‘แอนนาเบล’ ชี้ 90% ธุรกิจเชียงใหม่เป็นกงสี จุดเสี่ยง “ไม่แยกกระเป๋าเงิน”
“แอนนาเบล” ชี้ จุดอ่อน SME เชียงใหม่ มีสัดส่วน “ธุรกิจครอบครัว” ถึง 90% จุดเสี่ยงไม่แยกกระเป๋าเงิน แนะปรับโครงสร้างทางการเงิน และการส่งต่อธุรกิจข้ามรุ่น (Generation Transition) ให้รอดพ้นความผันผวนในยุคโลกเปลี่ยนผ่าน
เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2569 สภาอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดงานสัมมนา FTI Chiang Mai Forum ครั้งที่ 2 ณ โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล เชียงใหม่ แม่ปิง โฮเทล ภายใต้หัวข้อ “WEALTH BEYOND BUSINESS – Designing Wealth, Freedom & Life ออกแบบความมั่งคั่งให้ตอบโจทย์ชีวิต”
โดยได้รับเกียรติจาก คุณแอนนาเบล รัตนามาศ คชนันทน์ อดีตที่ปรึกษาด้านการลงทุนและการบริหารสินทรัพย์สำหรับบุคคลระดับสูง ณ กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และเจ้าของเพจ Annabel – Your Wealth Architect มาร่วมถ่ายทอดประสบการณ์และเปิดมุมมองเรื่องการสร้างความมั่งคั่งในมิติที่กว้างกว่าการลงทุนและการบริหารเงินในรูปแบบเดิม

นางสาวรัตนามาศ คชนันท์ (แอนนาเบล) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า โครงสร้างภาคธุรกิจในจังหวัดเชียงใหม่คิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 90% ที่เป็นธุรกิจท้องถิ่น (Local Business) และธุรกิจครอบครัว (Family Business) ซึ่งจุดอ่อนข้อแรกและใหญ่ที่สุดที่พบในกลุ่มผู้ประกอบการท้องถิ่นคือ การไม่แยกทรัพย์สินส่วนตัว (Personal Wealth) ออกจากสินทรัพย์ในธุรกิจ
“ทุกอย่างปนกันหมดตั้งแต่เริ่มกิจการ พอธุรกิจขยายตัว มีเครือญาติ สะใภ้ หรือเขยเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่บริษัทใช้กระเป๋าเงินเดิม ทุกคนกินเงินเดือนจากกงสี เมื่อธุรกิจเกิดสะดุดหรือเจอภาวะขาลง (Down-turn) เงินในกระเป๋าครอบครัวก็จะถูกดึงมาหมุนวนซ้ำ จนเกิดความขัดแย้งและลามพังไปทั้งระบบ”
นางสาวรัตนามาศ กล่าวต่อว่า อีกหนึ่งความท้าทายของธุรกิจครอบครัวเชียงใหม่คือ การเปลี่ยนผ่านธุรกิจจากรุ่นพ่อแม่ (Gen 1) สู่รุ่นลูก (Gen 2) ซึ่งมักมีแนวคิดเรื่องอิสรภาพและไลฟ์สไตล์ที่ต่างกัน ซึ่ง Gen 2 ต้องฉลาดในการสื่อสาร ต้องเข้าใจคุณค่าที่ Gen 1 สร้างมา และอธิบายให้ผู้ใหญ่เห็นว่า การจัดระบบการเงิน การตั้งพอร์ตการลงทุนส่วนตัว หรือการแยกบัญชีให้ชัดเจน ไม่เพียงช่วยประหยัดภาษีและบริหารความเสี่ยงได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยปลดล็อกให้คนรุ่นใหม่สามารถวางแผนเกษียณและสร้างความมั่นคงของตัวเองได้จริง โดยไม่ผูกชีวิตไว้กับความเป็น “One-Man Show” ของบริษัทเพียงอย่างเดียว

เชียงใหม่กับความท้าทายในเวทีโลก
นางสาวรัตนามาศ กล่าวอีกว่า เมื่อมองในมุมมองของนักลงทุนต่างชาติและมหภาค แม้เชียงใหม่จะเป็นหมุดหมายที่ชาวต่างชาติหลงใหลในวิถีชีวิต ธรรมชาติ และความเป็นเมืองภูเขา แต่ในแง่ของ Infrastructure (โครงสร้างพื้นฐาน) ยังมีความจำกัดเมื่อเทียบกับกรุงเทพฯ และภูเก็ต ทำให้การรองรับทุนใหญ่ระดับเวลเนสหรือลองสเตย์ยังมีข้อจำกัด ประกอบกับบริบทธุรกิจเชียงใหม่ที่มักพึ่งพาฤดูกาล (High Season / Low Season) ผู้ประกอบการจึงจำเป็นต้องมองหาโอกาสสร้างรายได้หรือต่อยอดธุรกิจเสริมในช่วง Low Season ควบคู่กันไป
”ตราบใดที่เงินยังเยอะอยู่ อาจจะยังไม่เห็นปัญหา แต่ถ้าวันใดที่เงินเริ่มไม่พอ ธุรกิจเลี้ยงทุกคนไม่ไหว อันนั้นจะเห็นชัดเจนมาก”
ดังนั้น ทุกธุรกิจไม่ว่าจะเป็นครอบครัวขนาดเล็กหรือใหญ่ จำเป็นต้องเร่งปรับโครงสร้างการเงิน จัดจ้างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วยบริหารพอร์ตความมั่งคั่ง และแยกแยะบทบาทระหว่าง “ผู้บริหารบริษัท” กับ “พี่น้องในครอบครัว” ให้ชัดเจน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเดินหน้าเติบโตอย่างยั่งยืน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงและเทคโนโลยีที่เข้ามาดิสรัปต์โลกธุรกิจในปัจจุบัน