เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
Finance SET วันนี้ลุ้นยืนบวก หุ้นอิเล็กฯ-โรงกลั่นหนุน จับตาฟันด์โฟลว์ยังไหลออก
ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 ต.ค. 69) ร่วงลง 450 บาท รูปพรรณบาทละ 66,700 บาท
ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (6 ต.ค. 69) เปิดตลาด 33.68 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
Politics จับตา! ครม.ถกนัดแรกหลังเริ่มปีงบฯ 70 เคาะแผนใช้เงิน ตั้ง ‘ปลัดอุตฯ’ เร่งเยียวยาน้ำท่วม
กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
Business กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (6 ต.ค. 69) ปรับลง 0.47% อยู่ที่ 86,034 เหรียญสหรัฐ
พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
News พยากรณ์อากาศ (6 ต.ค.) เตือนฝนหนัก “เหนือ-กลาง-ตะวันออก-ใต้” ระวังลมแรง-ลูกเห็บ
ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
Business ตลาดไอศกรีมไทย 1.26 หมื่นล้าน เปิด 4 เทรนด์ใหม่ เปลี่ยนเกมการแข่งขัน
ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (6 ต.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
กลุ่ม “ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน ”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
Real Estate กลุ่ม “ปิยะสมบัติกุล” ลงขัน “ชาลี โสภณพนิช ”ทุ่ม 2 หมื่นล้านซื้อที่ดิน ”สถานทูตเนเธอร์แลนด์”
ดูทั้งหมด

กขค. คุมเครดิตเทอมรายใหญ่ ป้องกันยืดจ่าย SME เริ่ม 2 พ.ย. 69

06 ต.ค. 2569 | 08:34น.

กขค. ออกประกาศกำหนดกรอบเครดิตเทอม ระหว่างธุรกิจขนาดใหญ่กับ SME โดยสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์แปรรูปขั้นต้นให้เครดิตไม่เกิน 30 วัน ส่วนการค้า การผลิต และบริการทั่วไปไม่เกิน 45 วัน พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์วันเริ่มนับเงิน เงื่อนไขฝากขาย และห้ามเปลี่ยนเงื่อนไขชำระเงินโดยไม่แจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 60 วัน มีผลบังคับใช้ 2 พฤศจิกายน 2569

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้ความสำคัญกับการสร้างความเป็นธรรมในการค้าระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่กับวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SME โดยเฉพาะการกำหนดระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า หรือ Credit Term เพื่อให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีความชัดเจนเรื่องระยะเวลารับชำระเงิน และสามารถวางแผนสภาพคล่องของธุรกิจได้ดีขึ้น

ล่าสุด ประกาศคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) เรื่อง การปฏิบัติทางการค้าที่เป็นธรรมเกี่ยวกับระยะเวลาการให้สินเชื่อการค้า (Credit Term) ระหว่างผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่กับผู้ประกอบธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ได้เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 โดยกำหนดให้มีผลเมื่อพ้น 30 วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศ หรือวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ดังนั้น ณ วันที่ 3 ตุลาคม 2569 ประกาศดังกล่าวยังไม่มีผลบังคับใช้

สำหรับกรอบระยะเวลา Credit Term ธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับสินค้าเกษตรหรือผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูปขั้นต้นที่มีกระบวนการผลิตไม่ซับซ้อน กำหนดไม่เกิน 30 วัน ส่วนการค้า การผลิต และบริการทั่วไป กำหนดไม่เกิน 45 วัน

อย่างไรก็ตาม หากคู่ค้าตกลงระยะเวลาที่สั้นกว่าไว้ก่อนแล้ว ให้ใช้ระยะเวลาที่สั้นกว่านั้น ไม่ใช่นำกรอบใหม่ไปขยายวันจ่ายเงินออกไป ขณะเดียวกัน การกำหนดระยะเวลาที่แตกต่างจากกรอบดังกล่าวอาจทำได้ หากมีเหตุผลอันสมควรที่รับฟังได้ทางธุรกิจ การตลาด หรือเศรษฐศาสตร์ ภายใต้เงื่อนไขบังคับแห่งสัญญา จึงต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อตกลงของแต่ละกรณีประกอบด้วย

นางสาวลลิดา กล่าวว่า อีกประเด็นสำคัญที่ SME ควรตรวจสอบคือ “วันเริ่มนับ” ระยะเวลา Credit Term โดยทั่วไปให้นับตั้งแต่วันที่มีการส่งมอบสินค้าหรือให้บริการตามจำนวน ประเภท และคุณภาพที่ตกลงกัน พร้อมส่งเอกสารที่ถูกต้องครบถ้วนแล้ว ดังนั้น ผู้ประกอบการควรตรวจสอบหลักฐานการส่งมอบ การรับสินค้า และเอกสารประกอบการวางบิลให้ชัดเจน

ส่วนกรณี “ฝากขาย” หรือ Consignment มีหลักการนับแตกต่างออกไป โดยให้นับตั้งแต่วันที่ขายสินค้าครบตามจำนวนหรืออัตราที่ตกลงกันตามธรรมเนียมปฏิบัติทางการค้าปกติ จึงไม่ควรเข้าใจว่าทุกกรณีจะเริ่มนับระยะเวลา Credit Term ทันทีตั้งแต่วันที่นำสินค้าไปวางจำหน่ายที่ร้าน

“หัวใจของกติกานี้ไม่ใช่การจำตัวเลข 30 หรือ 45 วันเพียงอย่างเดียว ผู้ประกอบการรายเล็กควรตรวจวันส่งมอบ หลักฐานรับสินค้า เงื่อนไขฝากขาย และเอกสารวางบิลให้ชัด เพราะรายละเอียดเหล่านี้มีผลต่อวันที่จะเริ่มนับระยะเวลารับชำระเงิน และมีผลโดยตรงต่อการวางแผนสภาพคล่องของกิจการ” นางสาวลลิดากล่าว

นอกจากนี้ ประกาศกำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่หรือผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ที่เป็นคู่ค้า แจ้งสิทธิในการรับเงินภายในระยะเวลาที่กำหนด รวมถึงแสดงขั้นตอนการจ่ายเงินตามแนวทางการค้าปกติให้ SME ทราบอย่างชัดเจน

พร้อมกันนี้ ยังระบุลักษณะการกระทำที่อาจเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม เช่น การประวิงการชำระเงินเกินระยะเวลาที่กำหนดโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร การเปลี่ยนแปลงระยะเวลา Credit Term หรือเงื่อนไขตามสัญญาโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร หรือไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 60 วัน รวมถึงการใช้สัญญาสำเร็จรูปกำหนดระยะเวลาในลักษณะเดียวกันกับ SME ทุกรายอย่างไม่เป็นธรรม

“การแจ้งล่วงหน้าไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่จะสามารถเปลี่ยนเงื่อนไขฝ่ายเดียวได้ทุกกรณี แต่ต้องพิจารณาทั้งเหตุผลและความเป็นธรรมต่อคู่ค้า ขณะที่ SME ควรเก็บสัญญา ใบสั่งซื้อ หลักฐานการส่งมอบ เอกสารวางบิล และข้อความแจ้งเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขไว้ให้ครบถ้วน หากเกิดข้อโต้แย้งจะสามารถนำมาใช้ตรวจสอบข้อเท็จจริงได้” นางสาวลลิดากล่าว

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า ประกาศฉบับนี้มีการกำหนดนิยามของผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ ผู้ประกอบธุรกิจค้าส่งค้าปลีกขนาดใหญ่ และ SME ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด จึงไม่ได้ครอบคลุมทุกธุรกรรมระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายทุกขนาดโดยอัตโนมัติ และไม่ได้หมายความว่าทุกกรณีที่มีการชำระเงินเกิน 45 วันจะเป็นความผิดทันที แต่ต้องพิจารณาขอบเขตของผู้ประกอบธุรกิจ เงื่อนไขที่คู่ค้าตกลงกัน เหตุผลประกอบ และข้อเท็จจริงของแต่ละกรณีตามกระบวนการของ กขค.

“รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์สนับสนุนการค้าที่เป็นธรรม และต้องการให้ช่วงก่อนประกาศมีผลบังคับใช้เป็นช่วงที่ทั้งผู้ประกอบธุรกิจรายใหญ่และ SME ตรวจสอบสัญญา ขั้นตอนส่งมอบสินค้า เอกสารวางบิล และเงื่อนไขการชำระเงินให้ชัดเจน เพื่อให้เมื่อกติกาใหม่เริ่มใช้วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ทุกฝ่ายสามารถปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง และช่วยให้ SME บริหารสภาพคล่องได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น” นางสาวลลิดา กล่าว