ภาคเหนือยอดค้ำสินเชื่อติด Top 4 ประเทศ เร่งเติมทุน-แก้หนี้ในงาน Money Expo เชียงใหม่
บสย. เผย ภาคเหนือยอดค้ำประกันสินเชื่อติด Top 4 ประเทศ “บริการ-ท่องเที่ยว-การผลิต” นำลิ่ว ด้าน NPL ยังทรงตัว พร้อมระดมทีมผู้เชี่ยวชาญปักหลักให้คำปรึกษามาตรการ “ค้ำประกันสินเชื่อ-แก้หนี้ ในงาน Money Expo 2026 เชียงใหม่ 6-8 พ.ย. นี้
นายกิตติพงษ์ บุรณศิริ รองผู้จัดการทั่วไป สายงานบริหารช่องทางและพัฒนาผู้ประกอบการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ยอดการค้ำประกันสินเชื่อในพื้นที่ภาคเหนือมีการขยายตัวในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ติดอันดับ Top 4 ของประเทศ โดย 3 อันดับแรกของกลุ่มธุรกิจในภาคเหนือที่ บสย. เข้าไปสนับสนุนและค้ำประกันสินเชื่อให้สูงสุด ได้แก่ 1.ภาคบริการ (รวมถึงธุรกิจร้านอาหาร และโรงแรมที่พัก) 2.ภาคเกษตรกรรม 3.ภาคการผลิต
“บสย. พร้อมช่วยเหลือเต็มที่สำหรับผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและต้องการวงเงินไปหมุนเวียนหรือขยายธุรกิจ แต่ติดปัญหาเรื่องหลักประกันไม่เพียงพอ บสย. จะเข้าไปช่วยค้ำประกันสินเชื่อให้เพื่อให้ได้รับอนุมัติวงเงินตามความต้องการ” นายกิตติพงษ์ กล่าว
นายกิตติพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับประเด็นหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ในพื้นที่ภาคเหนือ จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า สถานการณ์ยังคงทรงตัวและไม่ได้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างน่ากังวล เนื่องจากสถาบันการเงินทั้งแบงก์รัฐและธนาคารพาณิชย์มีมาตรการช่วยเหลือปรับโครงสร้างหนี้ให้กับลูกหนี้อย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม หากผู้ประกอบการรายใดเริ่มมีปัญหาติดขัดในการผ่อนชำระ หรือต้องการปรับเงื่อนไขการจ่ายหนี้ให้สอดคล้องกับรายได้จริง แต่ยังไม่รู้แนวทางว่าจะเข้าไปเจรจากับธนาคารอย่างไร แม้ว่าจะไม่ได้เป็นลูกค้าเดิมของ บสย. ก็ตาม สามารถเข้ามาขอคำปรึกษาที่ บสย. ได้ฟรี เพื่อช่วยวางโครงสร้างและแนวทางการชำระหนี้ที่เหมาะสม ก่อนเข้าไปเจรจากับสถาบันการเงิน

นายกิตติพงษ์ กล่าวว่า เพื่อมอบโอกาสและสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเป็นรูปธรรม บสย. ได้นำทีมผู้เชี่ยวชาญจาก “ศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs” (บสย. F.A. Center) มาร่วมออกบูธ ณ เชียงใหม่ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เชียงใหม่ แอร์พอร์ต ระหว่างวันที่ 6–8 พฤศจิกายน 2569 โดยมีมาตรการเด่น ได้แก่
1.โครงการ “บสย. Quick Big Win” (วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยเร่งเสริมสภาพคล่องและเปิดทางให้ผู้ประกอบการ SMEs ทุกกลุ่ม รวมถึงรายย่อย (Micro SMEs) 2.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “เครดิตพลัส” (Credit Plus) (วงเงินรวม 20,000 ล้านบาท) วงเงินค้ำประกันตั้งแต่ 10,000 บาท ไปจนถึงสูงสุด 100 ล้านบาทต่อราย คิดค่าธรรมเนียมต่ำ เริ่มต้นเพียง 1.25% ต่อปี และดูแลค้ำประกันยาวนานสูงสุดถึง 10 ปี 3.โครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส” (Nano Plus) (วงเงินรวม 2,000 ล้านบาท) วงเงินต่อรายตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท ออกแบบมาเพื่อพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยและรายย่อย ฟรีค่าธรรมเนียมค้ำประกันตลอดอายุโครงการ 4 ปีเต็ม
นอกจากนี้ ยังมีมาตรการ “บสย. พร้อมช่วย” อาทิ ปลดหนี้-ลดต้นสูงถึง 50%เปิดโอกาสให้ลูกหนี้เข้ามาประนอมหนี้และปรับโครงสร้างหนี้ โดยสามารถยืดระยะเวลาชำระหนี้ยาวสูงสุดถึง 7 ปี ค่างวดขั้นต่ำเริ่มต้นเพียง 500 บาท ใช้เกณฑ์ “ตัดเงินต้น ก่อนตัดดอกเบี้ย” และมอบอัตราดอกเบี้ย 0% เพื่อช่วยให้ลูกหนี้สามารถกลับไปเป็นลูกหนี้ในระบบที่ปกติได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด
นายกิตติพงษ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ผู้ประกอบการ SMEs พ่อค้าแม่ค้า และประชาชนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และจังหวัดใกล้เคียง ที่กำลังมองหาแหล่งทุนแต่ขาดหลักทรัพย์ค้ำประกัน หรือผู้ที่ต้องการคำปรึกษาด้านการปรับโครงสร้างหนี้ สามารถเข้ามารับคำปรึกษาจาก บสย. ได้ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้นที่บูธ บสย.ตลอด 3 วันของการจัดงาน Money Expo 2026 เชียงใหม่ ระหว่าวันที่ 6-8 พฤศจิกายน 2569 นี้
