ไฮเออร์ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ตั้งโรงงานเครื่องซักผ้าระยอง
“ไฮเออร์” ย้ำไทยฐานสำคัญผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าป้อนตลาดโลก ทุ่ม 5,250 ล้านบาท ปักธงโรงงานเครื่องซักผ้า นิคม WHA ESIE 5 ระยอง ลุยผลิตรุ่นพรีเมี่ยม 3 ล้านเครื่อง/ปี รับดีมานด์ไทย ยุโรป ตะวันออกกลาง โอเชียเนีย หลังสังคมเมืองขยายตัวดันดีมานด์เครื่องซักผ้าพรีเมี่ยมพุ่ง
นายจาง ซือหย่ง ผู้อำนวยการฝ่ายผลิตเครื่องซักผ้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท ไฮเออร์ สมาร์ทโฮม จำกัด กล่าวว่า ตลาดเครื่องซักผ้าในไทยนับเป็นตลาดที่มีศักยภาพสำหรับบริษัท สะท้อนจากข้อมูลปี 2568 ที่เครื่องซักผ้าระดับกลางถึงบนและระดับพรีเมี่ยมของไฮเออร์เติบโตถึง 58%
ขณะที่ตลาดเครื่องซักผ้าระดับอัลตร้าพรีเมี่ยม ราคาจำหน่ายมากกว่า 60,000 บาทนั้น ไฮเออร์เป็นแบรนด์สัญชาติจีนเพียงรายเดียวที่ติดอันดับท็อป 3 ของตลาด สะท้อนโอกาสการเติบโตของกลุ่มสินค้าระดับบน-อัลตร้าพรีเมี่ยม
การเติบโตของเซ็กเมนต์เครื่องซักผ้าพรีเมี่ยมนี้ เป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยมากขึ้น ตามพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปและการขยายตัวของสังคมเมือง กระตุ้นให้ผู้บริโภคชาวไทยให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยมากขึ้นตามไปด้วย
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาตลาดเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทยยังอาศัยการนำเข้าจากต่างประเทศเป็นหลัก จึงมีข้อจำกัดด้านระยะเวลาการจัดส่งสินค้าและความคล่องตัวในการตอบสนองความต้องการของตลาด
โรงงานกำลังผลิต 3 ล้านยูนิต/ปี
นายจางกล่าวต่อไปว่า เพื่อลดข้อจำกัดและเสริมศักยภาพการทำตลาด บริษัทจึงตัดสินใจทุ่มเม็ดเงิน 5,250 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่ ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 5 จังหวัดระยอง เพื่อผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยม
โดยโรงงานแห่งใหม่นี้จะมีกำลังการผลิตสูงสุด 3 ล้านเครื่องต่อปี ซึ่ง 60-70% ของกำลังการผลิตจะส่งออกไปยังตลาดสำคัญ อย่างสหภาพยุโรป, ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ และตะวันออกกลาง
ด้วยไฮไลต์อย่างระบบสายการผลิตอัจฉริยะ ซึ่งจะเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการห่วงโซ่อุปทาน พร้อมรองรับการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยม 2 กลุ่มหลัก ที่มุ่งตอบโจทย์การดูแลเสื้อผ้าและสุขอนามัยของผู้บริโภคยุคใหม่ ได้แก่ Haier Triple Drum เครื่องซักผ้าแบบ 3 ถังในเครื่องเดียว ประกอบด้วยถังซักหลัก 1 ถัง และถังซักขนาดเล็กอีก 2 ถัง รองรับการแยกซักเสื้อผ้าเด็ก ชุดชั้นใน และเสื้อผ้าทั่วไป ตอบโจทย์การดูแลสุขอนามัย
อีกรุ่นคือ Haier X Series เครื่องซักผ้าที่มาพร้อมเทคโนโลยี Ultra Fresh Air และฟังก์ชั่น Essence Wash ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการซักทำความสะอาด ยับยั้งแบคทีเรียและลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ภายในถังซัก
ทั้งนี้บริษัทจัดพิธีวางศิลาฤกษ์โรงงานผลิตเครื่องซักผ้าแห่งใหม่อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569
ย้ำไทยฮับการผลิต
นายจางย้ำว่า บริษัทวางไทยเป็นฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยมสำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งการเลือกทำเลของโรงงานแห่งใหม่เป็นนิคมอุตสาหกรรม WHA ESIE 5 จังหวัดระยองนั้น เนื่องจากต้องการใช้ความได้เปรียบด้านทำเลที่ตั้งของโรงงานในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC
รวมถึงสิทธิประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารคำสั่งซื้อและการกระจายสินค้าไปยังตลาดต่างประเทศ ลดต้นทุนด้านโลจิสติกส์และภาษีศุลกากร พร้อมเพิ่มความคล่องตัวในการส่งมอบสินค้าและเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยมทั่วโลก
โดยการลงทุนครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์เสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายการผลิตระดับโลก ด้วยการต่อยอดจากการดำเนินธุรกิจในไทยตลอด 24 ปีที่ผ่านมา ซึ่งบริษัทเดินหน้าลงทุนและพัฒนาฐานการผลิตต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าในจังหวัดปราจีนบุรี ฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศในจังหวัดชลบุรี และฐานการผลิตเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ขนาดใหญ่ในจังหวัดระยอง
โรงงานเหล่านี้ต่างมีส่วนสำคัญในการยกระดับไทยสู่ฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้ารองรับตลาดสำคัญทั้งในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกา
ทั้งนี้ปัจจุบันในระดับโลกบริษัทมีเครือข่ายนิคมอุตสาหกรรมรวม 35 แห่ง และศูนย์การผลิต 173 แห่ง รวมถึงเตรียมเดินเครื่องนิคมอุตสาหกรรมระยะที่ 2 ในอียิปต์ภายในเดือนพฤศจิกายน 2569 ที่จะถึงนี้ เพื่อขยายฐานการผลิตให้ใกล้กับตลาดปลายทาง เพิ่มประสิทธิภาพการจัดหาชิ้นส่วน การผลิต และการส่งมอบสินค้า เช่นเดียวกับการเสริมความยืดหยุ่นในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน รวมถึงสนับสนุนความแข็งแกร่งของไฮเออร์ในตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วโลกด้วย
“การขยายฐานการผลิตเครื่องซักผ้าระดับพรีเมี่ยมในจังหวัดระยอง จึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงศักยภาพการผลิตของประเทศไทยเข้ากับเครือข่ายอุตสาหกรรมระดับโลกของไฮเออร์ เพื่อรองรับความต้องการทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจในระยะยาว”
ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อปี 2567 ไฮเออร์ลงทุน 10,000 ล้านบาท สร้างโรงงานผลิตเครื่องปรับอากาศ กำลังผลิต 6 ล้านเครื่องต่อปี บนพื้นที่ 324,000 ตารางเมตร ของนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี
โดยเฟสแรกเริ่มเดินสายการผลิตเมื่อเดือนกันยายน 2568 จำนวน 3 ล้านเครื่อง มูลค่าประมาณ 14,700 ล้านบาท ก่อนจะขยายกำลังผลิตเป็น 3.5 ล้านเครื่อง มูลค่า 17,800 ล้านบาทในปี 2569 และแตะระดับสูงสุดที่ 6 ล้านเครื่อง มูลค่าราว 31,150 ล้านบาทภายในปี 2570
ในขณะนั้น นายโจว หยุนเจี๋ย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไฮเออร์ กรุ๊ป ย้ำวิสัยทัศน์ในการยกระดับประเทศไทยให้เป็นฐานการผลิตเชิงยุทธศาสตร์ของอาเซียน ที่เชื่อมโยงครบทั้งห่วงโซ่อุปทาน การผลิต การวิจัยและพัฒนา ไปจนถึงการส่งออกสู่ตลาดโลก