ทลายคลังสินค้าปลอม กทม.-อุดรฯ เจอผงชูรส-ของใช้กว่า 3.5 แสนชิ้น
กรมทรัพย์สินทางปัญญาผนึกตำรวจบุกแหล่งเก็บและกระจายสินค้าปลอมในกรุงเทพฯ-อุดรธานี ยึดของกลางรวมกว่า 350,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายกว่า 17.9 ล้านบาท ตั้งแต่ผงชูรส-ผงปรุงรส ไปจนถึงแชมพู ยาสีฟัน และครีมบำรุงผิว หลังพบเบาะแสเชื่อมโยงช่องทางออนไลน์ พร้อมเร่งขยายผลถึงแหล่งผลิตและเครือข่ายรายใหญ่
นางสาวจิตติมา ศรีถาพร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมฯ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยล่าสุดเข้าตรวจค้นและยึดสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าในพื้นที่จังหวัดอุดรธานีและกรุงเทพมหานคร รวมกว่า 350,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายมากกว่า 17.9 ล้านบาท
สำหรับปฏิบัติการในจังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 กรมฯ โดยชุดปฏิบัติการระดมกวาดล้างสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ
การตรวจสอบเกิดขึ้นหลังสืบสวนพบเบาะแสการจำหน่ายสินค้าต้องสงสัยว่าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์
เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้กระทำความผิด พร้อมยึดผงชูรสและผงปรุงรสปลอมเครื่องหมายการค้า “อายิโนะโมะโต๊ะ” และ “รสดี” มากกว่า 250,000 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 15.9 ล้านบาท
ต่อมาเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 ชุดจรยุทธ์ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาลบางบอน และภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ เข้าตรวจค้นโกดังในพื้นที่แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กรุงเทพมหานคร
เจ้าหน้าที่พบสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าหลายประเภท ได้แก่ แชมพูสระผม ครีมอาบน้ำ ยาสีฟัน และครีมบำรุงผิว รวมกว่า 100,000 ชิ้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท
จากการตรวจสอบพบว่าโกดังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและพักสินค้าปลอม เพื่อเตรียมบรรจุหีบห่อและจัดส่งกระจายไปยังผู้ซื้อผ่านช่องทางต่าง ๆ
เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลการสืบสวนไปยังแหล่งผลิตและเครือข่ายผู้กระทำความผิดรายใหญ่ เพื่อสกัดกั้นการกระจายสินค้าปลอมไปยังพื้นที่อื่น
ทั้งนี้ การนำสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอม ซึ่งเป็นเครื่องหมายการค้าที่จดทะเบียนแล้วในราชอาณาจักรออกจำหน่าย มีโทษจำคุกไม่เกิน 4 ปี หรือปรับไม่เกิน 400,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นางสาวจิติมากล่าวว่า ปัจจุบันสินค้าปลอมสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้รวดเร็วทั้งผ่านตลาดทั่วไปและช่องทางออนไลน์ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน ซึ่งอาจไม่ได้ผ่านกระบวนการผลิตและควบคุมคุณภาพตามมาตรฐาน
จึงอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้บริโภค รวมถึงสร้างความเสียหายแก่เจ้าของสิทธิและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
กรมทรัพย์สินทางปัญญาจึงเตรียมยกระดับการเฝ้าระวัง สืบสวน และปราบปรามร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองผู้บริโภคและลดการกระจายสินค้าละเมิดในตลาด
พร้อมขอให้ประชาชนตรวจสอบแหล่งจำหน่าย ฉลาก บรรจุภัณฑ์ และความน่าเชื่อถือของผู้ขายก่อนซื้อสินค้า และสามารถแจ้งเบาะแสการผลิต เก็บรักษา หรือจำหน่ายสินค้าต้องสงสัยได้ผ่านกรมทรัพย์สินทางปัญญา หรือสายด่วน 1368