เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
Economic คุรุจิต เสนอรัฐปลดล็อกสัมปทานปิโตรเลียม ย้ำบทเรียน “เอราวัณ” ทำค่าไฟแพง
เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
Economic เอกนิติ เผยเจรจา 4 บริษัทใหญ่จีน ดึงลงทุนกว่า 7 หมื่นล้าน เล็งไทยเป้าหลักตั้งฐานการผลิต
‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
Columns ‘ทุจริต’ ต้องไม่ใช่เรื่องปกติ
‘ข่าวดี’ ของใคร ?
Columns ‘ข่าวดี’ ของใคร ?
บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
Business บลูมเบิร์ก เผย ไทยเบฟ เล็งขายสิทธิ์แฟรนไชส์ KFC ในไทย
“นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
Economic “นักโทษล้นคุก-ทำผิดซ้ำ” ทำไทยเสียโอกาสเศรษฐกิจ กว่า 3 แสนล้าน ชงรัฐยกเครื่องเรือนจำ
พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
Tech พนักงานเบิร์นเอาต์-หมดใจ เพราะองค์กร ‘บีบคั้น’ ใช้ AI ทำงาน
เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
SD เปิดนิทรรศการ ‘ชุดไทยพระราชนิยม’ เอกลักษณ์-ภูมิปัญญางานพัสตรศิลป์ไทย
ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
Business ชีพจร ‘ธุรกิจคอนเสิร์ต’ ครึ่งหลังปี’69 ต้นทุนโปรดักชันเดือด CI ShowBiz ชี้ตลาดเมืองไทยระดับหมื่นล้าน
รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
Politics รัฐบาล ชวน ปชช.แสดงความเห็น “ร่างกฎหมายอุ้มบุญ” ฉบับใหม่ ถึง 31 ก.ค. 
ดูทั้งหมด

วิกฤตขนาดไหน ?-

07 ก.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ จัตุรัสนักลงทุน

โดย คนขายของ

ความเชื่อเรื่องวิกฤตในตลาดหุ้นมักเกิดขึ้นทุก 10 ปี มักเป็นหัวข้อที่ถูกกล่าวถึงในช่วงปีที่ลงท้ายด้วยเลข 7 และ 8 ทั้งนี้ คงเป็นเพราะว่าในปี 1987 เกิดเหตุการณ์ black Monday ดัชนีดาวโจนส์ลดลงมากถึง 22.61% ในวันที่ 19 ตุลาคม 1987 ต่อมาอีก 10 ปีในปี 1997 ก็เกิดวิกฤตการเงินในเอเชีย ทำให้ตลาดหุ้นไทยซบเซาต่อเนื่องกันยาวนานถึง 5 ปี ตามมาด้วยวิกฤตอสังหาฯในสหรัฐอเมริกาในปี 2008 ซึ่งส่งผลกระทบมาถึงตลาดหุ้นไทย ทำให้ดัชนีปรับตัวลงไปมากกว่า 50% มาในปี 2018 การปรับตัวลงของ SET index หลังจากทำจุดสูงสุดที่ราว 1,840 จุดแล้วร่วงลงมาถึง 14% ตามมาด้วยการถล่มทลายของราคาในหุ้นบางกลุ่มมากกว่า 50% ยิ่งทำให้ความเชื่อวิกฤตทุก 10 ปีดูมีน้ำหนักมากขึ้น

บทความนี้เราจะมาดูว่า วิกฤตจะมาทุก 10 ปีจริงไหม ? และรายละเอียดของแต่ละวิกฤตมีอะไรให้เรียนรู้ได้บ้าง ?

หากเราเริ่มดูจากรายละเอียดของวิกฤต black Monday ในปี 1987 จะเห็นว่าแท้จริงแล้วเราไม่ควรเรียกว่าวิกฤต แต่เป็นเรื่องของ “market crash” หรือตลาดถูกถล่มด้วยแรงขายที่รุนแรงมากกว่า ทั้งนี้ เพราะในปี 1987 การตกลงอย่างรุนแรงของตลาดหุ้นไม่ได้ทำให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินล้มละลาย และถึงแม้ลงแรงถึงเกือบ 23% แต่ถ้าเทียบกับดัชนีตอนต้นปี 1987 ก็จะเห็นว่าตลาดแทบไม่ได้ลดลงเลย และถ้ามองย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ 5 ปี ก็จะเห็นว่าดัชนี S&P 500 เป็นขาขึ้นยาวนานมาตั้งแต่ปี 1982 โดยขึ้นมาจาก 122 จุด จนมาถึงจุดสูงสุดที่ 337 จุดในเดือนกันยายน 1987 ขึ้นมาเกือบ 2 เท่าในระยะเวลา 5 ปี ดังนั้น การขายทำกำไรขนาดใหญ่ก็น่าจะเกิดขึ้นเป็นธรรมดา และหลังจากนั้นไม่ถึงสองปีดัชนีก็ทะลุจุดสูงสุดเดิม และเป็นขาขึ้นมาต่อเนื่องยาวนาน

ในส่วนของวิกฤตการเงินในเอเชียปี 1997 ซึ่งเริ่มจากไทยลดค่าเงินบาทนั้น ผมคิดว่าเป็นวิกฤตอย่างแท้จริง เพราะมีผลกระทบในวงกว้าง มีสถาบันการเงินล้มละลาย ผู้คนตกงาน ระบบเครดิตของประเทศมีปัญหา ตลาดหุ้นอยู่ในสภาวะซบเซายาวนานถึง 5 ปี และก็ไม่เคยได้เห็นระดับเหนือ 1,000 จุดอีกเลย จนกระทั่งในอีก 13 ปีต่อมา

สำหรับวิกฤตในปี 2008 ก็นับเป็นวิกฤตที่สำคัญเพราะเกิดจากตราสารอนุพันธ์ของอสังหาริมทรัพย์ในสหรัฐ และขยายผลมาสู่สถาบันการเงินและเศรษฐกิจในภาพรวม ดูเหมือนจะมีผลในการทำลายล้างมากกว่าวิกฤตครั้งใด ๆ ในอดีต แต่ด้วยนโยบายผ่อนคลายทางการเงินของสหรัฐ ยุโรป และญี่ปุ่น ทำให้ตลาดหุ้นทั้งโลกกลับมาฟื้นตัวตั้งแต่เดือนมีนาคม 2009 และเป็นขาขึ้นมาเป็นระยะเวลา 9 ปีจนถึงปัจจุบัน โดย SET ขึ้นมาถึง 3 เท่า ในขณะที่ S&P 500 ขึ้นมา 2.5 เท่า

แล้ววิกฤตจะมาทุก 10 ปีจริงไหม ? โดยส่วนตัวคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญที่วิกฤตการเงินของเอเชียเกิดขึ้นในปี 1997 เลยทำให้ตัวเลขปีที่เกิดวิกฤตนั้นดูสอดคล้องกัน และทำให้นักลงทุนในภูมิภาคนี้หลายคนเชื่ออย่างนั้น แต่หากลองดูข้อมูลของตลาดหุ้นในยุโรป และสหรัฐอเมริกา ว่าใน 2 ทวีปหลักนั้นตลาดหุ้นเป็นอย่างไร ? กลับพบว่า ดัชนี CAC ของฝรั่งเศสขึ้นอย่างถล่มทลายมากกว่า 40% ดัชนี DAX ของเยอรมนีขึ้นไปถึง 54% และดัชนี S&P 500 ของสหรัฐขึ้นไปเกือบ 30% ในช่วงเวลา 1 ปีหลังไทยลอยตัวค่าเงินบาท

ดังนั้น ถ้าเราไม่นับว่าการที่ตลาดลงแรงในปี 1987 เป็นวิกฤต และช่วงตั้งแต่ปี 1,990-2,000 ตลาดหุ้นในยุโรปและอเมริกาก็ไม่มีวิกฤตรุนแรงเกิดขึ้น ความเชื่อที่ว่าวิกฤตจะมาทุก 10 ปีดูเหมือนว่าจะมีน้ำหนักน้อยลง

แม้ในปีที่มีวิกฤตอย่างแท้จริงเช่นในเอเชียปี 1997 และทั่วโลกในปี 2008 ที่ตลาดหุ้นให้ผลตอบแทนโดยรวมเป็นลบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีหุ้นตัวใดให้ผลตอบแทนที่ดีเลย อย่างตอนไทยลอยตัวค่าเงินบาท หุ้นส่งออกของไทยก็ได้ประโยชน์มากมาย กำไรโตขึ้นมหาศาล ในขณะที่สหรัฐอเมริกาในปี 2008 หุ้นของร้านเสื้อผ้าราคาถูกอย่าง ROSS Stores ก็ยังปิดด้วยราคาสูงขึ้นถึงเกือบ 18% ยักษ์ค้าปลีกอย่าง Walmart ราคาขึ้น 20% บริษัทผลิตเครื่องดื่มอย่าง Anheuser Busch เจ้าของแบรนด์ Budweiser ราคาขึ้นถึง 39% ขณะที่ S&P 500 ให้ผลตอบแทนติดลบถึง 37% ในปีแห่งวิกฤต

ตลาดหุ้นแห่งแรกในโลกถูกก่อตั้งที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ในปี 1602 ประมาณ 416 ปีที่แล้ว แต่ถึงกระนั้นนักลงทุนก็ยังไม่มีเครื่องมือที่จะช่วยคาดการณ์วิกฤตในตลาดหุ้นได้อย่างแม่นยำเหมือนการเตือนภัยเรื่องแผ่นดินไหว สิ่งซึ่งนักลงทุนพอทำได้เพื่อให้อยู่ได้รอดปลอดภัยในตลาดหุ้น คือความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ในธุรกิจที่เราถือหุ้นอยู่ เพื่อที่เข้าใจอย่างถ่องแท้ นักลงทุนที่ดีมักเป็นนักอ่านแบบเข้มข้น มหาเศรษฐีอย่าง Bill Gates อ่านหนังสือปีละ 50 เล่ม Warren Buffett ใช้เวลา 80% ในแต่ละวันในการอ่าน

เมื่อเรามีความรู้พอสมควร เราจะไม่กลัววิกฤตมากเกินไป เพราะถึงวิกฤตมาจริงเราก็มีความรู้พอที่จะเห็นโอกาสในวิกฤต ไม่ว่าวิกฤตนั้นจะใหญ่ขนาดไหน และเมื่อวิกฤตผ่านไป รางวัลก้อนใหญ่ก็มักจะรออยู่โดยเฉพาะสำหรับบุคคลที่รู้จักอดทนและรอคอย เหมือนที่ Charlie Munger ได้กล่าวไว้ว่า…”The big money is not in the buying and the selling…but in the waiting”

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”