‘พิพัฒน์’ ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย โปรยยาหอม ‘ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย’
“พิพัฒน์” ลงพื้นที่ฟังเสียง 26 ชุมชนคลองเตย ย้ำ “ไม่ไล่ที่-ไม่บังคับย้าย” ทุกการพัฒนาต้องมาจากเสียงประชาชน ตั้งคณะทำงานร่วม กทท. พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิตทั้งที่อยู่อาศัย ศูนย์เด็กอ่อน โรงเรียน ศูนย์สุขภาพ
นายพิพัฒน์ รัฐกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า วันที่ 2 ตุลาคม 2569 ได้เปิดลงพื้นที่รับฟังข้อเสนอแนะจากตัวแทน 26 ชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย (กทท.) เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม
การเข้าร่วมเวทีพบปะพูดคุยและรับฟังปัญหา ข้อกังวล และข้อเสนอแนะจากพี่น้องประชาชน 26 ชุมชนคลองเตย เพื่อรับฟังข้อมูลโดยตรงจากคนในพื้นที่ และสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาพื้นที่ของ กทท. โดยย้ำว่าการพัฒนาจะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน ไม่ใช่การตัดสินใจจากภาครัฐเพียงฝ่ายเดียว

เป้าหมายสำคัญคือการพัฒนาพื้นที่ ที่ทำให้คนคลองเตยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และบริการพื้นฐานที่จำเป็น โดยเฉพาะศูนย์เด็กอ่อนและศูนย์เด็กเล็ก เพื่อให้พ่อแม่สามารถออกไปประกอบอาชีพได้อย่างมั่นใจ รวมถึงการพัฒนาโรงเรียนและบริการด้านสุขภาพ เพื่อให้การพัฒนาพื้นที่เดินควบคู่กับการพัฒนาคน
สำหรับแนวทาง “โฉนดชุมชน” จะนำไปหารือกับนายกรัฐมนตรีต่อไป เพื่อพิจารณาความเป็นไปได้และรูปแบบที่เหมาะสม ทั้งเรื่องสิทธิการอยู่อาศัย การส่งต่อสิทธิแก่ลูกหลานหรือทายาท ตลอดจนเงื่อนไขต่าง ๆ ซึ่งต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับกฎหมายและสร้างความมั่นคงให้ประชาชนในระยะยาว
ส่วนข้อกังวลเรื่อง การย้ายท่าเรือคลองเตย นายพิพัฒน์ย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อยุติว่าจะย้ายหรือไม่ และหากย้ายจะย้ายทั้งหมดหรือเพียงบางส่วน ทุกอย่างยังอยู่ในกระบวนการศึกษา จึงขออย่าเพิ่งนำข้อมูลที่ยังไม่มีข้อสรุปไปสร้างความกังวล โดยเฉพาะประชาชนและผู้ประกอบอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับกิจการท่าเรือ
ขณะเดียวกัน ยืนยันชัดเจนว่า แนวคิดการพัฒนาพื้นที่ ไม่ได้หมายถึงการรื้อชุมชนทั้งหมดหรือบังคับประชาชนออกจากคลองเตย หากประชาชนเห็นชอบกับการพัฒนา จะใช้แนวทางจัดหาพื้นที่ว่างเพื่อสร้างที่อยู่อาศัยทดแทนก่อน แล้วจึงทยอยย้ายเป็นส่วน ๆ หรือเป็นชุมชน ๆ เพื่อเปิดพื้นที่เดิมสำหรับการพัฒนาต่อ ไม่ใช่การรื้อและย้ายพร้อมกัน 100%
สำหรับพื้นที่อื่นที่เคยมีการกล่าวถึง เช่น หนองจอกหรือโซนอื่น ๆ นายพิพัฒน์ยืนยันว่า ไม่มีนโยบายบังคับให้ประชาชนย้ายออกจากคลองเตยไปอยู่พื้นที่ดังกล่าว เว้นแต่มีผู้สมัครใจย้ายด้วยตนเอง จึงจะพิจารณาพื้นที่รองรับและมาตรการช่วยเหลือเรื่องค่าเคลื่อนย้ายและค่ารื้อถอน
นายพิพัฒน์กล่าวต่อ หลังจากนี้ตนและทีมงาน จะทยอยลงไปรับฟังความคิดเห็นให้ครบทั้ง 26 ชุมชน เพื่อรับฟังทั้งผู้ที่เห็นด้วย ไม่เห็นด้วย และผู้ที่ยังมีข้อกังวล โดยหากประชาชนเกินครึ่งหนึ่งเห็นด้วย จึงจะนำแนวทางการพัฒนาไปพิจารณาเดินหน้าตามขั้นตอน แต่หากเกินครึ่งหนึ่งไม่เห็นด้วย จะไม่เดินหน้าตามแนวทางดังกล่าว
“ถ้าพวกท่านเห็นด้วย ตัวผมเดินหน้า ถ้าพวกท่านไม่เห็นด้วย เราก็หยุด ทุกสิ่งทุกอย่างเราจะไม่ทำโดยพลการ ความคิดเห็นต้องมาจากคนหมู่มาก ไม่ใช่ตัวผม กระทรวงคมนาคม หรือใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้กำหนด” นายพิพัฒน์กล่าว
