เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ไทยกระจายนำเข้าพลังงานลดเสี่ยงฮอร์มุซ แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงยังพุ่ง 45.7%
Economic ไทยกระจายนำเข้าพลังงานลดเสี่ยงฮอร์มุซ แต่ต้นทุนเชื้อเพลิงยังพุ่ง 45.7%
วิกฤตงานวิจัยเกษตรไทย ทำไมคนรุ่นใหม่จึงหายจากภาคเกษตร
Columns วิกฤตงานวิจัยเกษตรไทย ทำไมคนรุ่นใหม่จึงหายจากภาคเกษตร
เตือนภัยไซเบอร์ไทยพุ่งวันละ 12 ครั้ง เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ 12.7 ล้านล้าน
Economic เตือนภัยไซเบอร์ไทยพุ่งวันละ 12 ครั้ง เสี่ยงกระทบเศรษฐกิจ 12.7 ล้านล้าน
เปิดท็อป 10 ทำเลกรุงเทพ-ปริมณฑลราคาที่ดินถูกที่สุดปี 2569 “ถนนเลียบคลอง13”วาละ 5,300 บาท
Real Estate เปิดท็อป 10 ทำเลกรุงเทพ-ปริมณฑลราคาที่ดินถูกที่สุดปี 2569 “ถนนเลียบคลอง13”วาละ 5,300 บาท
‘โคโค ฮอสพิทอลลิตี้’ แตกแบรนด์ หนุนโรงแรมเล็กรีแบรนด์-สร้างรายได้เพิ่ม
Business ‘โคโค ฮอสพิทอลลิตี้’ แตกแบรนด์ หนุนโรงแรมเล็กรีแบรนด์-สร้างรายได้เพิ่ม
เซ็นทรัลรีเทล ปั้นอาณาจักรรังสิต 322 ไร่ ทุ่ม 1.5 พันล้าน ผุด”Ploen“คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ในย่าน
Real Estate เซ็นทรัลรีเทล ปั้นอาณาจักรรังสิต 322 ไร่ ทุ่ม 1.5 พันล้าน ผุด”Ploen“คอมมูนิตี้มอลล์แห่งใหม่ในย่าน
สาขาน้อยไม่ใช่ปัญหา! เดอะมอลล์ มุ่งยุทธ์ศาสตร์ “ลงแนวลึก”
Business สาขาน้อยไม่ใช่ปัญหา! เดอะมอลล์ มุ่งยุทธ์ศาสตร์ “ลงแนวลึก”
เสน่ห์ของ ‘ไทย’ ในสายตา Garmin คืออะไร ทำไมถูกเลือกเป็นฐานผลิตแห่งใหม่ ?
Tech เสน่ห์ของ ‘ไทย’ ในสายตา Garmin คืออะไร ทำไมถูกเลือกเป็นฐานผลิตแห่งใหม่ ?
รัฐบาล สั่งชะลอขึ้นทะเบียน ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’
Politics รัฐบาล สั่งชะลอขึ้นทะเบียน ‘บัญชีนวัตกรรมไทย’
ปลัดคลัง แจงประโยชน์ 3 ด้าน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ พร้อมดึง 3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อ
Finance ปลัดคลัง แจงประโยชน์ 3 ด้าน ‘โซลาร์ภาคประชาชน’ พร้อมดึง 3 แบงก์รัฐปล่อยสินเชื่อ
ดูทั้งหมด

วิกฤตงานวิจัยเกษตรไทย ทำไมคนรุ่นใหม่จึงหายจากภาคเกษตร

08 พ.ย. 2569 | 11:00น.
คอลัมน์ : นอกรอบ

ประเทศไทยกำลังเผชิญโจทย์ใหญ่ที่อาจส่งผลต่อความมั่นคงทางอาหารและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว นั่นคือ “การหายไปของคนรุ่นใหม่จากภาคเกษตร” ซึ่งไม่ใช่เพียงปัญหาด้านแรงงาน แต่เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับระบบวิจัย นวัตกรรม รายได้ และอนาคตของภาคเกษตรทั้งระบบ

ในสัมมนาภาคีวิจัยโลกชูปฏิรูประบบเกษตร รับความเสี่ยงเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นสัมมนาคู่ขนานการประชุมประจำปีของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) ปี 2569 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ นักวิชาการและผู้กำหนดนโยบายสะท้อนตรงกันว่า ภาคเกษตรไทยกำลังอยู่ในภาวะ “ผลิตภาพชะลอตัว” ขณะที่การลงทุนวิจัยและพัฒนากลับลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ภาคเกษตรไม่สามารถสร้างแรงจูงใจให้คนรุ่นใหม่เข้ามาสืบทอดอาชีพได้อย่างเพียงพอ

เกษตรไทยในสังคมสูงวัย

ข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า อายุเฉลี่ยของเกษตรกรไทยอยู่ที่ประมาณ 58 ปี และมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่แรงงานภาคเกษตรลดลงจาก 12.68 ล้านคนในปี 2564 เหลือ 11.63 ล้านคนในปี 2566 หรือคิดเป็นสัดส่วนเพียง 29.31% ของแรงงานทั้งหมดของประเทศ

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่กำลังเคลื่อนย้ายออกจากภาคเกษตรไปสู่ภาคบริการและอุตสาหกรรมมากขึ้น เนื่องจากมองเห็นโอกาสด้านรายได้และคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า

แม้ประเทศไทยยังมีเกษตรกรกว่า 9.2 ล้านราย และมีครัวเรือนเกษตรจำนวนมาก โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ แต่โครงสร้างประชากรที่กำลังก้าวสู่สังคมสูงวัยทำให้เกิดคำถามสำคัญว่า ใครจะเป็นผู้ผลิตอาหารในอนาคต

ต้นตอปัญหาอยู่ที่ “รายได้” ไม่ใช่แค่ทัศนคติ

หลายครั้งสังคมมักอธิบายว่าคนรุ่นใหม่ไม่ชอบทำเกษตร แต่ข้อมูลกลับชี้ว่าเหตุผลสำคัญคือ “ผลตอบแทนไม่คุ้มค่า”

รายงานการศึกษาของสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ระบุว่า แม้รายได้ครัวเรือนเกษตรในปี 2565 จะเฉลี่ยต่อปี อยู่ที่ 420,198 บาทต่อครัวเรือน แต่รายจ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 306,608 บาทต่อครัวเรือน เหลือเงินสดคงเหลือก่อนชำระหนี้เพียง 113,590 บาท ขณะที่หนี้สินเฉลี่ยสูงถึง 235,050 บาทต่อครัวเรือน

นอกจากนี้ ต้นทุนการผลิตปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีที่มีอัตราเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกว่า 49% ต่อปีในช่วงปี 2563-2565 เมื่อเปรียบเทียบกับงานในภาคอุตสาหกรรมหรือบริการ คนรุ่นใหม่จำนวนมากจึงตัดสินใจออกจากภาคเกษตร เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่ทำงานหนัก เสี่ยงสูง และสร้างรายได้ไม่แน่นอน

วิกฤต “งานวิจัย” ไม่ตอบโจทย์

หนึ่งในประเด็นสำคัญของการสัมมนาคือ การชี้ให้เห็นว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่จำนวนงานวิจัย แต่เป็นการที่งานวิจัยจำนวนมากยังไม่สามารถแปลงเป็นรายได้จริงให้เกษตรกร เพราะไม่ตอบโจทย์ตลาด เช่น ชาวนาเขตชลประทานนิยมปลูกข้าวพันธุ์เวียดนามที่ให้ผลผลิตต่อไร่สูงกว่า และอายุปลูกสั้นกว่าข้าวไทย

ตลอดกว่า 6 ทศวรรษที่ผ่านมา ภาคเกษตรโลกเติบโตด้วยการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) เป็นหลัก แต่ภาคเกษตรไทยกลับมีอัตราการเติบโตของผลิตภาพรวม (TFP) เพียง 0.5-0.6% ต่อปีในช่วงสองทศวรรษหลัง ลดลงอย่างมากจากระดับ 2.7% ต่อปีในช่วงปี 2534-2544

ขณะเดียวกัน งบประมาณวิจัยภาครัฐด้านเกษตรของประเทศไทย ลดลงจากประมาณ 0.9% ของ GDP ภาคเกษตรในช่วงทศวรรษ 2530 เหลือเพียง 0.2-0.25% ในช่วงปี 2566-2568

ผลที่เกิดขึ้นคือ ไทยขาดนักปรับปรุงพันธุ์พืช ขาดเทคโนโลยีใหม่ และไม่สามารถพัฒนาพันธุ์พืชให้ทันกับความต้องการของตลาดและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเพียงพอ

สำหรับคนรุ่นใหม่ ภาพของภาคเกษตรจึงยังคงเป็นอุตสาหกรรมดั้งเดิม มากกว่าจะเป็นพื้นที่ของเทคโนโลยี วิทยาศาสตร์ และนวัตกรรม

มหาวิทยาลัยผลิตนักวิจัย แต่ภาคเกษตรขาดนวัตกร

บนเวทีเสวนา รศ.ดร.นิพนธ์ พัวพงศกร นักวิชาการเกียรติคุณจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ระบุว่า การลงทุนวิจัยเกษตรให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงกว่า 40% ต่อปี แต่ประเทศไทยยังขาดระบบสนับสนุนที่ทำให้นักวิจัยและมหาวิทยาลัยสร้างงานวิจัยเชิงพาณิชย์ได้จริง เช่น ขาดตำแหน่งวิชาการสำหรับอาจารย์ที่ทำงานสนับสนุนเกษตรกร และไม่มีงบฯค่าใช้จ่ายด้านงานบริการสังคมทั้งที่มหาวิทยาลัยกำหนดให้งานบริการสังคมเป็นหน้าที่ เป็นต้น

ข้อเสนอสำคัญคือการเพิ่มความเป็นอิสระให้สถาบันวิจัยจัดหาแหล่งทุนระยะยาว และสร้างตำแหน่งใหม่ที่ให้คุณค่ากับการนำผลงานวิจัยไปใช้ประโยชน์จริง ไม่ใช่เพียงตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ

หากระบบการวิจัยยังไม่เชื่อมต่อกับภาคธุรกิจและเกษตรกร คนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็จะเลือกไปทำงานในภาคอุตสาหกรรมอื่นแทน

คนรุ่นใหม่ไม่ได้หนีเกษตร แต่หนี “เกษตรแบบเดิม”

ในความเป็นจริง คนรุ่นใหม่จำนวนไม่น้อยยังสนใจภาคเกษตร แต่ต้องการเห็นการทำเกษตรในรูปแบบใหม่

ตัวอย่างที่ถูกหยิบยกในเวทีสัมมนาคือแนวคิด “ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้” ซึ่งมุ่งให้การวิจัยเริ่มจากความต้องการของตลาด ไม่ใช่เริ่มจากห้องทดลองเพียงอย่างเดียว

กรณีศึกษาของจังหวัดน่านที่พัฒนาเมืองสมุนไพรครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ จนถึงการแพทย์ โดยตั้งเป้ารายได้สุทธิ 100,000 บาทต่อไร่ต่อปี แสดงให้เห็นว่าเกษตรสามารถเป็นธุรกิจมูลค่าสูงได้หากเชื่อมโยงองค์ความรู้กับตลาดอย่างมีประสิทธิภาพ

เช่นเดียวกับงานวิจัยด้านปาล์มน้ำมันและมังคุดที่ช่วยเพิ่มผลผลิตและคุณภาพสินค้า จนนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าการส่งออกมังคุดจากประมาณ 700 ล้านบาทเป็นกว่า 17,000 ล้านบาท โดยไม่จำเป็นต้องขยายพื้นที่เพาะปลูก

อนาคตเกษตรไทยต้องสร้าง “เส้นทางอาชีพใหม่”

ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่ายเห็นตรงกันว่า การดึงคนรุ่นใหม่กลับสู่ภาคเกษตรไม่สามารถทำได้ด้วยการอุดหนุนรายได้เพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างระบบนิเวศใหม่ที่ประกอบด้วย การพัฒนางานวิจัยที่แก้ปัญหาเกษตรกรจริง เทคโนโลยีดิจิทัลและ Big Data ที่เข้าถึงได้ ตลอดจนการเชื่อมโยงงานวิจัยกับภาคธุรกิจ กลไกการเข้าถึงเงินทุนสำหรับใช้ในการวิจัยและพัฒนา และระบบคุ้มครองพันธุ์พืชใหม่ ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการสร้างแรงจูงใจให้ผู้พัฒนาพันธุ์ลงทุนวิจัยอย่างต่อเนื่อง

ในภาวะที่ความมั่นคงทางอาหารกำลังเป็นประเด็นระดับโลก ประเทศที่มีความสามารถในการผลิตอาหารจะมีบทบาทสำคัญทางเศรษฐกิจมากขึ้น แต่หากประเทศไทยยังปล่อยให้ระบบวิจัยเกษตรอ่อนแอ และไม่สามารถดึงคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคเกษตรได้ วิกฤตที่กำลังเกิดขึ้นอาจไม่ใช่เพียงปัญหาการขาดแรงงาน แต่เป็นการสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว

แท็กที่เกี่ยวข้อง

วิกฤต วิจัย