เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
Politics ‘สหัสวัต’ ชี้ CI ไม่ใช่ใบการันตีสัญชาติ-อาชญากรรม จี้รัฐบาลไทยขึ้นทะเบียนแรงงานเอง
แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
Real Estate แสนสิริ x SCB WEALTH จัดเสวนาสุดเอ็กซ์คูลซีฟ ไฮไลต์ “เศรษฐา-ทศ-อาทิตย์” แชร์เบื้องหลังบริหารธุรกิจสู่ระดับโลก
OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
Economic OR กำไร 5,138 ล้านบาท ฟื้นตัวจากไตรมาสก่อนเดินหน้ารุกธุรกิจ Lifestyle
ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
Automotive ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
Economic GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
Biz Movement KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
Finance JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
Finance แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
Economic นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
ดูทั้งหมด

วิกฤต “ตลาดเกิดใหม่” กลับมาป่วนโลกอีกครั้ง-

10 ก.ย. 2561 | 07:00น.

คอลัมน์ ชีพจรเศรษฐกิจโลก

โดย นงนุช สิงหเดชะ

ภายหลังจากตลาดเกิดใหม่ (emerging markets) เกิดปัญหาเงินอ่อนค่าอย่างมาก โดยเฉพาะล่าสุดก็คือกรณีเงินลีราของประเทศตุรกี ซึ่งร่วงลงไป 40% นับจากต้นปีนี้ ภายหลังจากพิพาทกับสหรัฐและถูกสหรัฐขึ้นภาษีสินค้านำเข้าเพื่อลงโทษ และยังซ้ำด้วยปัญหาของอาร์เจนตินา ที่ต้องขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานสูงถึง 60% เพื่อพยุงค่าเงินและสกัดปัญหาเงินเฟ้อ พร้อมทั้งเร่งรัดขอความช่วยเหลือจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ทำให้นักลงทุนและนักวิเคราะห์เริ่มกังวลมากขึ้นว่า “วิกฤตตลาดเกิดใหม่” อาจจะกลับมาอีกรอบ

อันที่จริงบรรดาประเทศตลาดเกิดใหม่เริ่มตกอยู่ภายใต้แรงกดดันนับตั้งแต่ปี 2556 เมื่อสหรัฐเริ่มลดขนาดของมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณหรือคิวอี หลังจากเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และแรงกดดันนั้นมากขึ้นเมื่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย ทำให้เงินทุนทยอยไหลกลับสหรัฐ

เมื่อปี 2556 มอร์แกน สแตนลีย์ ได้จัดให้ตลาดเกิดใหม่ 5 ประเทศอยู่ใน “กลุ่มเปราะบาง 5 ประเทศ” หรือ fragile five ได้แก่ บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย ตุรกี และแอฟริกาใต้ เนื่องจากมีปัญหาคล้ายกัน คือ ค่าเงินอ่อนค่ารุนแรง ขาดดุลบัญชีเดินสะพัดสูง และการเมืองในประเทศไร้เสถียรภาพ จึงมีความเปราะบางกว่าใครเมื่อถูกกระทบจากความเปลี่ยนแปลงทางนโยบายการเงินในสหรัฐ

สัตยจิต แดส อดีตนายธนาคารและถูกบลูมเบิร์กจัดให้เป็น 1 ใน 50 คนที่ทรงอิทธิพลทางการเงินของโลกชี้ว่า ขณะนี้เราอาจกำลังประสบกับวิกฤตของตลาดเกิดใหม่ในเชิงตำรานั่นก็คือ หลายประเทศมีหนี้สูง เกิดฟองสบู่สินเชื่อมีการใช้เงินลงทุนไปในโครงการที่ไม่เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจหรือเก็งกำไร มีหนี้ต่างประเทศระยะสั้นสูง ภาคธนาคารอ่อนแอ ขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัด ทุนสำรองระหว่างประเทศไม่เพียงพอ

โดยจะเห็นว่ามีตลาดเกิดใหม่จำนวนมากตกอยู่ในความเสี่ยงนอกเหนือจากตุรกีและอาร์เจนตินา เพราะตลาดเกิดใหม่โดยรวมมีการกู้ยืมเพิ่มขึ้นจาก 21 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 145% ของจีดีพีในปี 2550 ไปเป็น 63 ล้านล้านดอลลาร์ หรือ 210% ของจีดีพีในปี 2560 ขณะที่หนี้ต่างประเทศในรูปดอลลาร์ ยูโร และเยนของประเทศเหล่านี้เพิ่มขึ้น 2 เท่าตัวไปอยู่ที่ 9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งต้องชำระหนี้หรือรีไฟแนนซ์ประมาณ 1.5 ล้านล้านดอลลาร์ภายในปีหน้า และอีกครั้งในปี 2563 ซึ่งหลายประเทศอาจไม่สามารถชำระหนี้ได้

สัตยจิตระบุว่า จีน อินเดีย อินโดนีเซีย มาเลเซีย เม็กซิโก แอฟริกาใต้ บราซิล และบางประเทศในยุโรปตะวันออก มีหนี้ต่างประเทศระหว่าง 20-50% ของจีดีพี

ทั้งตุรกีและอาร์เจนตินาขาดดุลแฝดหรือขาดดุลงบประมาณและดุลบัญชีเดินสะพัดพร้อมกันในสัดส่วน 8.7 และ 10.4% ของจีดีพีตามลำดับ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือทางการเงิน ขณะที่บราซิล อินเดีย อินโดนีเซีย แอฟริกาใต้ ยูเครน ขาดดุลเกิน 5% และตัวเลขยังสูงขึ้นอีกในประเทศจีน มาเลเซีย เม็กซิโก โคลอมเบีย ชิลี โปแลนด์

เมื่อหันมาดูทุนสำรองระหว่างประเทศพบว่า ตุรกีและอาร์เจนตินามีเพียง 0.4 และ 0.6 เท่า ของภาระหนี้ต่างประเทศระยะสั้น ซึ่งถือว่าไม่เพียงพอ ส่วนจีนนั้นแม้จะมีทุนสำรองสูง 3.1 เท่า หรือ 3 ล้านล้านดอลลาร์ แต่ส่วนใหญ่แล้วเงินจะถูกใช้ไปในโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตุรกีและอาร์เจนตินาแสดงให้เห็นความอ่อนแอที่ถูกซ่อนอยู่ ความอ่อนแอนั้นถูกเผยออกมาเมื่อสภาพคล่องทั่วโลกเริ่มตึงตัวขึ้น หลังจากเฟดขึ้นดอกเบี้ยและลดการซื้อพันธบัตร ลดการไหลเวียนของเงินทุน และเพิ่มต้นทุนการกู้ยืม บวกกับความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน การแซงก์ชั่น ความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้น

สัตยจิตระบุอีกว่า ตุรกีและอาร์เจนตินาอาจเป็นกรณีพิเศษ แต่เมื่อพิจารณาจากปัญหาพื้นฐานแล้ว ประเทศตลาดเกิดใหม่อื่น ๆ มีแนวโน้มจะตกอยู่ใต้แรงกดดันเช่นกัน ดังนั้น แม้ปัญหาอาร์เจนตินาและตุรกีดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลตัว แต่อะไรก็ตามที่เน่าเปื่อยสามารถแพร่กระจายไปอย่างรวดเร็ว

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”