กาญจนบุรีเร่งรับมือ เขื่อนวชิราลงกรณเพิ่มระบายน้ำ 3 แหล่งท่องเที่ยวปิดชั่วคราว
ฝนตกหนักทำกาญจนบุรีมวลน้ำเพิ่มต่อเนื่อง เขื่อนวชิราลงกรณปรับระบายน้ำเป็น 347 ลบ.ม./วินาที และเพิ่มเป็น 486 ลบ.ม./วินาที ช่วง 30 ก.ย.-4 ต.ค. ส่วนเขื่อนแม่กลองเตรียมเพิ่มการระบายน้ำอาจสูงสุดถึง 3,000 ลบ.ม./วินาที ด้านอุทยานเขื่อนศรีนครินทร์ปิด 3 แหล่งท่องเที่ยวชั่วคราว ขณะที่พื้นที่รอบสะพานมอญเริ่มคลี่คลาย เจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูและช่วยเหลือประชาชน
รายงานข่าวจากจังหวัดกาญจนบุรี สถานการณ์ท่าน้ำเมืองกาญจนบุรีเพิ่มสูงขึ้นกว่าเมื่อวานอย่างเห็นได้ชัด แม้มวลน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณยังมาไม่ถึงพื้นที่
ล่าสุดวันนี้ กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ แจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักและต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 19.00 น. ปริมาณน้ำในอ่างอยู่ที่ 8,484 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 96 ของความจุอ่าง
จากมติที่ประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ภายใต้การกำกับดูแลของ สทนช. ได้เห็นชอบให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนวชิราลงกรณ เพื่อรองรับปริมาณน้ำที่จะไหลเข้าอ่างเพิ่มเติม ดังนี้
วันที่ 29 กันยายน 2569 ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 30 ล้าน ลบ.ม./วัน (347 ลบ.ม./วินาที)
วันที่ 30 กันยายน-4 ตุลาคม 2569 ปรับการระบายน้ำจาก 15 เป็น 42 ล้าน ลบ.ม./วัน (486 ลบ.ม./วินาที)
ทั้งนี้ การระบายน้ำดังกล่าวเป็นไปตามคู่มือการบริหารจัดการน้ำเขื่อนวชิราลงกรณอย่างเคร่งครัด โดย กฟผ. จะติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด พร้อมแจ้งข้อมูลให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง

เขื่อนแม่กลองจ่อระบายสูง 3,000 ลบ.ม./วินาที
ขณะเดียวกัน เขื่อนแม่กลองได้แจ้งเพิ่มการระบายน้ำ มากกว่า 2,000 ลบ.ม./วินาที และมีแนวโน้มที่จะทยอยปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำขึ้นไปอีก อาจสูงสุดถึง 3,000 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ริมตลิ่งและพื้นที่รับน้ำท้ายเขื่อน (รวมถึงบริเวณเขื่อนรัฐประชาพัฒนา) เพิ่มสูงขึ้นอีกประมาณ 2.5 ถึง 3 เมตร กระทบ 4 จังหวัด กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร ระดับน้ำสูงขึ้น +80 ซม.
ปิด 3 แหล่งท่องเที่ยวชั่วคราว
ด้านอุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ประกาศแจ้งสถานการณ์และมาตรการปิดให้บริการแหล่งท่องเที่ยว พื้นที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดกระแสน้ำป่าไหลหลาก เข้าสู่พื้นที่ทำการอุทยาน รวมถึงบริเวณแหล่งท่องเที่ยว น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น และพุน้ำร้อนแม่ขมิ้น ทำให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่และระบบสาธารณูปโภคบางส่วน
อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ ขอแจ้งสถานการณ์และมาตรการปิดให้บริการแหล่งท่องเที่ยว ดังนี้
1. น้ำตกห้วยแม่ขมิ้น รวมถึง ระบบประปาภูเขาของน้ำตกห้วยแม่ขมิ้น ขณะนี้ไม่สามารถใช้งานได้ชั่วคราว
2. พุน้ำร้อนแม่ขมิ้น ปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่
3. น้ำตกผาตาด ปิดให้บริการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบและฟื้นฟูพื้นที่

ทั้ง 3 แหล่งท่องเที่ยว ขอปิดให้บริการ บ้านพักและลานกางเต็นท์ เป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายและพื้นที่มีความปลอดภัยตามปกติ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์กำลังเร่งสำรวจความเสียหาย ฟื้นฟู และดำเนินการแก้ไขพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถกลับมาเปิดให้บริการได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
แนะเลี่ยงเส้นทางจุดชมวิวเนินสวรรค์
ต่อมาได้ประกาศแจ้งเตือน ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่ใช้เส้นทางหลีกเลี่ยงเส้นทาง บริเวณ กม. 25+300 จุดชมวิวเนินสวรรค์-ช่องแคบทางไปหมู่บ้านภูเตย เนื่องจากในพื้นที่มีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและดินสไลด์ ทำให้ถนนเกิดการทรุดตัวและเส้นทางได้รับความเสียหาย ทำให้ไม่สามารถสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวได้
ปัจจุบันชาวบ้านและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ กำลังเร่งดำเนินการปรับปรุงและซ่อมแซมเส้นทาง เพื่อให้สามารถกลับมาใช้สัญจรได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

น้ำท่วมรอบสะพานมอญเริ่มคลี่คลาย
ขณะที่ สวท.สังขละบุรี รายงานว่า นายสุริยศักดิ์ เหมือนอ่วม นายอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ร่วมกับเทศบาลตำบลวังกะ กำนันผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน กลุ่มจิตอาสา และกองพลทหารราบที่ 9 โดยกรมทหารราบที่ 29 จัดกำลังพลชุดเคลื่อนที่เร็ว พร้อมยุทโธปกรณ์ ลงพื้นที่ช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบและช่วยขนย้ายทรัพย์สินมีค่าที่ติดอยู่ภายในบ้านพักไปยังพื้นที่ปลอดภัย จากสถานการณ์น้ำที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้น้ำท่วมบ้านเรือนที่ปลูกสร้างอยู่ริมน้ำ รอบอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ บริเวณโดยรอบสะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) ชุมชนดงสัก และชุมชนหลังเขา ภาพรวมเริ่มคลี่คลายและมีแนวโน้มไปในทิศทางที่ดีขึ้น ขณะนี้ทุกภาคส่วนกำลังเร่งระดมกำลังซ่อมแซมระบบสาธารณูปโภคที่ได้รับความเสียหาย และจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราวเพื่อดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดยังไม่พบกลุ่มฝน แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์มวลน้ำในแม่น้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีการระบายน้ำจากเขื่อนหลักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ประกอบกับช่วงนี้จังหวัดสมุทรสงครามมีน้ำทะเลหนุนสูงวันละ 2 ครั้ง ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับน้ำในแม่น้ำและพื้นที่ริมฝั่ง
จึงขอให้ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำและพื้นที่ลุ่มต่ำ ติดตามสถานการณ์จากทางราชการอย่างต่อเนื่อง เตรียมพร้อม และไม่ประมาท
