‘โคโค ฮอสพิทอลลิตี้’ แตกแบรนด์ หนุนโรงแรมเล็กรีแบรนด์-สร้างรายได้เพิ่ม
“โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้” ตอกย้ำผู้บริหารจัดการโรงแรมขนาดกลาง เดินหน้าเปิดแบรนด์ใหม่ KUO แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์ หวังเป็นทางเลือกให้เจ้าของโรงแรมระดับ 2-3 ดาวรีแบรนด์แบบใช้เงินลงทุนต่ำ พร้อมช่วยเจ้าของเข้าถึงกลไกการสร้างรายได้ มีระบบที่เป็นมาตรฐาน และมีอำนาจบริหารเหมือนเดิม ชี้เป็นทางเลือกใหม่ในการรีแบรนด์ที่เรียบง่าย คุ้มค่า ตั้งเป้าบริหารแตะ 1,000 โรงแรมใน 10 ประเทศทั่วโลกได้ภายในปี 2035
นายเรย์ มัทสึดะ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (Koko Global Hospitality) หรือ KGH บริษัทรับบริหารจัดการโรงแรมขนาดกลาง (ระดับ 2-3 ดาว) ภายใต้แบรนด์หลัก “โคโคเทล” หรือ Kokotel เปิดเผยว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา KGH ประสบความสำเร็จในการบริหารโรงแรมอย่างมาก รวมทั้งได้พิสูจน์แล้วว่าโมเดลการบริหารธุรกิจจากส่วนกลาง (Centralized Operation) สามารถดันอัตรากำไรของโรงแรมให้สูงถึง 56% ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่อยู่ในระดับประมาณ 25% – 35%
โดยปัจจุบันบริษัทดำเนินการบริหารโรงแรมรวม 56 แห่งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ รวมจำนวนห้องพักภายใต้การบริหารงานมากกว่า 4,000 ห้อง ประกอบด้วย 3 แบรนด์ในเครือ และโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเจ้าของโรงแรมอิสระ
เปิดแบรนด์ KUO เพิ่มทางเลือก
นายเรย์กล่าวว่า จากความสำเร็จกว่าทศวรรษที่ผ่านมาทำให้บริษัทต่อยอดพัฒนาแบรนด์ใหม่ “คุโอะ” (KUO) อย่างเป็นทางการอีก 1 แบรนด์ ในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์แบรนด์แรกของ KGH โดยออกแบบมาเพื่อเสนอทางเลือกการรีแบรนด์ที่ใช้เงินลงทุนต่ำให้แก่เจ้าของโรงแรมอิสระระดับ 2 ถึง 3 ดาว ในยุคที่การเข้าถึงแหล่งเงินทุนและการลงทุนปรับปรุงอาคารมีข้อจำกัด
โดยโมเดลธุรกิจของ KUO จะเปิดโอกาสให้เจ้าของโรงแรมยังคงบริหารงานประจำวันได้เอง ขณะเดียวกันก็ได้รับประโยชน์จากความเชี่ยวชาญส่วนกลาง คลังสินค้าส่วนกลาง และระบบบริหารจัดการรายได้ ซึ่งจะฉีกกฎออกไปจากโมเดลแบบเดิมที่ต้องส่งทีมงานเข้าไปดูแลทั้งหมด (Full Management) และใช้เงินปรับปรุงสถานที่ค่อนข้างสูง
“แบรนด์ KUO เกิดขึ้นจากความเชื่อที่ว่าโรงแรมควรเป็นมากกว่าแค่สถานที่นอนพัก แต่ต้องเป็นเพื่อนร่วมเดินทางที่ไว้ใจได้ และพร้อมต้อนรับผู้เข้าพักอย่างอบอุ่น โดยชื่อแบรนด์เป็นการผสมผสานระหว่างคำว่า Ko จาก Koko หนึ่งในหัวใจหลักของความเป็น KGH ที่สื่อถึงมิตรภาพ ความผูกพัน และความร่วมมืออันลึกซึ้ง นำเสนอภายใต้สโลแกน Simple Live, Simple Life มอบประสบการณ์การพักผ่อนที่เรียบง่าย อบอุ่น และไม่ยุ่งยาก” นายเรย์กล่าว

หนุนโรงแรมอิสระเข้าถึงรายได้
นายเรย์กล่าวด้วยว่า การเปิดตัวแบรนด์ KUO ในครั้งนี้เป็นการนำเสนอโมเดล “Manchising” หรือรูปแบบธุรกิจแบบผสมระหว่างสัญญาบริหารจัดการโรงแรม (Management Contract) และระบบแฟรนไชส์ (Franchise) เข้าด้วยกัน โดยผสานจุดแข็งของการบริหารจัดการส่วนกลางเข้ากับความยืดหยุ่นของแฟรนไชส์ ช่วยให้เจ้าของโรงแรมอิสระเข้าถึงกลไกการสร้างรายได้และระบบมาตรฐานได้ง่ายขึ้น
ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มรายได้โดยไม่ต้องเสียการควบคุมการบริหารงานประจำวัน ถือเป็นทางเลือกใหม่ในการรีแบรนด์ที่เรียบง่าย คุ้มค่า และเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม
ด้านนายภวัต เพียรเพ็ญศิริวงศ์ หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจ การสร้างสรรค์แบรนด์และการออกแบบโรงแรม บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด เสริมว่า เจ้าของโรงแรมขนาดกลางในปัจจุบันต้องรับศึก 2 ด้าน ทั้งจากการฟื้นตัวที่เปราะบางของนักท่องเที่ยวและข้อจำกัดด้านสินเชื่อ การรีโนเวตใหญ่จึงเป็นเรื่องยาก แบรนด์ KUO จึงถูกดีไซน์มาเพื่อปิดช่องว่างนี้ กล่าวคือไม่ต้องปรับแต่งอาคารให้ยุ่งยาก แต่ช่วยให้โรงแรมอิสระมีภาพลักษณ์ที่สดใหม่และเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวยุคใหม่ได้ทันทีในขณะที่ใช้เงินลงทุนต่ำ

มุ่งบริหารตลาดออนไลน์
โดยมีหัวใจหลักในการยกระดับมาตรฐานและรายได้ 3 ด้านหลัก คือ 1. บริหารตลาดออนไลน์ เสริมสร้างรายได้และการเติบโต โดยจัดทีมดูแลเฉพาะ (Account Manager) ทั้งรายการขายบนแพลตฟอร์ม OTA วิเคราะห์ราคา และเทียบประสิทธิภาพการดำเนินงานกับคู่แข่งในแง่อัตราเข้าพัก ราคาห้องเฉลี่ยต่อคืน และรายได้เฉลี่ยต่อห้องว่าง (RevPAR) เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังนำเสนอกลยุทธ์ราคาแบบ Dynamic Pricing ให้ราคาเฉลี่ยต่อวันและอัตราเข้าพักเหมาะสมมากขึ้น รวมไปถึงการเชื่อมต่อระบบบริหารช่องทางขายชั้นแนวหน้าอย่าง Little Hotelier โดยไม่ต้องเสียค่าซอฟต์แวร์เพิ่มเติม
2. บริหารโซเชียลมีเดีย เจาะตลาดตรงกลุ่มโซเชียลมีเดียแบบ Cluster Model ช่วยประหยัดงบประมาณและเพิ่มการรับรู้ และ 3. ดำเนินงานอย่างเป็นระบบ ดำเนินงานอย่างมืออาชีพด้วยมาตรฐานการปฏิบัติงาน เช็กลิสต์การจัดการงานในแต่ละวันมากกว่า 10 รายการ และฝึกอบรมพนักงานก่อนเปิดตัว ช่วยให้เจ้าของกิจการยกระดับมาตรฐานการบริการได้อย่างเป็นระบบ โดยไม่ต้องวางกรอบการทำงานเองทั้งหมด

นายภัทราวุธ สิงขรแก้ว ผู้จัดการฝ่ายบริหารรายได้และการตลาด บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวเสริมอีกว่า หัวใจสำคัญของการช่วยให้โรงแรมขนาดกลางเติบโตในยุคนี้คือการขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและระบบที่แม่นยำ แบรนด์ KUO จึงนำระบบการบริหารรายได้ระดับสากล พร้อมทีมงานมืออาชีพเข้ามาช่วยทำ Dynamic Pricing ปรับราคาขายบนแพลตฟอร์ม OTA รายวัน ควบคู่กับการเชื่อมต่อระบบบริหารช่องทางขายชั้นแนวหน้า
รวมถึงการทำการตลาดผ่านโซเชียลมีเดียในแบบ Cluster Model พร้อมปรับราคาห้องพักเฉลี่ยให้เหมาะสมที่สุด ซึ่งจะเป็นการเพิ่มอัตราผลตอบแทนให้เจ้าของโรงแรมได้โดยไม่เพิ่มต้นทุนคงที่
“การเปิดตัวแบรนด์ KUO นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนสู่ Vision 2035 ของ KGH ที่ตั้งเป้าหมายขยายการบริหารจัดการและเครือข่ายโรงแรมในเครือให้ได้ 1,000 แห่ง ใน 10 ประเทศ จาก 6 ทวีปทั่วโลก”
รุกปูพรมทั้ง 4 แบรนด์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ KGH ปัจจุบันบริหารโรงแรม 56 แห่งในประเทศไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ประกอบด้วย 3 แบรนด์ในเครือ และโรงแรมภายใต้แบรนด์ของเจ้าของโรงแรมอิสระ ได้แก่ 1. โคโคเทล (Kokotel) แบรนด์โรงแรมไลฟ์สไตล์ที่เน้นความคุ้มค่า คุ้มราคา ในเมืองท่องเที่ยว รวม 20 แห่ง อาทิ โคโคเทล แบงค็อก เทวา ทองหล่อ, โคโคเทล กรุงเทพ สุรวงศ์, โคโคเทล เชียงใหม่ นิมมาน, โคโคเทล ภูเก็ต ในยาง ฯลฯ อยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 3 แห่ง
2. วิฟเทล (VIVTEL) แบรนด์โรงแรมพรีเมี่ยมไลฟ์สไตล์ด้วยการออกแบบสไตล์โมเดิร์น มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคู่รักที่มองหาสถานที่พักผ่อนและเป็นส่วนตัว อาทิ วิฟเทล กรุงเทพ เจ้าพระยา (VIVTEL Bangkok Chao Phraya) ซึ่งมีกำหนดเปิดให้บริการในปี 2570 และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 4 แห่งในประเทศไทย
3. คุโอะ (KUO) แบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์น้องใหม่ สำหรับโรงแรมอิสระระดับ 2-3 ดาว เป็นทางเลือกการรีแบรนด์ที่ใช้เงินลงทุนต่ำ เน้นผลักดันการขายออนไลน์ ระบบ Dynamic Pricing และ 4.แบรนด์โรงแรมของเจ้าของโรงแรมอิสระ 15 แห่ง โรงแรมที่ให้คำปรึกษา 9 แห่ง และอยู่ระหว่างเตรียมเปิดให้บริการอีก 5 แห่ง