รพ.หัวใจกรุงเทพ เปิด Sport Cardiology เช็กหัวใจสายวิ่ง
เนื่องในวันหัวใจโลก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ เปิด “Sport Cardiology” เช็กหัวใจคนสายแอคทีฟ ก่อนไปท้าทายทุกสนามแข่ง รับเทรนด์วิ่ง-มาราธอน-HYROX-ไตรกีฬา
วันที่ 29 กันยายน 2569 เนื่องในวันหัวใจโลก โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพได้เปิดบริการใหม่ Sport Cardiology สำหรับคนที่อยากประเมินความพร้อมของหัวใจก่อนและระหว่างการออกกำลังกาย ต่อยอดจากบทบาท “The Destination for Heart Rescue” ภายใต้แนวคิด RESCUE. RECOVERY. PREVENT. – Every Beat, Every Stage ที่ดูแลผู้ป่วยตั้งแต่ภาวะวิกฤตไปจนถึงการป้องกัน ด้วยทีมแพทย์ Heart Team เทคโนโลยีขั้นสูง และเครือข่ายการส่งต่อผู้ป่วย
นพ.จีรพัทธ์ พลับอินทร์ อายุรแพทย์โรคหัวใจและ Sports Cardiologist ของโรงพยาบาล เล่าว่าปีนี้ Sport Cardiology กลายเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ในวงการ Wellness เพราะคนตื่นตัวเรื่องสุขภาพมากขึ้น ตนเพิ่งจบปริญญาโทจากประเทศอังกฤษ และเรียนมาด้านนี้โดยตรง
การออกกำลังกายทั่วไปดีต่อสุขภาพแน่นอน ช่วยลดทั้งโรคหัวใจและอัตราการเสียชีวิตได้ราว 30% ตามข้อมูลระดับโลก แต่สำหรับคนที่อินกับการแข่งขัน อยากทำเวลา หรือไล่ล่า PB (Personal Best) ก็ต้องระวังความเสี่ยงเพิ่มขึ้น เพราะข่าวเศร้าจากสนามแข่งที่เราเห็นกันตามหน้าสื่อ คือสิ่งที่หมอหัวใจไม่อยากให้เกิดที่สุด
3 สิ่งที่ต้องรู้จักก่อนลงสนาม
- ความเสี่ยงพื้นฐาน เช่น ความดัน เบาหวาน บุหรี่ และไขมัน ซึ่งควรตรวจเช็กเป็นประจำทุกปี
- ประวัติครอบครัว โดยเฉพาะญาติที่เสียชีวิตตั้งแต่อายุน้อยโดยไม่ทราบสาเหตุ ซึ่งเกิดได้แม้ในคนที่ไม่ได้เล่นกีฬา
- อาการขณะออกกำลังกาย ข้อนี้หมอบอกว่าสำคัญที่สุด เช่น แน่นหน้าอก เหนื่อยผิดปกติ วิ่ง 5 กิโลเมตรที่เคยทำได้สบายๆ แต่เวลาแย่ลงมาก หรือกราฟหัวใจและนาฬิกาสมาร์ตวอทช์แสดงค่าผิดปกติชัดเจน ถือเป็นสัญญาณที่ควรหาสาเหตุก่อนจะออกหนักหรือลงแข่ง
การตรวจสำหรับนักกีฬาต่างจากการตรวจสุขภาพทั่วไป เพราะเป็นการใส่โหลดให้ร่างกายจริงๆ แล้วดูว่าหัวใจและร่างกายตอบสนองอย่างไร เครื่องมือหลักคือ Cardiopulmonary Exercise Testing (CPET) ซึ่งให้วิ่งพร้อมสวมหน้ากากเพื่อวัดการแลกเปลี่ยนก๊าซ ประเมินการทำงานร่วมกันของหัวใจ ปอด ระบบไหลเวียนโลหิต และกล้ามเนื้อ
ซึ่งผลตรวจสามารถบอก อัตราการเต้นของหัวใจในแต่ละโซน เช่น โซน 2 โซน 3 โซน 4 ที่นักกีฬาคุ้นเคย, ค่า VO₂ Max ค่าที่ฮอตมากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา
นพ.จีรพัทธ์ อธิบายว่าเหมือนการวัดว่าเครื่องยนต์ของร่างกายเราใช้ออกซิเจนได้ดีแค่ไหน ทุกคนหายใจรับออกซิเจนเข้าไปได้ใกล้เคียงกัน แต่ร่างกายนำไปใช้ต่างกันมาก และ ข้อมูลวางแผนซ้อม ช่วยโค้ชและ sport scientist กำหนดโซนหัวใจในการฝึกให้ตรงเป้าหมาย นอกจากดูความเสี่ยงแล้วยังช่วยเพิ่มสมรรถภาพได้ด้วย
สำหรับคนทั่วไปที่ไม่มีโรคประจำตัว หากอยากตรวจก็ตรวจได้เลย ไม่จำเป็นต้องรอเวลาพิเศษ แต่ถ้าจะให้ได้ประโยชน์เต็มที่ ให้ทำตามแนวทางของนักกีฬาอาชีพในอังกฤษ คือ ตรวจก่อนเข้าโปรแกรมซ้อม และตรวจอีกครั้งเมื่อจบโปรแกรมก่อนลงแข่ง เพื่อดูว่าค่า VO₂ Max เพิ่มขึ้นแค่ไหน และศักยภาพในแต่ละโซนพัฒนาขึ้นอย่างไร
หัวใจที่พร้อมคือเงื่อนไขแรกของทุกสนาม ไม่ว่าจะเป็นเป้าหมายแรกที่ 5 กิโลเมตร หรือไตรกีฬาระยะเต็ม การรู้จักหัวใจตัวเองก่อนลงสนาม ช่วยให้เราวิ่งได้ไกลและกลับมาวิ่งได้อีกนาน


