ขยะภูเก็ตล้นเมือง 1.2 ล้านตัน เทศบาลประกาศงดรับขยะไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบ
สถานการณ์ปัญหาขยะภูเก็ตเข้าสู่ภาวะวิกฤตครั้งที่ 7 หลังปริมาณขยะทะลุ 1.2 ล้านตัน ขณะที่บ่อพักขยะหน้าเตาเผามีขยะสะสม 12,090 ตัน เกินความจุที่กำหนดไว้ 9,000 ตัน ล่าสุดเทศบาลนครภูเก็ตประกาศงดรับขยะชั่วคราวโดยไม่มีกำหนด เร่งปรับพื้นที่ฝังกลบและทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและผู้รับจ้าง คาดเตาเผาแห่งที่ 2 เริ่มเดินระบบมิถุนายน 2570
สถานการณ์ขยะจังหวัดภูเก็ตเข้าสู่ภาวะวิกฤต หลังปริมาณขยะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนพื้นที่ฝังกลบไม่เหลือศักยภาพรองรับขยะเพิ่มเติม ล่าสุดเทศบาลนครภูเก็ตประกาศงดรับขยะชั่วคราวตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 เป็นต้นไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อเร่งปรับพื้นที่บ่อฝังกลบและทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมถึงผู้รับจ้างที่เกี่ยวข้อง หลังเกิดปัญหารถบรรทุกขยะนำขยะไปเททิ้งบนถนนทางเข้าพื้นที่ฝังกลบ
เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ลงพื้นที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยรวมจังหวัดภูเก็ต พร้อมหารือกับนายเฉลิมพร ปิยณรงค์โรจน์ ปลัดเทศบาลนครภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางบริหารจัดการพื้นที่บ่อฝังกลบขยะบ่อที่ 4 และบ่อที่ 5 ซึ่งปัจจุบันต้องบริหารจัดการแบบวันต่อวัน เนื่องจากปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเข้าสู่ภาวะวิกฤตขั้นสูงสุด
นายศุภโชค กล่าวว่า ปัญหาขยะของจังหวัดภูเก็ตเป็นปัญหาที่สะสมมาอย่างยาวนาน ปัจจุบันมีปริมาณขยะสะสมมากกว่า 1.2 ล้านตัน ขณะที่พื้นที่รองรับเดิมมีศักยภาพเพียง 900,000 ตัน ประกอบกับ การขยายตัวและการเติบโตของเมืองในหลายด้าน ส่งผลให้ปริมาณขยะเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนพื้นที่บ่อฝังกลบไม่เหลือพื้นที่ว่างสำหรับรองรับขยะเพิ่มเติม

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ทำได้เพียงไถเกลี่ยขยะให้สูงขึ้นในบริเวณพื้นที่ที่มีการรื้อร่อนนำขยะเก่าออก เพื่อประคับประคองสถานการณ์และบริหารจัดการพื้นที่ให้สามารถรองรับขยะในแต่ละวันได้ ข้อมูล ณ วันที่ 7 พฤศจิกายน 2569 พบว่าบ่อพักขยะบริเวณเตาเผาขยะมีปริมาณขยะสะสมอยู่ที่ 12,090 ตัน เกินกว่าศักยภาพการรองรับของพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้ 9,000 ตัน ส่งผลให้ระดับขยะสูงเกือบถึงขอบเตาเผา แม้ปัจจุบันเตาเผาขยะทั้ง 2 เตาจะเดินระบบพร้อมกันแล้วก็ตาม
ทั้งนี้ เทศบาลนครภูเก็ตไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค พร้อมพยายามทุกวิถีทางเพื่อบริหารจัดการขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่าง ๆ ให้ร่วมกันลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทางให้ได้มากที่สุด
นายศุภโชค กล่าวต่อว่า เทศบาลนครภูเก็ตคาดหวังว่าเตาเผาขยะแห่งที่ 2 จะก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มเดินระบบได้ในเดือนมิถุนายน 2570 โดยจะสามารถรองรับขยะได้เพิ่มอีก 500 ตันต่อวัน เมื่อรวมกับเตาเผาแห่งแรกที่มีกำลังการกำจัด 700 ตันต่อวัน จะทำให้จังหวัดภูเก็ตมีกำลังการกำจัดขยะรวม 1,200 ตันต่อวัน
การเพิ่มกำลังการเผาขยะเป็นเพียงการแก้ไขปัญหาที่ปลายเหตุ ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ยั่งยืน เพราะหัวใจสำคัญของการจัดการขยะในระยะยาว คือการลดปริมาณขยะตั้งแต่ต้นทาง และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคน การแก้ไขปัญหาขยะอย่างยั่งยืน ไม่ใช่เพียงการเพิ่มเตาเผา แต่ทุกคนต้องช่วยกันลดปริมาณขยะ

ต่อมาเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2569 นายศุภโชค ละอองเพชร นายกเทศมนตรีนครภูเก็ต ลงนามประกาศ เรื่อง งดรับขยะชั่วคราว โดยระบุว่า ด้วยสถานการณ์ปริมาณขยะของศูนย์กำจัดขยะมูลฝอยเทศบาลนครภูเก็ตอยู่ในภาวะวิกฤต (วิกฤตครั้งที่ 7)
เนื่องจากมีปริมาณขยะเข้าพื้นที่ฝังกลบเกินขีดจำกัด ซึ่งเทศบาลนครภูเก็ต ต้องเร่งจ้างเหมาเครื่องจักรเพิ่มเติม เพื่อปรับพื้นที่รองรับขยะใหม่ ทำให้การนำขยะมาทิ้งในพื้นที่ฝังกลบของรถบรรทุกขยะต้องใช้เวลารอนานกว่าปกติในช่วงหนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา
แต่เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (8 พฤศจิกายน 2569) ได้เกิดเหตุมีรถบรรทุกขยะหลายคัน ไม่ยอมรอขึ้นพื้นที่ฝังกลบขยะ ได้เทขยะบนถนนทางเข้าพื้นที่ฝังกลบอย่างมักง่ายและไร้ความรับผิดชอบ ทำให้รถบรรทุกขยะคันต่อมาไม่สามารถขึ้นพื้นที่ฝังกลบขยะได้
ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวซ้ำอีก เทศบาลนครภูเก็ต จึงจำเป็นต้องงดรับขยะตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปโดยไม่มีกำหนด เพื่อปรับพื้นที่ดังกล่าวและทำความเข้าใจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุกแห่ง รวมถึงผู้รับจ้างที่เกี่ยวข้อง และจะเปิดรับขยะอีกครั้งจนกว่าจะทำความเข้าใจ และปรับพื้นที่ให้เข้าสู่สภาวะปกติได้ จึงประกาศมาให้ทราบโดยทั่วกัน
