‘บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ’ คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน
คลังเคาะผู้ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ 11.25 ล้านคน ไม่ผ่านเกณฑ์ 7.6 ล้านคน เร่งยืนยันตัวตนภายใน ต.ค. นี้ -ผู้ไม่ผ่านใช้ไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แทน
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ในวันนี้ (30 ก.ย.) มีการประกาศผลผู้ได้รับสิทธิโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 บนแอปพลิเคชันเป๋าตัง และเว็บไซต์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยพบว่า จากผู้ลงทะเบียนทั้งหมด 18,820,784 คน มีผู้ผ่านคุณสมบัติรวม 11,254,921 คน แบ่งเป็นผู้มีบัตรฯ รายเดิม 8,592,931 คน และกลุ่มรายใหม่ หรือตกหล่นที่ยังไม่มีบัตรฯ จากฐานข้อมูลและการลงพื้นที่สำรวจ 2,661,990 คน ทั้งนี้มีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติประมาณ 7,600,000 คน
สำหรับผู้ที่ได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 11,254,921 คน นั้น จะต้องยืนยันตัวตน (e-KYC) ผ่านธนาคารกรุงไทยและแอปเป๋าตัง ได้ถึง 12 ม.ค. 70 หรือที่หน่วยรับลงทะเบียน 5 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย และธนาคารกรุงไทย ภายในวันที่ 14 ต.ค. ทั้งนี้ หากลงทะเบียนภายในเดือนต.ค. จะได้รับสิทธิเพิ่มอีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท ในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. อย่างไรก็ดี หากลงทะเบียนหลังเดือนต.ค. จะได้รับสิทธิ 300 บาทต่อเดือนตามเดิม ทั้งนี้ ปัจจุบันยังมีผู้ไม่ดำเนินการยืนยันตัวตนอีก 428,261 คน
นายวินิจ กล่าวว่า จากผู้ได้รับคุณสมบัติ พบว่า เป็นผู้ที่มีอายุมากกว่า 60 ปี เกินกว่า 40% และเป็นกลุ่มวัยทำงาน ราว 30-40% ซึ่งในระยะต่อไปจะต้องหาแนวทางเพื่อให้กลุ่มเหล่านี้มีชีวิตที่ดีขึ้น โดยมีการเตรียมแนวทางไว้ เช่น การฝึกอาชีพ ฝึกทักษะผู้สูงอายุ รวมทั้งมาตรการเรียนเพิ่มวุฒิของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่จะขยายกรอบมามุ่งเน้นที่ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย ซึ่งขณะนี้กยศ. กำลังดำเนินการสำรวจ
“ข้อมูลในครั้งนี้เกิดจากการบูรณาการข้อมูล และตรวจสอบ คัดกรองให้แม่นยำขึ้น เพื่อให้ได้ผู้มีรายได้น้อยที่ควรได้รับความช่วยเหลือจริง โดยทำให้รัฐบาลได้เห็นข้อมูลที่ชัดเจนขึ้น” นายวินิจ กล่าว
ทั้งนี้ จากผลการขอทบทวนสิทธิจำนวน 5,011,678 คน มีผู้ผ่านเกณฑ์ราว 1,750,000 คน มีผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ 3,263,288 คน โดยไม่ผ่านจากเกณฑ์วงเงินสินเชื่อเกิน 100,000 บาท มากที่สุด ทั้งนี้พบว่าในจำนวนการคืนสิทธิ มีราว 8,000 ราย ที่ถูกนำชื่อไม่ใช้โดยไม่เป็นข้อเท็จจริง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรับเรื่องไปดำเนินการต่ออย่างถึงที่สุด เพราะการต่อยอดนี้อาจนำไปสู่การป้องกันและหาเครือข่ายผู้กระทำผิดได้
นายวินิจ กล่าวเพิ่มเติมว่า ผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติราว 7,600,000 คน และผู้ได้รับบัตรรายเดิมที่ไม่ลงทะเบียนในครั้งนี้อีก 470,000 คน จะได้รับการดูแลจากรัฐบาลผ่านโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60/40) แทน โดยกดยืนยันตัวตนได้บนแอปเป๋าตังในวันที่ 1-15 ต.ค. เพื่อรับสิทธิช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่
อย่างไรก็ตาม สำหรับโครงการไทยช่วยไทยพลัสจะมีผู้ได้รับสิทธิทั้งหมดราว 30.8 ล้านคน จากเดิมมีผู้ได้รับสิทธิราว 26.04 ล้านคน ซึ่งบางส่วนออกไปรับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และบางส่วนเพิ่มเข้ามา ทั้งนี้ จำนวน 30.8 ล้านคน ยังอยู่ในกรอบ 32.5 ล้านคน ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบ
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ได้ทางแอปเป๋าตัง เว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th/ และ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th/