เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
Finance JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
Finance แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
Economic นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
Economic ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 800 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,000 บาท
เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
Real Estate เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
Real Estate SC ทุ่มซื้อที่ดิน 3 ทำเล รับดีมานด์คลังสินค้าพุ่ง 90% สู่เป้า 1 ล้านตร.ม. ในปี’72
เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
Economic เปิดเส้นทางเวนคืนตัดถนนสายใหม่ 2.5 หมื่นล้าน เชื่อมอุดรธานี-หนองคาย-บึงกาฬ
คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
Interview คุยกับ ‘วีระ แสงทอง’ แกนนำแรงงานเมียนมา ผ่าวิกฤตศูนย์ CI – รีดภาษี 25% วอนรัฐไทยปลดล็อกระบบ
ดูทั้งหมด

“เอ็มเค” เร่งปรับตัวรับดิจิทัล ปั้น “เอไอ-แอปพลิเคชั่น” เข้าถึงคนรุ่นใหม่-

12 ก.ย. 2561 | 07:00น.

“เอ็มเค กรุ๊ป” เร่งปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัล รับการแข่งขัน-ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคเปลี่ยน เพิ่มน้ำหนักเทคโนโลยีทันสมัย ชู “แอปพลิเคชั่น” จองคิว-ชำระเงิน ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ พร้อมนำเอไอเข้าช่วยวิเคราะห์ความต้องการผู้บริโภค ย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ เดินหน้าขยายสาขาทั้งในและต่างประเทศ มั่นใจสัญญาณ ศก.-กำลังซื้อดีดกลับ ดันยอดขายสิ้นปีโต 8%

 

นายฤทธิ์ ธีระโกเมน ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอ็มเค เรสโตรองต์ กรุ๊ป เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจร้านอาหารในเมืองไทยมีมูลค่าสูงกว่า 4 แสนล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งตลาดมีการแข่งขันที่ค่อนข้างร้อนแรง เนื่องจากมีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ทั้งกลุ่มในประเทศและต่างประเทศเข้ามาในตลาดมากขึ้น

นอกจากนี้ จากความต้องการของผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน ที่มีความหลากหลายและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัว เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน และรองรับการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น รวมทั้งบริษัทได้ลงทุนด้วยการนำเอาเทคโนโลยีเข้ามาใช้พัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์อาหารและบริการในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค

จากแนวทางดังกล่าว บริษัทได้เริ่มปรับตัวเข้าสู่ยุคเทคโนโลยีดิจิทัล อาทิ แอปพลิเคชั่นสำหรับการจองคิว เพื่อเพิ่มความสะดวกและรวดเร็ว ซึ่งที่ผ่านมาได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี โดยเฉพาะในกลุ่มผู้บริโภคที่เป็นรุ่นใหม่ และในอนาคต

จากนี้ไป บริษัทมีแผนจะนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ต่าง ๆ มาใช้เพิ่มการให้บริการและความสะดวกกับลูกค้า อาทิ การชำระเงินผ่านระบบแอปพลิเคชั่น รวมทั้งมีแผนจะนำเอไอเข้ามาช่วยจัดการในเรื่องการบริการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และวิเคราะห์พฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค เพื่อให้สามารถนำมาปรับปรุงบริการให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างแท้จริง

พร้อมกันนี้ เอ็มเคยังจะต้องมีการปรับปรุงแคมเปญและกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งในเชิงคุณภาพและความหลากหลายของเมนูอาหารควบคู่ไปพร้อมกัน

นายฤทธิ์กล่าวต่อไปว่า จากสัญญาณการพื้นตัวทางเศรษฐกิจที่มีความชัดเจนมากขึ้นในขณะนี้ รวมถึงความมั่นใจผู้บริโภคที่กล้าจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น จะส่งผลให้ทิศทางของบริษัทในช่วงครึ่งปีหลังเติบโตมากขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

โดยบริษัทยังได้เตรียมแคมเปญกิจกรรมการตลาดขึ้นเพื่อมารองรับต่อเนื่องของธุรกิจในทุก ๆ เดือน ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนจะเดินหน้าขยายสาขาเพิ่มขึ้น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับในต่างประเทศ บริษัทยังคงใช้ 3 แบรนด์หลัก คือ เอ็มเค สุกี้, ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ และร้านอาหารญี่ปุ่นมิยาซากิ เป็นหัวหอกในการเปิดตลาด ซึ่งจะไปทั้งในรูปแบบของการไปลงทุนเอง และขายแฟรนไชส์ ให้กับนักลงทุนหรือผู้ประกอบการที่สนใจ ที่ตอนนี้มีแล้วในญี่ปุ่น เวียดนามลาว

ขณะนี้อยู่ในช่วงทดลองและศึกษาตลาด คาดว่าต้องใช้ระยะเวลา 2-3 ปี และคาดว่าสิ้นปีจะมีรายได้เติบโตที่ 7-8% เมื่อเทียบกับปี 2560 ที่มีรายได้ 16,073 ล้านบาท และมีกำไร 2,425 ล้านบาท

ปัจจุบัน “เอ็มเค กรุ๊ป” มีทั้งหมด 8 แบรนด์ ได้แก่ เอ็มเค สุกี้ 427 สาขา เอ็มเค โกลด์ 6 สาขา เอ็มเค ไลฟ์ 2 สาขา ร้านอาหารญี่ปุ่นยาโยอิ 165 สาขา

ร้านอาหารญี่ปุ่นมิยาซากิ 27 สาขา ร้านอาหารไทย ณ สยาม 1 สาขา ร้านอาหารไทย เลอสยาม 4 สาขา ร้านกาแฟ เบเกอรี่/เลอเพอพิท คาเฟ่ 3 สาขา

รับข่าวสาร ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ อย่าลืมกดติดตาม
และกดปุ่ม See first (เห็นโพสต์ก่อน)
www.facebook.com/PrachachatOnline
ทวิตเตอร์ @prachachat

ติดตามอ่านข่าวสารจากประชาชาติออนไลน์ ทันสมัย-ทันใจ
ดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชั่น >> Prachachat << ได้แล้ววันนี้
ทั้งระบบ ios และ android

อ่านประชาชาติธุรกิจ ทั้งฉบับผ่าน e-Newspaper
ได้ที่แอปพลิเคชั่น Ookbee เลือก “ประชาชาติ”