เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Finance KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง
Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
เศรษฐกิจภูมิภาค Money Expo 2026 เชียงใหม่ ส่งโปรโมชั่นการเงิน กระตุ้นเศรษฐกิจส่งท้ายปี
ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
Business ย้อนเส้นทาง “สบู่เบนเนท” จากผู้รับจ้างผลิต สู่แบรนด์สบู่พันล้าน
ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (6 พ.ย. 69) ร่วงลง 500 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 65,550 บาท
รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
Tech รู้จัก ‘Network Twin’ เทคโนโลยีจำลองอัจฉริยะ เพิ่มประสิทธิภาพการวางแผนโครงข่าย
‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
Politics ‘อนุทิน’ ยันปม ‘บุ๋ม ปนัดดา’ ไม่เอี่ยวการเมือง ตำรวจมั่นใจถึงออกหมายจับ
‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
Politics ‘จุลพันธ์’ ห่วงเมียนมาบังคับหักค่าแรง 25% หนุนตั้งศูนย์ CI ดึงแรงงานเข้าทะเบียนถูกต้อง
พาณิชย์ย้ำยังไม่พบ Panic Buying สต๊อกสินค้าพอ จับตาความเสี่ยงระบบตู้แช่
Economic พาณิชย์ย้ำยังไม่พบ Panic Buying สต๊อกสินค้าพอ จับตาความเสี่ยงระบบตู้แช่
‘ม็อบกำนัน’ ชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบท่อน้ำเลี้ยงถ้าทำถูกต้อง
Politics ‘ม็อบกำนัน’ ชุมนุมได้ตามสิทธิ ไม่สืบท่อน้ำเลี้ยงถ้าทำถูกต้อง
ผวาวิกฤตอาหารสัตว์ ปี’70 สต๊อกขาด นำเข้าสะดุด ต้นทุนพุ่ง สมาคมออก จม.เปิดผนึก จี้ ‘ศุภจี’ รอบ 4 เร่งเคาะแผนด่วน
Economic ผวาวิกฤตอาหารสัตว์ ปี’70 สต๊อกขาด นำเข้าสะดุด ต้นทุนพุ่ง สมาคมออก จม.เปิดผนึก จี้ ‘ศุภจี’ รอบ 4 เร่งเคาะแผนด่วน
ดูทั้งหมด

KKP Research เตือนดอกเบี้ยโลกสูงลากยาว ไทยเสี่ยงรับผลกระทบบาทอ่อน-หนี้รัฐพุ่ง

06 พ.ย. 2569 | 17:10น.

KKP Research ห่วงภาวะดอกเบี้ยโลกสูงยาวนาน ดึงต้นทุนการเงินเพิ่ม กระทบลงทุนเอกชน ซ้ำเติมหนี้รัฐ ห่วงไทยเสี่ยงกดดันสูง ชี้ดอกเบี้ยระดับต่ำสะท้อนควาทอ่อนแอเศรษฐกิจ ความเสี่ยงส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐที่ติดลบกว้างเป็นประวัติการณ์ หวั่นเงินทุนเคลื่อนย้ายอาจทำให้บาทอ่อนค่า ซ้ำเติมฐานะการคลัง ที่หนี้สาธารณะใกล้ถึงเพดาน 70%

รายงานข่าวจากกลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร (KKP Research) ได้ประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยระยะยาวทั่วโลกมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูงนานกว่าที่คาด จากแรงกดดันเชิงโครงสร้าง ทั้งขาดดุลการคลังของประเทศเศรษฐกิจหลัก ความต้องการเงินทุนมหาศาลเพื่อลงทุนด้าน AI และความเสี่ยงเงินเฟ้อ โดยต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจะกระทบการลงทุนภาคเอกชนและซ้ำเติมภาระหนี้ภาครัฐ

โดยเตือนประเทศไทยที่มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งไม่ใช่สัญญาณความปลอดภัย แต่เป็นการสะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจมากกว่าความแข็งแกร่งทางการคลัง และปัจจุบันหนี้สาธารณะจ่อทะลุเพดาน 70%

สำหรับประเทศไทย ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปียังอยู่ระดับต่ำประมาณ 2.3% ทั้งที่รัฐบาลขาดดุลการคลังสูงประมาณ 4.4% ของจีดีพี ในปีงบประมาณ 2569 โดย KKP Research ประเมินว่าดอกเบี้ยต่ำสะท้อนความอ่อนแอของเศรษฐกิจ มากกว่าความแข็งแกร่งทางการคลัง เนื่องจากความต้องการสินเชื่อภาคเอกชนหดตัว ประกอบกับสินเชื่อเอสเอ็มอีหดตัวต่อเนื่อง 16 ไตรมาส และภาครัฐจึงกู้เงินได้โดยไม่เบียดบังเอกชน

นอกจากนี้ ไทยมีความเสี่ยงจากส่วนต่างดอกเบี้ยกับสหรัฐฯ ที่ติดลบกว้างเป็นประวัติการณ์ หากทิศทางเงินทุนเคลื่อนย้ายเปลี่ยนจนเงินบาทอ่อนค่า ตลาดอาจเรียกร้องดอกเบี้ยไทยที่สูงขึ้น ซึ่งจะซ้ำเติมฐานะการคลังที่หนี้สาธารณะกำลังเข้าใกล้เพดาน 70% และคาดว่าแตะ 69% ในปีงบประมาณ 2570

อีกทั้งแม้ไทยจะได้ประโยชน์จาก FDI ด้าน AI และ Data center แต่หากไม่เกิดการกระจายตัวสู่เศรษฐกิจวงกว้าง (Spillover) เศรษฐกิจจะยังเติบโตแบบ K-shape ภาครัฐจะมีภาระต้องช่วยเหลือคนฐานรากและรองรับสังคมสูงวัยมากขึ้น “การรักษาวินัยการคลัง ควบคู่กับการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง” จึงเป็นทางรอดเดียวในการรักษาความเชื่อมั่นของนักลงทุน ก่อนที่ไทยจะไม่สามารถพยุงดอกเบี้ยต่ำไว้ได้อีกต่อไป

ทั้งนี้ KKP Research ได้ประเมินว่า ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลระยะยาวทั่วโลกปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้พันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ปรับขึ้นเหนือระดับ 5% ทางด้านญี่ปุ่นและฝรั่งเศสแตะระดับสูงสุดในรอบหลายสิบปี ส่วนหนึ่งมาจากราคาพลังงานและนโยบายธนาคารกลาง ซึ่ง KKP Research ประเมินว่าแรงกดดันรอบนี้มาจากปัจจัยเชิงโครงสร้าง อาจทำให้ดอกเบี้ยไม่กลับไปต่ำเหมือนทศวรรษที่ผ่านมา

ส่วนผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐที่ผ่านมา พรรคเดโมแครตชนะจะช่วยลดความเสี่ยงของการผ่านนโยบายกระตุ้นภาครัฐ และการทวีความรุนแรงของสงครามในตะวันออกกลาง ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐและราคาน้ำมันจะปรับลงได้บ้าง แต่ดอกเบี้ยและราคาน้ำมันโดยรวมในปัจจุบันยังสูงกว่าในอดีตมาก

สำหรับปัจจัยที่กดดดันให้ดอกเบี้ยโลกสูงต่อเนื่อง มาจากทั้ง 1.การแย่งชิงเงินทุนระหว่างรัฐและเอกชน (Global competition for capital) โดยภาครัฐขาดดุลการคลังสูง ส่วนกลุ่ม Big Tech (Hyperscalers) ต้องกู้ยืมมหาศาลเพื่อลงทุน AI และ Data Center 2.ความกังวลต่อความยั่งยืนทางการคลัง (Fiscal sustainability) ซึ่งนักลงทุนเรียกร้องผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยง (Fiscal premium) มากขึ้น โดยเฉพาะในประเทศที่ไม่มีแผนลดการขาดดุลที่น่าเชื่อถือ และ 3. ความเสี่ยงเงินเฟ้อระยะยาว เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางและราคาพลังงาน ส่งผลให้นักลงทุนต้องการผลตอบแทนชดเชยความเสี่ยงที่สูงขึ้น

ทั้งนี้หากดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ผลกระทบจะตกอยู่กับภาคเศรษฐกิจที่อ่อนไหวต่อดอกเบี้ย โดยเฉพาะกลุ่ม High Yield ต้องรีไฟแนนซ์ด้วยต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการลงทุนด้าน AI ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสหรัฐฯ และการส่งออกของเอเชียอาจสะดุดลง หากต้นทุนการกู้ยืมพุ่งสูงจนรายได้ไม่คุ้มทุน

ส่วนด้านการคลัง ภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจะทำให้เกิดวงจรหนี้ทบต้น (Snowball effect) ประเทศที่น่ากังวลคือประเทศที่เข้าเงื่อนไขต้องขาดดุลการคลังสูง ดอกเบี้ยสูงกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจ และหนี้สาธารณะต่อจีดีพีสูง ซึ่งหลายประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่เริ่มเผชิญความเสี่ยงนี้แล้ว

อย่างไรก็ตาม KKP Research ประเมินว่าภาครัฐมี 4 ทางเลือกหลัก ได้แก่ ลดการขาดดุลการคลัง ด้วยการเพิ่มภาษีและลดรายจ่ายจะยั่งยืนที่สุด แต่กระทบการเติบโตระยะสั้น ต่อมาออกพันธบัตรระยะสั้นมากขึ้น เพื่อลดแรงกดดันดอกเบี้ยยาว แต่เพิ่มความเสี่ยงในการรีไฟแนนซ์ รวมถึงการทำ QE โดยให้ธนาคารกลางซื้อพันธบัตร แต่ทำได้ยากในภาวะเงินเฟ้อสูง รวมถึงกดดอกเบี้ยต่ำกว่าเงินเฟ้อร่วมกับคุมเงินทุนเคลื่อนย้าย ซึ่งเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ถึงจะลดมูลค่าแท้จริงของหนี้ผ่านการเก็บภาษีผู้ออมทางอ้อม แต่สร้างแรงกดดันต่อค่าเงินและเสี่ยงเงินทุนไหลออก

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เกียรตินาคินภัทร (KKP)