เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
นิวเคลียร์กลับมา : จุดเปลี่ยนพลังงานไทยที่รอคอยมา 15 ปี
Biz Movement นิวเคลียร์กลับมา : จุดเปลี่ยนพลังงานไทยที่รอคอยมา 15 ปี
‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ น้ำ 90% เร่งระบายออก คาดลุ่มน้ำแม่กลองกระทบแค่ริมตลิ่ง
Finance ‘เขื่อนวชิราลงกรณ’ น้ำ 90% เร่งระบายออก คาดลุ่มน้ำแม่กลองกระทบแค่ริมตลิ่ง
‘หมอประวิทย์-หมอสุภัทร’ ซัด ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม
Tech ‘หมอประวิทย์-หมอสุภัทร’ ซัด ‘หมอสรณ’ หมดอำนาจแล้ว ลาประชุมทำไม
‘ศุภจี’ ชูไทย Trusted Partner ฝ่าโลกแบ่งขั้ว เร่งปิดดีลการค้า EU-อินเดีย
Finance ‘ศุภจี’ ชูไทย Trusted Partner ฝ่าโลกแบ่งขั้ว เร่งปิดดีลการค้า EU-อินเดีย
กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
Uncategorized กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ก.ย. 69) พุ่งขึ้น 600 บาท รูปพรรณบาทละ 67,400 บาท
‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
Business ‘ทายาทสวนสยาม’ เปิดใจน้ำท่วมปี’69 เสียหายหลาย 100 ล้าน หนักสุดรอบ 46 ปี
‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
Politics ‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม
สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
เศรษฐกิจภูมิภาค สนามบินภูเก็ต ประสานการบินไทยเร่งเคลียร์สัมภาระตกค้าง หลังตกค้างสุวรรณภูมิวันที่ 26 ก.ย.
ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
Politics ย้ำให้ ‘เขื่อนเจ้าพระยา’ ปล่อยน้ำ 2,200 ลบ.ม./วินาที ไม่อนุมัติระบายเพิ่ม หวั่นกระทบ กทม.
ดูทั้งหมด

‘ปกรณ์’ ชี้ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม

30 ก.ย. 2569 | 13:53น.
ปกรณ์ ปลดล็อก ศก.ไทย ต้องรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม

มือกฎหมายรัฐบาล ฉายภาพแนวทางปฏิรูปภาครัฐ-ปลดล็อกประเทศไทยให้ไปต่อ แนะรักษาสมดุลเศรษฐกิจ-สังคม ชี้หัวใจการพัฒนาต้องทำให้ยั่งยืน

นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย ร่วมการประชุมประจำปี 2569 ของ สภาพัฒน์ ที่จัดขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 14 หรือ แผน 14 (พ.ศ. 2571–2575) พร้อมร่วมวงเสวนา โดยกล่าวในประเด็น ”การปฏิรูปภาครัฐ ปลดล็อกประเทศไทยให้ไปต่อ“

แผนสภาพัฒน์ 14 ต้องสมดุล เศรษฐกิจ-สังคม

นายปกรณ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกคนมองเห็นภาพร่วมกันว่าตอนนี้ประเทศอยู่ในสถานะใด แต่ส่วนตัวในฐานะกฎหมายมองว่า วิวัฒนาการโลกเดิมเปลี่ยนแปลงไปช้ามากจึงทำให้เรามักไม่ได้มองโลกภายนอกสักเท่าไหร่ และการเปลี่ยนแปลงทุกอย่างก็สั้นลงเรื่อยๆ ซึ่งนี่ถือเป็นความท้าทายที่ทั่วโลกต้องเจอ อาทิ เทคโนโลยีที่ทำให้พฤติกรรมผู้คนเปลี่ยน และจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจ สังคม การเมือง วัฒนธรรม

ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องคำนึงถึงในการทำแผนพัฒนาประเทศ คือ เทคโนโลยี พฤติกรรมผู้คนที่เปลี่ยนไป พร้อมย้ำว่า การทำแผนพัฒนาที่ 14 จะต้องสมดุลระหว่างเศรษฐกิจกับสังคม 

ส่วนเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ เกิดขึ้นทุกวันและรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จากข้อตกลงต่างๆ สำหรับประเทศไทยคีย์เวิร์ดสำคัญคือเรื่องสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ อาจจะนำมาซึ่งความไม่เท่าเทียม ฉะนั้นสิ่งที่ตนอยากจะชวนทุกคนคิดในการจัดทำแผนคือการเชื่อมโยงเป้าหมายทั้งหมด

โครงสร้างรัฐ ต้องเหมาะสม-ใช้เงินให้เป็นประโยชน์

ส่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย มี 2 เรื่องเกี่ยวข้อง คือ การปรับโครงสร้างภาครัฐ เพราะเราเป็นรัฐที่เน้นการควบคุมเห็นได้จากมักใช้รูปแบบการขออนุมัติ-อนุญาต เป็นหลักซึ่งไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง โดยนโยบายรัฐบาลต้องการเปลี่ยนบทบาทของภาครัฐ จากผู้ควบคุมเป็นการอำนวยความสะดวกให้ทุกภาคส่วนสามารถดำเนินการต่างๆได้ เพื่อทำให้มีความสามารถด้านการแข่งขันมากขึ้นในทุกระดับ

รวมถึงเรื่องโครงสร้าง ต้องมีขนาดที่เหมาะสม เพื่อให้ภาครัฐมีประสิทธิภาพโดยที่ใช้จ่ายตามสมควร เพราะงบส่วนใหญ่กว่า 73% ที่เป็นงบประจำ หากลดตรงส่วนนี้ได้และนำเทคโนโลยีมาทดแทนในการบริหารราชการ จะทำให้เราปรับเงินไปใช้ด้านอื่นๆได้ ควบคู่กับการเปิดเผยข้อมูลเพื่อไม่ให้มีการทุจริต

ฉะนั้นถ้าดำเนินการได้ ก็จะทำให้การบริการได้อย่างรวดเร็ว ตรงไปตรงมา มีประสิทธิภาพและโปร่งใสที่สุด ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจสำคัญในการปฏิรูปและปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป จากนั้นสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปคือการปรับสวัสดิการ วิธีการจ้างหรือค่าตอบแทน ไม่ใช่อยู่กันแบบนี้มาเป็นเวลากว่า 70 ปี 

อัปเดต กม.ไทย ให้ทันสมัย

ส่วนเรื่องของกฎหมาย นายปกรณ์ ชี้ว่าระบบกฎหมายไทยเปลี่ยนแปลงช้ามากไม่ทันสมัยมากนัก ฉะนั้นสิ่งที่พยายามทำคือการปรับกฎหมายให้ทันสมัย ซึ่งหากเทียบกับต่างประเทศก้าวหน้ากว่าเราไป 4 ยุคแ แต่ระบบกฎหมายไทยยังคงเหมือนเดิม เพราะหลักการออกกฏหมายจะทันสมัย ณ ช่วงเวลาที่มีการบังคับใช้ แต่เมื่อเวลาเคลื่อนไปมันจะไม่ทัน ฉะนั้นสิ่งที่ทำควรจะต้องแก้กฎหมาย 

“นางฟ้าอยู่ในหลักการ ซาตานอยู่ในรายละเอียด เช่น พ.ร.บ.หลักการดีมาก แต่กฎกระทรวงที่ไปกำหนดเงื่อนไขหลักเกณฑ์ต่างๆ เยอะแยะนั้นคือซาตาน ฉะนั้นนโยบายรัฐบาลเรื่องกฎหมายที่ชัดเจนที่สุด คือการรีวิวกฎหมายลำดับรองที่มีประมาณ 7,600 ฉบับ ให้ทันสมัย โดยนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในการบริการ ซึ่งนี่จะเป็นหัวใจสำคัญตัวชี้วัดการพัฒนาประสิทธิภาพของราชการจริงๆ ในอนาคต”

รองนายกฯ ย้ำว่า เวลาคิดดกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ๆเวลาคิดอยากจะมี แต่ควรมีการคิดวิเคราะห์ตลอดเวลา เพื่อให้กฎหมายทันสมัยและเข้ากับทุกภาคส่วน

พัฒนาอย่างยั่งยืน สู่ผลลัพธ์ที่ดี

ส่วนการเข้าเป็นสมาชิก OECD นายปกรณ์ กล่าวว่า ถ้าประเทศไทยได้มาตรฐาน OECD ก็จะทำให้ระบบภาษีอากร ระบบการคลัง ระบบสวัสดิการสังคม ระบบการค้าขาย เข้าสู่มาตรฐานซึ่งเป็นที่ยอมรับในกลุ่ม 38 ประเทศสมาชิกโดยสภาพ ทำให้การเจรจาค้าขายง่ายขึ้น นี่จนเป็นสิ่งที่รัฐบาลนี้มุ่งมั่นกับการเข้าร่วมเป็นสมาชิก OECD 

สุดท้ายสิ่งที่อยากจะเน้นย้ำคือ หลักนิติธรรม เพราะระบบกฎหมายทั่วโลกด้านการค้าการลงทุนไม่มีใครอยากขนเป็นมาทิ้งในประเทศที่ไม่มีหลักนิติธรรม

นายปกรณ์ ย้ำว่า ต้องรักษาสมดุลในเรื่องเศรษฐกิจ สังคม เพราะหลักการพัฒนาจริงๆ คือเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นศูนย์กลาง ซึ่งปัจจุบันมีการพูดถึงน้อยมาก โดยจะต้องมองในองค์รวมแล้วจะทำให้ตามมาด้วยผลลัพธ์ที่ดี 

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจ