น้ำท่วมกระทบ SET จำกัด ส่องหุ้น 3 ธีม รับอานิสงส์หลังน้ำลด
สถานการณ์นํ้าท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑล ล่าสุด ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและธุรกิจ และเป็นผลกระทบเชิงลบต่อตลาดหุ้นไทย (SET) ในช่วงนี้
นายพิริยะพล คงวาณิช นักกลยุทธ์ BLS Wealth Research บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ประเมินว่า ผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมต่อเศรษฐกิจไทย เบื้องต้นคาดยังอยู่ในวงจำกัด โดยประเมินมูลค่าความเสียหายประมาณ 10,000-30,000 ล้านบาท และจะส่งผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) รวมถึงกำไรของบริษัทจดทะเบียนไม่มากนัก
“ผลกระทบต่อหุ้นรายกลุ่ม มองว่า ธุรกิจจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับบ้านและวัสดุก่อสร้าง แม้ในช่วงน้ำท่วมยอดขายสาขาเดิมอาจถูกกดดันจากข้อจำกัดด้านการเดินทางและการปิดสาขาบางแห่ง แต่หลังสถานการณ์คลี่คลายมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความต้องการสินค้าเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้น”
ทั้งนี้ หุ้นที่มีโอกาสได้รับความสนใจจากประเด็นดังกล่าว ได้แก่ HMPRO, GLOBAL, DOHOME และ ILM ซึ่งก่อนหน้านี้ ฝ่ายวิจัยฯ ได้ปรับคำแนะนำ GLOBAL และ DOHOME ขึ้นเป็น “ซื้อเก็งกำไร” ขณะที่ HMPRO และ ILM ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
“เมื่อพิจารณาเหตุการณ์น้ำท่วมในอดีต พบว่า ในช่วงเกิดน้ำท่วม ยอดขายสาขาเดิมของผู้ประกอบการกลุ่มดังกล่าวมักได้รับแรงกดดัน แต่หลังสถานการณ์คลี่คลาย ยอดขายมีแนวโน้มฟื้นตัวตามความต้องการซ่อมแซมบ้าน ขณะที่ราคาหุ้นมีโอกาสตอบรับความคาดหวังต่อการฟื้นฟูที่อยู่อาศัยหลังน้ำลด”
ขณะที่ นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม กรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า สถานการณ์น้ำท่วม โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และปริมณฑล เริ่มมีทิศทางผ่อนคลายลง หากไม่มีฝนตกหนักลงมาซ้ำ คาดว่าผลกระทบโดยรวมจะยังอยู่ในวงจำกัดและเป็นผลกระทบระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบต่อธุรกิจแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกัน โดยกลุ่มวัสดุก่อสร้างมีโอกาสได้รับประโยชน์จากความต้องการซ่อมแซมบ้านเรือนและโครงสร้างพื้นฐานที่ได้รับความเสียหายหลังน้ำลด
ขณะที่กลุ่มค้าปลีก โรงพยาบาล และอาหาร ยังมีแรงหนุน โดยธุรกิจค้าปลีกและอาหารได้รับปัจจัยบวกจากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและการกักตุนสินค้า ส่วนธุรกิจโรงพยาบาลมีโอกาสได้รับแรงหนุนจากความต้องการยาและการรักษาพยาบาลจากโรคที่อาจเกิดขึ้นตามหลังสถานการณ์น้ำท่วม
ส่วนกลุ่มที่ต้องติดตามผลกระทบ ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์ โรงไฟฟ้า รับเหมาก่อสร้าง เกษตร และธนาคารพาณิชย์ ซึ่งอาจได้รับผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะปัญหาห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ขณะที่ภาคธนาคารอาจเผชิญความเสี่ยงจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) เพิ่มขึ้นเล็กน้อย หากสถานการณ์กระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า
นอกจากนี้ กลุ่มที่เริ่มได้รับผลกระทบเชิงลบ ได้แก่ ท่องเที่ยว พัฒนาที่อยู่อาศัยหรืออสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ (Nonbank) เนื่องจากประชาชนชะลอการเดินทางและการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัย ขณะที่ธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้ารายย่อยที่อาจลดลง
“หากสถานการณ์น้ำท่วมไม่รุนแรงขึ้นและไม่มีฝนตกหนักซ้ำ ผลกระทบต่อภาคธุรกิจและตลาดหุ้นมีแนวโน้มจำกัดอยู่ในระยะสั้น โดยน้ำหนักของผลกระทบจะแตกต่างกันตามลักษณะธุรกิจของแต่ละกลุ่ม”
ด้าน บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ (InnovestX) มองเป็นจังหวะ Buy on Dip (เข้าซื้อเมื่อราคาปรับลงชั่วคราว) โดยชี้ว่า สถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นสร้างความกังวลต่อเศรษฐกิจและตลาดหุ้นไทย แต่ประเมินว่า สถานการณ์ปัจจุบันยังเป็นลักษณะน้ำท่วมขังระยะสั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจและ SET จึงมีแนวโน้มจำกัด และมีความเสี่ยงต่ำกว่าวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2554
ทั้งนี้ หากดูจากสถิติกรณีน้ำท่วมระยะสั้นไม่เกิน 7 วัน พบว่า SET มักตอบรับเชิงลบในช่วงแรก โดยเฉลี่ยลดลงราว 0.6% (10 จุด) ในวันแรก ก่อนมีโอกาสกลับมาเป็นบวกได้ภายใน 1 สัปดาห์
บล.อินโนเวสท์ เอกซ์ แนะนำ กลยุทธ์ลงทุน Buy on Dip หุ้น DomesticPlay ผ่าน 3 ธีม ประกอบด้วย 1.Recovery & Repair รับการซ่อมแซมหลังน้ำลด ได้แก่ HMPRO, GLOBAL, DCC ที่มีโอกาสได้แรงหนุนจากความต้องการวัสดุก่อสร้างและสินค้าเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้านหลังสถานการณ์คลี่คลาย
2.Consumer Staples & Stockpiling สินค้าจำเป็นและการสำรองสินค้า ได้แก่ CPALL, BJC, CRC ที่จะได้แรงสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภคและการสำรองสินค้าจำเป็นในช่วงน้ำท่วม และ 3.Fast Recovery กลุ่มที่มีโอกาสฟื้นตัวเร็ว ได้แก่ CENTEL, ERW, BDMS, BCH กลุ่มโรงแรมและโรงพยาบาลที่มีโอกาสกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ค่อนข้างเร็วหลังสถานการณ์น้ำท่วมคลี่คลาย
ขณะที่กลุ่มที่ควรเพิ่มความระมัดระวังคือ ประกันภัย เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ Loss Ratio หรือสัดส่วนค่าสินไหมทดแทนต่อเบี้ยประกันจะเพิ่มขึ้นจากความเสียหายที่เกิดขึ้น
ดังนั้น หากสถานการณ์ยังจำกัดอยู่ในกรอบน้ำท่วมระยะสั้น InnovestX มองว่า ความผันผวนของตลาดอาจเป็นโอกาสในการเลือกสะสมหุ้น Domestic Play ที่มีปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวหลังน้ำลด