เดโมแครต ‘ยึด’ คองเกรส ‘ฝันร้าย’ บิ๊กเทคฯ-ดาต้าเซ็นเตอร์ ?
คอลัมน์ : ชีพจรเศรษฐกิจโลก
ผู้เขียน : นงนุช สิงหเดชะ
ผลการเลือกตั้ง “กลางเทอม” ของสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2026 ปรากฏว่าพรรคเดโมแครต ซึ่งเป็นฝ่ายค้านกำชัยชนะสองสภา ทั้งวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎร ถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 20 ปี ที่เดโมแครตชนะเลือกตั้งทั้งสองสภาภายใต้รัฐบาลที่มีพรรครีพับลิกันเป็นประธานาธิบดี
การกวาดสองสภาของเดโมแครตเป็นสิ่งชี้วัดความไม่พอใจของคนอเมริกันต่อผลงานของ ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ และยิ่งชัดเจนมากขึ้นไปอีกเมื่อรีพับลิกันแพ้ “คาบ้าน” อีกหลายรัฐที่เคยเป็นฐานที่มั่นของรีพับลิกัน โดยเฉพาะรัฐเทกซัส ที่เคยเป็นถิ่น “เหนียวแน่น” ผูกขาดของรีพับลิกัน แต่ในครั้งนี้เดโมแครตเอาชนะไปทั้งวุฒิสภาและผู้ว่าการรัฐ แถมบรรดาผู้แพ้เหล่านี้ล้วนแต่เป็นคนที่ทรัมป์ “เลือก” มาด้วยตัวเอง
ซีเอ็นบีซีรายงานว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าความไม่พอใจอย่างมากของชาวอเมริกันต่อทรัมป์ คือเรื่องเศรษฐกิจที่ค่าครองชีพสูงขึ้นเนื่องจากน้ำมันราคาแพงจากสงครามอิหร่าน ที่ทรัมป์และอิสราเอลร่วมมือกันก่อขึ้น ตลอดจนปัญหาคอร์รัปชั่น นอกจากนี้การเร่งส่งเสริมการก่อสร้าง “ดาต้าเซ็นเตอร์” ของรัฐบาลทรัมป์ เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ชาวอเมริกันจำนวนไม่น้อยรู้สึกกังวล
ความไม่พอใจด้านเศรษฐกิจต่อรัฐบาลทรัมป์คือหัวใจหลักที่ทำให้เดโมแครตชนะ ผู้ลงคะแนนเลือกตั้งหลายคนกล่าวโทษว่าภาษีของทรัมป์ที่จัดเก็บจากประเทศต่าง ๆ และสงครามอิหร่านทำให้เศรษฐกิจแย่ลงกว่าเดิม
ผลการเลือกตั้งจะทำให้การต่อสู้ทางการเมืองเกี่ยวกับดาต้าเซ็นเตอร์และโครงสร้างพื้นฐานด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) แหลมคมมากขึ้น เนื่องจากเทกซัสถูกวางแผนให้เป็น “ศูนย์ใหญ่” สำหรับก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ แต่ “จิน่า ฮิโนโจซา” จากพรรคเดโมแครต ซึ่งชนะได้รับเลือกตั้งเป็นผู้ว่าการรัฐเทกซัสในครั้งนี้ โดยโค่นเกร็ก แอ็บบอต จากรีพับลิกัน ที่เป็นมา 3 สมัย ได้รณรงค์มาโดยตลอดให้ “หยุด” โครงการนี้ไว้ชั่วคราว จนกว่าทางรัฐจะยอมรับกฎที่เข้มงวดกว่านี้ ดังนั้นการที่เธอชนะในครั้งนี้จะทำให้เดโมแครตมี “อิทธิพล” ต่อแนวทางสร้างดาต้าเซ็นเตอร์พอสมควร แม้ว่าสภานิติบัญญัติของรัฐเทกซัสจะยังอยู่ในมือรีพับลิกันก็ตาม
จิน่า ฮิโนโจซา เป็นเดโมแครตคนแรกในรอบ 31 ปี ที่ได้เป็นผู้ว่าการรัฐเทกซัส
ชัยชนะของเดโมแครตยังอาจเป็น “ผลเสีย” ต่อบรรดามหาเศรษฐีด้านเทคโนโลยีและบรรษัทขนาดใหญ่ที่ “เทเงิน” หลายร้อยล้านดอลลาร์สนับสนุนพรรครีพับลิกัน ที่พวกเขาเห็นว่าเป็นมิตรต่อโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ที่คาดหวังกันว่าจะมีการสร้างทั่วสหรัฐอเมริกา อีลอน มัสก์ คนรวยที่สุดในโลกและผู้บริจาครายใหญ่ที่สุดให้กับรีพับลิกัน ล้มเหลวในการช่วยให้รีพับลิกันและทรัมป์รักษาอำนาจ รวมถึงรักษาเทกซัสด้วย
ผลการสำรวจผู้ไปใช้สิทธิ ณ คูหาเลือกตั้งภายหลังลงคะแนน หรือเอ็กซิตโพลล์ พบว่าพวกเขามีความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับอิทธิพลของบรรดามหาเศรษฐีเทคโนโลยี การที่เศรษฐีเหล่านี้ รวมทั้งอีลอน มัสก์ บริจาคเงินจำนวนมากสนับสนุนผู้สมัครจากฝั่งรัฐบาล สุดท้ายจะกลายเป็นภาระผูกพันที่ต้องตอบแทน นำไปสู่การคอร์รัปชั่นในรัฐบาล
เจมส์ ทาลาริโค จากพรรคเดโมแครต ซึ่งชนะการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกในรัฐเทกซัสครั้งนี้ เคยกล่าวโจมตีอีลอน มัสก์ หลายครั้งระหว่างการหาเสียงว่า มัสก์กำลังพยายามจะ “ซื้อวุฒิสมาชิก” แห่งสหรัฐอเมริกาที่เป็นของเขาเอง
ด้าน อีลอน มัสก์ ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดีย ในเชิงตลกหลังทราบผลการเลือกตั้งของเทกซัสว่า “ดาต้าเซ็นเตอร์ในอวกาศดูเหมือนจะน่าดึงดูดใจในยามนี้”
มีรายงานว่ามัสก์ทุ่มเงินมากถึง 212 ล้านดอลลาร์ เพื่อสนับสนุน เคน แพ็กซ์ตัน ผู้ลงแข่งขันวุฒิสมาชิกเทกซัสจากพรรครีพับลิกัน ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเป็นอัยการรัฐเทกซัสที่เต็มไปด้วยเรื่องอื้อฉาว
หลังจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างภาคธุรกิจเทคโนโลยีและรัฐบาลจะเปลี่ยนไป มีแนวโน้มว่าสภาคองเกรสที่เดโมแครตเป็นใหญ่ จะตรวจสอบบริษัทเทคโนโลยีและโครงการก่อสร้างดาต้าเซ็นเตอร์เข้มข้นขึ้น
การเกิดขึ้นของ “บลูเวฟ” ซึ่งหมายถึงชัยชนะครั้งใหญ่ของเดโมแครต ยังทำให้ผลตอบแทน (ยีลด์) พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐในวันที่ 4 พฤศจิกายน ปรับลง โดยยีลด์พันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 0.02% ไปอยู่ที่ 4.9291% ยีลด์พันธบัตรอายุ 30 ปี ปรับลง 0.1% ไปอยู่ที่ 5.3093% เนื่องจากนักลงทุนมองหาแหล่งหลบภัย หลังจากนักลงทุนเทขายหุ้นล่วงหน้าเพราะกลัวว่าชัยชนะของเดโมแครตจะเป็นลบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี
แน่นอนว่าผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐครั้งนี้ ถือได้ว่าถูกผู้นำทั่วโลกจับตามองมากที่สุด หลังจากต้องรับมือกับความปั่นป่วน เอาแน่เอานอนไม่ได้ของทรัมป์
เปโดร ซานเชส นายกรัฐมนตรีสเปน ระบุว่า ชาวอเมริกันลงคะแนนเสียงต่อต้านนโยบายที่สร้างความเกลียดชัง กีดกันเพศ ปฏิเสธปัญหาโลกร้อน และต่อต้านอภิสิทธิ์ของชนชั้นนำ มันเกิดขึ้นแล้วในบราซิล และเพิ่งเกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกา และไม่ช้าก็จะเกิดขึ้นในสเปน
โจนาส กาห์ร สเตอเร นายกรัฐมนตรีนอร์เวย์ ชี้ว่า นี่คือสัญญาณการเมืองที่ทรงพลัง เกี่ยวกับการเปลี่ยนเส้นทางของคนอเมริกัน เสียงต่าง ๆ ได้ปรากฏออกมาในการเมืองอเมริกัน เป็นเสียงที่ขยับเข้าใกล้เรามากกว่าจุดยืนของรัฐบาลและประธานาธิบดี ตัวอย่างเช่น ปัญหาโลกร้อนและสิ่งแวดล้อม นโยบายต่างประเทศ และนโยบายช่วยเหลือเพื่อการพัฒนา
ประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ “ซีริล รามาโฟซา” กล่าวว่า ผลการเลือกตั้งจะนำยุคใหม่แห่งความสัมพันธ์มาสู่โลกเรา ชาวอเมริกันได้พูดออกมาแล้ว
คริสเตล ชาลเดโมส รองประธานรัฐสภายุโรป โพสต์ว่า อาจเป็นประโยชน์ต่อการสนับสนุนยูเครน การเปลี่ยนผ่านไปสู่สิ่งแวดล้อมสะอาดและความสัมพันธ์กับส่วนที่เหลือของโลก
ส่วน เซอร์เก เรียบคอฟ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ระบุว่า ต้องรอผลการเลือกตั้งในขั้นสุดท้ายก่อน อย่างไรก็ตาม แนวทางของพรรคเดโมแครตต่อความสัมพันธ์กับรัสเซียก็เป็นไปในทางลบสุดขีดอยู่แล้ว จึงไม่มีอะไรใหม่