ซีพี ขยายพลังนวัตกรรมข้ามองค์กร ผนึกความเชี่ยวชาญ 30 พันธมิตรเทคโนโลยี
“ศุภชัย เจียรวนนท์” หนุน CP COE เป็นพื้นที่ร่วมคิด–ร่วมทำ ต่อยอดโจทย์ธุรกิจสู่ประโยชน์ต่อประเทศและสังคม
เครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพี หรือ CP Innovation Center of Excellence (CP COE) ประกาศความร่วมมือกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กร เชื่อมองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีเข้ากับโจทย์ธุรกิจจริง เพื่อพัฒนาบุคลากรแห่งอนาคตและร่วมสร้างนวัตกรรม โดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ย้ำบทบาทพันธมิตรด้านเทคโนโลยีคืออีกหนึ่งกำลังสำคัญของการเปลี่ยนผ่านองค์กร พร้อมมุ่งให้ CP COE เป็นพื้นที่ทดลองและเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อต่อยอดนวัตกรรมที่ใช้ได้จริงและสร้างประโยชน์แก่ธุรกิจ ประเทศชาติ และสังคมโลก
การประกาศความร่วมมือจัดขึ้นภายในงานมหกรรมนวัตกรรมบัวบาน 2026 หรือ CP Innovation Exposition 2026 เมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ณ True Digital Park ฝั่ง West โดยมีผู้บริหารและผู้แทนองค์กรพันธมิตรด้านเทคโนโลยี 30 องค์กรร่วมแสดงเจตนารมณ์ในการขับเคลื่อนระบบนิเวศด้านเทคโนโลยีและบุคลากรแห่งอนาคต หรือ Tech & Future Workforce Ecosystem

นายศุภชัย เจียรวนนท์ กล่าวว่า “พันธมิตรด้านเทคโนโลยีเป็นกำลังสำคัญที่ร่วมคิด ร่วมสร้าง และสนับสนุนการปรับตัวของเครือเจริญโภคภัณฑ์ให้มีความเข้มแข็ง พร้อมสร้างนวัตกรและนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง การเชื่อมความรู้และความสามารถของบุคลากรจากแต่ละองค์กรจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างระบบนิเวศแห่งนวัตกรรมให้เกิดขึ้นได้จริง”
“ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ศูนย์นวัตกรรมความเป็นเลิศซีพีจะเป็นแล็บ เป็นแพลตฟอร์มให้พวกเราได้ลองผิดลองถูกร่วมกัน ล้มเล็ก ๆ ล้มเยอะ ๆ อยู่ในห้องแล็บ อยู่ใน Sandbox ของเรา แล้วสร้างสรรค์สิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกร่วมกัน ให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น ดีขึ้น และมีความสุขมากขึ้นต่อไป” นายศุภชัยกล่าว
CP COE เปิดดำเนินการเมื่อปี 2568 ณ True Digital Park จากการริเริ่มและผลักดันของคุณศุภชัย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเชื่อมโยงคน องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และโจทย์จากภาคธุรกิจเข้าด้วยกัน โดยเปิดพื้นที่ให้บริษัทเทคโนโลยี มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และภาคธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศเข้ามาร่วมพัฒนาความรู้ บุคลากร และนวัตกรรม
ภายใต้แนวทางดังกล่าว CP-CoEX ทำหน้าที่เป็นกลไกการเรียนรู้และการร่วมสร้างภายใต้ CP COE เชื่อมองค์ความรู้และเทคโนโลยีกับโจทย์จริงขององค์กร ผ่านการลงมือทำ การแลกเปลี่ยนกับผู้เชี่ยวชาญ และการทำงานข้ามองค์กร เพื่อให้การเรียนรู้พัฒนาเป็นขีดความสามารถที่นำไปใช้แก้ปัญหาและสร้างผลลัพธ์ได้จริง
ความหลากหลายของธุรกิจในเครือฯ ตั้งแต่เกษตรและอาหาร การค้าปลีก ไปจนถึงโทรคมนาคมและเทคโนโลยีดิจิทัล เป็นฐานสำคัญของโจทย์จากหลายอุตสาหกรรม ขณะที่พันธมิตรทั้ง 30 องค์กรนำองค์ความรู้ เทคโนโลยี และประสบการณ์มาเติมเต็ม เพื่อร่วมกันพัฒนาแนวทางใหม่และต่อยอดสู่การใช้งาน โดยทิศทางความร่วมมือครอบคลุมปัญญาประดิษฐ์และเทคโนโลยีดิจิทัล อาหารและสุขภาพแห่งอนาคต ตลอดจนเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืน
ทั้งนี้นายศุภชัยได้กล่าวถึงหัวใจของการสร้างนวัตกรรมว่า “ต้องเป็นการทำสิ่งใหม่ที่ใช้ได้จริง และที่สำคัญคือต้องสร้างคุณค่า ซึ่งเชื่อมโยงกับค่านิยมของเครือเจริญโภคภัณฑ์ โดยเฉพาะหลัก “3 ประโยชน์” การสร้างนวัตกรรมจึงต้องคำนึงถึงคุณค่าที่จะเกิดขึ้นกับลูกค้า คู่ค้า ประเทศชาติ ประชาชน และสังคมโลก”
พร้อมกันนี้ ได้ถ่ายทอดคำสอนของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เปรียบการใช้เวลาในวันนี้กับการปลูกต้นไม้ ซึ่งจะเติบโตและผลิดอกออกผลในวันข้างหน้า สะท้อนความสำคัญของการลงมือสร้างสิ่งที่มีคุณค่า พร้อมปลูกฝังความกล้าทดลอง ความทุ่มเท และการเรียนรู้จากความผิดพลาด แม้ประสบความสำเร็จแล้วก็ต้องสร้างสรรค์และพัฒนาต่อไป
นอกจากนี้นายศุภชัยยังแสดงความชื่นชมต่อนวัตกรที่ได้รับรางวัลและบุคลากรอีกหลายพันคนที่ร่วมส่งผลงานเข้าประกวด โดยยกย่องว่าเป็น “ฮีโร่” ขององค์กร พร้อมขอบคุณผู้นำและผู้บริหารเครือฯ ที่สนับสนุนให้การสร้างนวัตกรรมเติบโตเป็นวัฒนธรรมองค์กร และเป็นรากฐานของการก้าวสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมอย่างแท้จริง
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ สังคม สภาพภูมิอากาศ และการเปลี่ยนผ่านที่เกิดจาก AI คุณศุภชัยย้ำว่า ธุรกิจจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับนวัตกรรมและการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการทำงาน และรูปแบบธุรกิจ เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงได้ทัน
ความร่วมมือระหว่าง CP COE และพันธมิตรด้านเทคโนโลยีทั้ง 30 องค์กร จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมศักยภาพของภาคธุรกิจและความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี สร้างพื้นที่ให้คนได้เรียนรู้ ทดลอง และร่วมพัฒนานวัตกรรมจากโจทย์จริง เพื่อยกระดับขีดความสามารถขององค์กรและประเทศไทย พร้อมสร้างคุณค่าให้แก่สังคมอย่างต่อเนื่อง
ภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ พันธมิตรมีส่วนร่วมทั้งการถ่ายทอดองค์ความรู้ สนับสนุนเทคโนโลยี ให้คำปรึกษา และร่วมพัฒนาโครงการ โดยเครือข่าย 30 องค์กรประกอบด้วยองค์กรชั้นนำจากหลากหลายสาขา อาทิ คอนโทรล ยูเนี่ยน ธนาคารมิซูโฮ ออลเทค HSBC อาลีบาบา คลาวด์ ซีเมนส์ กลุ่มมิตรผล SCG มิตซูบิชิ อีเล็คทริค อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป เทนเซ็นต์ หัวเว่ย แอมิตี้ โซลูชั่น Amazon Web Services (AWS) ชไนเดอร์ อีเล็คทริค คาโอ และอีแลนโค ความเชี่ยวชาญที่หลากหลายนี้จะเชื่อมเทคโนโลยีเข้ากับความเข้าใจตลาดและการดำเนินงาน พร้อมเปิดโอกาสให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมข้ามอุตสาหกรรม

ตัวอย่างที่นำแนวทางดังกล่าวมาสู่การปฏิบัติแล้ว คือ AI Business Accelerator รุ่นที่ 1 หลักสูตรเรือธงภายใต้ Business Co-Creation ของ CP-CoEX ซึ่งมีผู้เข้าร่วม 60 คน จาก CPF, CP ALL, CP Axtra, True, Huawei, Tencent, AWS, Kao, Schneider Electric, Mitsubishi Electric และ SCG ร่วมพัฒนา 7 โครงการ AI จากโจทย์จริงด้านอุตสาหกรรม การผลิต ค้าปลีก และการบริหารจัดการองค์กร โดยมีการประเมินศักยภาพประโยชน์ทางธุรกิจเบื้องต้นรวมกว่า 1,400 ล้านบาท และจะเดินหน้าพัฒนาต้นแบบ พิสูจน์แนวคิดทางเทคโนโลยี จัดทำ Business Case และวางแผนทดลองใช้งานหรือขยายผลตามความเหมาะสม

นายวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager บริษัท Amazon Web Services (AWS) ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการดังกล่าวเปิดโอกาสให้บุคลากรจากหลากหลายบริษัทได้พัฒนาทักษะ AI ผ่านการลงมือปฏิบัติจริงร่วมกัน โดยความหลากหลายของธุรกิจในเครือซีพีเป็นโอกาสสำคัญในการนำองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการนำร่องไปต่อยอด ทั้งด้านเกษตรกรรม โทรคมนาคม ค้าปลีก และเทคโนโลยีทางการเงิน เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง”
จากประสบการณ์ของโครงการนำร่อง CP-CoEX เตรียมต่อยอดด้าน AI ในรุ่นถัดไป พร้อมพัฒนาหลักสูตรใหม่อีก 2 ด้าน ได้แก่ Food & Longevity Business Accelerator ซึ่งเชื่อมวิทยาศาสตร์โภชนาการ งานวิจัย AI และความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจอาหาร เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ ตั้งแต่การค้นหาโอกาสทางตลาด การสร้างต้นแบบและทดสอบ ไปจนถึงการประเมินต้นทุนและวางแผนเข้าสู่ตลาด และ Sustainability Tech Accelerator ที่มุ่งพัฒนาผู้นำให้ใช้เทคโนโลยีและ AI จัดการโจทย์พลังงาน ทรัพยากร ของเสีย ห่วงโซ่อุปทาน และต้นทุนคาร์บอน โดยสามารถประเมินผลและความคุ้มค่าทางธุรกิจได้

ในมิติของเทคโนโลยีชีวภาพ นายยานนิส พานาโยตาโคโพรอส (Ioannis Panagiotakopoulos) Director, Head of Animal Biosolutions SEA & Oceania บริษัท Novonesis กล่าวว่า “ความร่วมมือกับซีพีได้ขยายสู่การลงทุนใน Co-Creation Center ซึ่งมีทั้งพื้นที่สร้างสรรค์ร่วมกันและห้องปฏิบัติการ โดยผสานความเชี่ยวชาญด้านเอนไซม์และจุลินทรีย์ของ Novonesis กับความเชี่ยวชาญด้านการดำเนินงานฟาร์มของซีพี เพื่อศึกษาอาหารสัตว์และไมโครไบโอม ต่อยอดสู่ระบบการผลิตสัตว์ที่มีประสิทธิภาพ ยั่งยืน และใช้ทรัพยากรน้อยลง”

ด้านนายสัตวแพทย์ ดร.ประพืด อักษรพันธ์ Senior Country Director – TH, VN & CLM บริษัท อีแลนโค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “อีแลนโคพร้อมนำความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพสัตว์มาร่วมพัฒนาโซลูชันภายใต้แนวคิด One Health ซึ่งเชื่อมโยงสุขภาพสัตว์ ความปลอดภัยของอาหาร และสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมการลดการปนเปื้อนเชื้อซัลโมเนลลาในเนื้อสัตว์ การเพิ่มประสิทธิภาพการใช้อาหารสัตว์ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อสนับสนุนการผลิตอาหารที่ปลอดภัยและการดำเนินธุรกิจปศุสัตว์อย่างยั่งยืน”
ความร่วมมือผ่าน CP COE และ CP-CoEX จึงเชื่อมการพัฒนาคน การทดลองเทคโนโลยี และการสร้างนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ให้บุคลากรได้เรียนรู้จากการแก้ปัญหาจริง องค์กรได้พัฒนาทีมและประเมินโอกาสทางธุรกิจ ขณะที่พันธมิตรได้ร่วมต่อยอดความเชี่ยวชาญสู่สินค้า กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจใหม่ โดยมีเป้าหมายร่วมในการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขัน พร้อมสร้างประโยชน์ต่อประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร ตามค่านิยม 3 ประโยชน์ของเครือเจริญโภคภัณฑ์