กาญจนบุรีอ่วม น้ำท่วม 13 อำเภอ ขณะที่ 2 เขื่อนใหญ่ยังเพิ่มระบายน้ำ
สถานการณ์อุทกภัยกาญจนบุรีกระทบ 13 อำเภอ 90 ตำบล ประชาชนเดือดร้อน 9,635 ครัวเรือน บ้านเสียหายกว่า 4,300 หลัง พื้นที่เกษตรกว่า 3.1 หมื่นไร่ ขณะที่เขื่อนวชิราลงกรณและเขื่อนแม่กลองยังเตรียมเพิ่มการระบายน้ำ พื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลองท่าม่วง-ท่ามะกาน้ำเพิ่มอีก 1-1.5 เมตร จังหวัดเร่งช่วยเหลือและสำรวจความเสียหาย พร้อมเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง
ที่ห้องประชุมแควน้อย ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ณ ห้องประชุม 1 ปภ. อาคาร 3 ชั้น 5 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

ผลกระทบรวม 13 อำเภอ 90 ตำบล
สำหรับภาพรวมสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน 2569 ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนและพื้นที่การเกษตร ได้รับผลกระทบรวม 13 อำเภอ 90 ตำบล 884 หมู่บ้าน 28 ชุมชน 9,635 ครัวเรือน มีบ้านเรือนเสียหาย 4,376 หลัง พื้นที่การเกษตร 31,226 ไร่ บ่อปลา 120 ไร่ ตลอดจนสัตว์เลี้ยง ปศุสัตว์ และสิ่งสาธารณประโยชน์ ได้แก่ ถนน สะพาน และฝาย ได้รับความเสียหายหลายแห่ง
จังหวัดกาญจนบุรีได้ดำเนินการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินครอบคลุมทั้ง 13 อำเภอเรียบร้อยแล้ว แม้ปัจจุบันในพื้นที่จะไม่มีฝนตกและระดับน้ำส่วนใหญ่เริ่มทรงตัวหรือลดลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังพื้นที่ริมแม่น้ำแควน้อย แม่น้ำแควใหญ่ และแม่น้ำแม่กลองอย่างใกล้ชิด
2 เขื่อนใหญ่ ยังเพิ่มระบายน้ำ
ด้านสถานการณ์น้ำและการบริหารจัดการน้ำ ข้อมูล ณ วันที่ 29 กันยายน 2569 เขื่อนศรีนครินทร์ มีปริมาณน้ำกักเก็บอยู่ที่ 15 ล้านลูกบาศก์เมตร และเขื่อนวชิราลงกรณ มีปริมาณน้ำกักเก็บ 7 ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ เขื่อนวชิราลงกรณ มีแผนปรับเพิ่มการระบายน้ำในช่วงวันที่ 30 กันยายน ถึง 4 ตุลาคม 2569 เป็น 42 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่เขื่อนแม่กลองได้ปรับเพิ่มการระบายน้ำมากกว่า 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำแม่กลองในเขตอำเภอท่าม่วงและอำเภอท่ามะกา เพิ่มสูงขึ้นประมาณ 1 ถึง 1.5 เมตร

เร่งช่วยเหลือ พร้อมสำรวจความเสียหาย
สำหรับการให้ความช่วยเหลือและบูรณาการการทำงานในพื้นที่ ทุกภาคส่วนทั้งหน่วยงานราชการ เหล่ากาชาดจังหวัดกาญจนบุรี ภาคเอกชน และมูลนิธิต่าง ๆ ได้ร่วมกันลงพื้นที่แจกจ่ายอาหารปรุงสุก เช่น การจัดตั้งโรงครัวกลางที่อำเภอห้วยกระเจาและศูนย์ประสานงานกองทุนหมู่บ้านฯ การมอบถุงยังชีพรวมกว่า 1,500 ถุง ตลอดจนการสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ 3 เครื่อง รถเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย 1 คัน และเรือท้องแบน 9 ลำ จากศูนย์ ปภ. เขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 4 ประจวบคีรีขันธ์ เพื่ออพยพและช่วยเหลือประชาชน นอกจากนี้ ยังได้จัดตั้งจุดอพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราวรวม 15 แห่งทั่วจังหวัด เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยแก่ผู้ประสบภัยอย่างเต็มกำลัง ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำล้นตลิ่งตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมจัดเตรียมกำลังพล ยุทโธปกรณ์ และเครื่องจักรกลให้พร้อมเข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีเมื่อได้รับการร้องขอ รวมทั้งเร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูหลังน้ำลดอย่างเร่งด่วนต่อไป


