เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับตาเลือกตั้งสหรัฐ ทรัมป์เสี่ยงเสียสภาล่าง หวั่นเงินทุนไหลเข้าไทยสะดุด
Finance จับตาเลือกตั้งสหรัฐ ทรัมป์เสี่ยงเสียสภาล่าง หวั่นเงินทุนไหลเข้าไทยสะดุด
ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (2 พ.ย. 69) ปรับขึ้น 400 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 63,450 บาท
เดลต้า จัด ‘Future Industry Summit 2026’ ครั้งแรกในสิงคโปร์ ผนึกกำลัง NUS ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ AI ยั่งยืน
Tech เดลต้า จัด ‘Future Industry Summit 2026’ ครั้งแรกในสิงคโปร์ ผนึกกำลัง NUS ลุยดาต้าเซ็นเตอร์ AI ยั่งยืน
ก.ล.ต.ปลดล็อกระดมทุน LiVEx! ดีลต่ำ 10 ล้านไม่ต้องยื่นไฟลิ่ง เริ่มใช้แล้ว 1 พ.ย.
Finance ก.ล.ต.ปลดล็อกระดมทุน LiVEx! ดีลต่ำ 10 ล้านไม่ต้องยื่นไฟลิ่ง เริ่มใช้แล้ว 1 พ.ย.
จีนประชุมถก “อุ้มตลาด” หลังดัชนี CSI 300 ร่วงยาวนานเป็นประวัติการณ์
World จีนประชุมถก “อุ้มตลาด” หลังดัชนี CSI 300 ร่วงยาวนานเป็นประวัติการณ์
ททท. เตรียมเปิด “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” ขาย Voucher 100 บาท เริ่ม 15 ธ.ค.
Economic ททท. เตรียมเปิด “100 เดียว เที่ยวทั่วไทย” ขาย Voucher 100 บาท เริ่ม 15 ธ.ค.
ขสมก. ทดลองรถเมล์ด่วนพิเศษ 24 เส้นทาง วันนี้ 2 พ.ย. เช็กสายรถ
News ขสมก. ทดลองรถเมล์ด่วนพิเศษ 24 เส้นทาง วันนี้ 2 พ.ย. เช็กสายรถ
LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 จุดประกาย นายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพ
Uncategorized LivingInsider Thailand Agent Awards 2026 จุดประกาย นายหน้าอสังหาฯ มืออาชีพ
TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
Tech TikTok เพิ่มเครื่องมือปกป้องแบรนด์ ครอบคลุมการลงโฆษณา-ตรวจจับสินค้าปลอม
Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
Finance Krungthai COMPASS คาด กนง. คงอัตราดอกเบี้ยที่ 1.00% ต่อเนื่องถึงสิ้นปี’70
ดูทั้งหมด

‘เฟด’ ได้ฉายาละคร ‘คาบูกิ’ ‘เงินเฟ้อสูง-ศก.แกร่ง’ แต่ไม่ขึ้นดอกเบี้ย

02 พ.ย. 2569 | 09:07น.
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก 
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ

การประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เดือนตุลาคม มีมติคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในช่วง 3.75%-4% อย่างไรก็ตามเป็นมติ “ไม่เอกฉันท์” เนื่องจากมีกรรมการ 2 คนคัดค้านคือ ลิซ่า คุก ผู้ว่าการเฟด และ เบ็ธ แฮมแม็ก ประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์ ที่ต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ย 0.25% การตรึงดอกเบี้ยดังกล่าวเป็นไปตามคาดหมายส่วนใหญ่ของตลาด เพราะปกติแล้วเฟดจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ยก่อนการเลือกตั้ง เนื่องจากเป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง โดยปีนี้สหรัฐมีการเลือกตั้งกลางเทอมวันที่ 3 พฤศจิกายน 

แถลงการณ์ของคณะกรรมการระบุว่า เงินเฟ้อยังคงสูง อย่างไรก็ตามต้องรอข้อมูลสะสมมากกว่านี้ เพื่อช่วยให้คณะกรรมการกำหนดจุดยืนที่เหมาะสม เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเฟ้อจะกลับมาอยู่ในเป้าหมาย 2% ทั้งนี้คณะกรรมการยืนยันจะรักษาเสถียรภาพราคาเป็นสำคัญ

เควิน วอร์ช ประธานเฟดแถลงภายหลังประชุมว่า ในปีหน้า (2027) จะปรับเปลี่ยนวาระการประชุม โดยถึงแม้จะคงจำนวนครั้งไว้ที่ 8 ครั้งต่อปีเหมือนเดิม แต่จะลดจำนวนการประชุมเพื่อพิจารณาอัตราดอกเบี้ยเหลือเพียง 7 ครั้ง ส่วนอีก 1 ครั้งจะสงวนไว้สำหรับการมุ่งเน้นวาระไปที่การพิจารณากลยุทธ์โดยกว้างของนโยบายการเงิน ส่วนปี 2028 จะเพิ่มจำนวนการประชุมที่มุ่งเน้นการหารือเชิงกลยุทธ์เป็น 2 ครั้ง ส่วนอีก 6 ครั้งเป็นการมุ่งเน้นการกำหนดนโยบาย

เมื่อถามว่าอะไรอยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงนี้ วอร์ชตอบว่าค่อนข้างตรงไปตรงมา การจะทำให้นโยบายถูกต้องนั้น เกี่ยวข้องกับการประเมินพัฒนาการระยะสั้นที่ต้องทันสถานการณ์ มีความสม่ำเสมอ และอัดแน่นด้วยข้อมูล แต่การสงวนเวลาและพื้นที่สำหรับการพิจารณาเชิงกลยุทธ์ของหลากหลายกลุ่มก็มีความสำคัญเท่ากัน เพื่อคิดเกี่ยวกับคำถามใหญ่ใหม่ ๆ เพื่อมองไปยังระยะไกลขึ้นกว่าเดิม 

วอร์ชอ้างว่าการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐในวันที่ 3 พฤศจิกายน ไม่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเรื่องดอกเบี้ยของเฟด “ผมใช้เวลาสองวันกับเพื่อนร่วมงาน ก็ไม่ได้ยินอะไรเกี่ยวกับการเมือง ไม่ได้ยินการพาดพิงการเมือง การเลือกตั้ง ผมไม่คิดว่ามันมีอิทธิพลต่อทั้งเพื่อนร่วมงานและตัวผม”

ประธานเฟดระบุว่า เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง มีการปรับคาดการณ์จีดีพีครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้นจาก 1.8% เป็น 2.4% ส่วนไตรมาส 3 ดูเหมือนจะยิ่งเติบโตเร็ว การพูดคุยกันของกรรมการไม่กี่วันที่ผ่านมามุ่งเน้นไปที่เรื่องเสถียรภาพราคา

เจฟฟรีย์ กันด์แล็ค ซีอีโอของ ดับเบิลไลน์ แคปิตอล กล่าวว่า เงินเฟ้อยังคงร้อนแรง เศรษฐกิจแข็งแกร่ง ดังนั้นเฟดควรขึ้นดอกเบี้ย โดยอิงตามผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรอายุ 2 ปี ที่ขณะนี้สูงขึ้นไปแตะ 4.714% เพราะยีลด์ของพันธบัตรอายุ 2 ปีมีความอ่อนไหวต่อนโยบายของเฟด ซึ่งมันไม่ชัดเจนว่าทำไมเฟดจึงตรึงดอกเบี้ยไว้ กำลังรออะไรหรือ

เจม คาร์ซาน ผู้ก่อตั้ง Kai Wealth บริษัทบริหารความมั่งคั่งในชิคาโกชี้ว่า การตัดสินใจไม่ขึ้นดอกเบี้ยในครั้งนี้ บ่งบอกว่าจุดยืนแข็งกร้าว (Hawkish) ต่อเงินเฟ้อของเฟดก่อนหน้านี้ เป็นแค่ “การแสดง” ที่หวังรักษาความน่าเชื่อถือว่าพวกเขามีความเป็นอิสระ แต่สุดท้ายแล้วในระยะยาวก็จะเห็นแต่ความผ่อนคลาย (Dovish) จากเฟด ซึ่งในอีกหลายเดือนหลายไตรมาสข้างหน้าก็จะเป็นแบบนี้

“ในความคิดของผม นี่คือโรงละครคาบูกิ เพื่อแสดงว่าพวกเขาจริงจังกับการควบคุมเงินเฟ้อ แต่สุดท้ายแล้วไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง” ทั้งนี้คาบูกิ ที่คาร์ซานพาดพิงถึง ก็คือการแสดงละครเก่าแก่ของญี่ปุ่น ซึ่งมีผู้แสดงเป็นชายล้วน

ซีเอ็นบีซีรายงานว่า สำหรับลิซ่า คุก ซึ่งออกเสียงคัดค้านในครั้งนี้ เป็นบุคคลที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมีคำสั่งปลดเธอออกจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหาว่าเธอยื่นขอสินเชื่อบ้านโดยมิชอบ ทำให้เธอยื่นฟ้องต่อศาลและศาลมีคำสั่งให้ทรัมป์ระงับการปลด เพราะคุกยังไม่ได้ผ่านกระบวนการสอบสวนที่เป็นธรรม 

การมีผู้คัดค้านมติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งภายในคณะกรรมการเกี่ยวกับว่าต้องแข็งกร้าวแค่ไหนในการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ ทั้งนี้เงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงเกินเป้าหมาย 2% ของเฟดมาเป็นเวลามากกว่า 5 ปีแล้ว และเงินเฟ้อยิ่งเร่งตัวขึ้นตั้งแต่การประชุมเดือนกันยายนที่ผ่านมาและเศรษฐกิจก็แข็งแกร่ง เห็นได้จากแถลงการณ์ในเดือนกันยายนที่มีการปรับเปลี่ยนถ้อยคำจาก “เศรษฐกิจขยายตัวเข้มแข็ง (Strong)” มาเป็น Solid (มั่นคงแน่นหนา)

จึงเกิดคำถามว่า เฟดจะรออีกนานแค่ไหนก่อนจะขึ้นดอกเบี้ย อย่างไรก็ตามราคาของตลาดล่วงหน้าบ่งชี้อย่างแข็งแกร่งว่ามีความเป็นไปได้ที่จะขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคม และอีก 1 หรือ 2 ครั้งในปีหน้า (2027)

ด้าน สกอตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า หากเฟดขึ้นดอกเบี้ยก็ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นความ “ผิดพลาด” ทางนโยบาย ทั้งตนและประธานาธิบดีทรัมป์เชื่อว่าเควิน วอร์ช กำลังทำได้ดี และสามารถจะหาความสมดุลระหว่างอัตราการจ้างงานและรักษาเสถียรภาพราคา โดยสามารถรักษาเสถียรภาพราคาได้ โดยที่ยังสามารถทำให้เกิดการจ้างงานเต็มที่ “ผมคิดว่าวอร์ชเริ่มต้นได้อย่างยอดเยี่ยม อย่างที่ผมพูดบ่อย ๆ ผมมั่นใจในตัวเขามาก”

เบสเซนต์กล่าวว่า เขาอยากให้เฟดมีใจเปิดกว้าง เกี่ยวกับราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยเขาชี้ว่าจะเป็นเพียงเรื่อง “ชั่วคราว” พร้อมกับอ้างว่าปฏิบัติการโดดเดี่ยวอิหร่านออกจากเศรษฐกิจประสบความสำเร็จอย่างมาก โดยประเมินว่าเศรษฐกิจอิหร่านอาจหดตัวมากถึง 25% ภายใน 1 ปี

ทั้งนี้เบสเซนต์เป็นคนสนิทสำคัญที่ทรัมป์ไว้วางใจ ซึ่งที่ผ่านมาในยุคที่เจอโรม พาวเวลล์ เป็นประธานเฟด ทรัมป์กดดันให้เฟดลดดอกเบี้ยซ้ำแล้วซ้ำอีก มีการตำหนิและบริภาษอดีตประธานเฟดอย่างรุนแรง พร้อมกับหาทางเล่นงานอาญาพาวเวลล์ จนกระทั่งพาวเวลล์พ้นวาระไปในเดือนพฤษภาคม ทรัมป์แต่งตั้งเควิน วอร์ช เข้ามาแทน ด้วยความหวังว่าวอร์ชจะตามใจเขา

อย่างไรก็ตามเมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 3 ปี ไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และถือเป็นการประเดิมการรับตำแหน่งของวอร์ช ทรัมป์กลับไม่มีท่าตำหนิหรือกดดันวอร์ชมากนัก