาชาดจังหวัดฯ หัวหน้าส่วนราชการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำบริเวณวัดกษัตราธิราชวรวิหาร หลังเขื่อนเจ้าพระยาระบายน้ำในอัตรา 1,750 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาหลายจุดเริ่มมีน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมใต้ถุนบ้าน โดยระดับน้ำเหลืออีกประมาณ 30 เซนติเมตรจะถึงตลิ่งชั้นนอก

พระเทพวัชรจริยาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดกษัตราธิราชวรวิหาร ประสานทหารและสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน (อส.) ระดมกำลังยกแผ่นบังเกอร์ป้องกันน้ำ เพื่อสกัดน้ำไม่ให้ไหลเข้าพื้นที่วัด ขณะที่ผู้ว่าราชการจังหวัดฯ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการติดตั้งบังเกอร์ป้องกันน้ำบริเวณโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม โดยมีนายภาณุวัฒน์ เอื้อสามาลย์ ผู้อำนวยการอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา รายงานสถานการณ์และแนวทางดำเนินงาน
ขณะที่นางสาวสุกัญญา เบาเนิด ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 3 พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ได้เร่งติดตั้งบังเกอร์ป้องกันน้ำบริเวณด้านหน้าโบราณสถานวัดไชยวัฒนาราม เพื่อเตรียมรับมือมวลน้ำจากภาคเหนือ หลังระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
การติดตั้งครั้งนี้ใช้บังเกอร์จำนวน 138 แผ่น ระยะทางรวม 165 เมตร ความสูง 1.90 เมตร โดยเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 23 กันยายน เนื่องจากระดับน้ำบริเวณหน้าวัดไชยวัฒนารามเพิ่มขึ้นกว่า 60 เซนติเมตร และเหลือระยะจากระดับน้ำถึงแนวบังเกอร์ประมาณ 60 เซนติเมตร

นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เร่งจัดทำแนวกระสอบทรายเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ โดยเบื้องต้นจัดเตรียมไว้ 1,000 กระสอบ และสามารถเพิ่มจำนวนได้ทันทีหากระดับน้ำสูงขึ้น พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยขณะนี้ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยามีมากกว่า 1,800 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และหากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 70–90 เซนติเมตร มีโอกาสล้นตลิ่งในพื้นที่เสี่ยง
ด้านนายชวนินทร์ วงศ์สถิตจิรกาล ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า จังหวัดติดตามสถานการณ์การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่มีการระบายน้ำในอัตรา 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที พร้อมประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนรับมือและดูแลประชาชนล่วงหน้า หลังได้รับแจ้งแนวโน้มการระบายน้ำเพิ่มขึ้นเป็น 1,700–2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงสั่งการให้ฝ่ายปกครอง ทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมกำลังพลและทรัพยากรสำหรับช่วยเหลือประชาชน


ปัจจุบันพื้นที่ริมแม่น้ำในอำเภอบางบาล เสนา ผักไห่ บางไทร บางปะอิน และพระนครศรีอยุธยา เริ่มได้รับผลกระทบจากน้ำล้นตลิ่ง จังหวัดได้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ โดยเตรียมความพร้อมจัดตั้งศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและศูนย์พักพิง รวมถึงหน่วยแพทย์ กำลังพล และหน่วยสนับสนุน เพื่อให้สามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทั้งการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและดูแลครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ
จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะติดตามสถานการณ์น้ำและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด พร้อมเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์ให้สามารถเข้าถึงประชาชนได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ พร้อมขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศแจ้งเตือนจากทางราชการ และเร่งยกสิ่งของจำเป็นขึ้นที่สูง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากสถานการณ์น้ำ

สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพระนครศรีอยุธยา รายงานว่า จากที่กรมชลประทาน ขอแจ้งปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา 1,500 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าบริเวณบ้านเรือนของประชาชน นอกคันกั้นน้ำ จำนวนทั้งสิ้น 6 อำเภอ 240 ตำบล 74 หมู่บ้าน 7 ชุมชน 5,030 ครัวเรือน ดังนี้ อำเภอเสนา 10 ตำบล 71 หมู่บ้าน 4 ชุมชน 1,437 ครัวเรือน อำเภอผักไห่ 8 ตำบล 55 หมู่บ้าน 1,380 ครัวเรือน อำเภอบางบาล 9 ตำบล 48 หมู่บ้าน 968 ครัวเรือน อำเภอบางไทร 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน 685 ครัวเรือน อำเภอพระนคร 4 ตำบล 11 หมู่บ้าน 3 ชุมชน 170 ครัวเรือน อำเภอบางปะอิน 10 ตำบล 17 หมู่บ้าน 390 ครัวเรือน

