เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
Automotive ฮุนได ถล่มเดือดส่งท้ายปี ให้ส่วนลดสูงสุด 5 แสนบาท
GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
Economic GULF กำไร Q3 เกือบหมื่นล้านรับธุรกิจไฟฟ้าฟื้น-AIS หนุน ลุย COD โรงไฟฟ้าใหม่กว่า 600 MW ปี’70
KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
Biz Movement KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (5 พ.ย. 69) พุ่งขึ้น 850 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 66,050 บาท
JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
Finance JUMP+ โชว์ฟอร์มแกร่ง 142 บจ.กำไรทะลุ 2.1 แสนล้าน โต 42% ตลท.ลุยดึงทุนต่างชาติ
แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
Finance แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ
นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
Economic นิวสกายฯ เปิดโรงกำจัดขยะอ่อนนุช 1,000 ตัน ผลิตไฟฟ้า 35 เมกะวัตต์
ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
Economic ม.หอการค้า ผนึก YEC – TITA ปิดฉาก ‘UBS Live Contest 2026’ นักศึกษาไลฟ์ขาย ได้ยอดกว่า 1 ล้าน
เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
Real Estate เฉลยแล้ว เครือเซ็นทรัล ทุ่ม 2.5 พันล้าน ผุดคอมมูนิตี้แห่งใหม่ ‘Riva รามคำแหง’ เปิดปี’71
สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
Biz Movement สบู่เบนเนท ยุติบทบาท ‘บุ๋ม ปนัดดา’ พรีเซนเตอร์ ปมมูลนิธิองค์กรทำดี
ดูทั้งหมด

แบงก์ชาติ ชี้เศรษฐกิจนอกระบบไทยขนาดใหญ่ถึง 48% ของ GDP หวังดึง 35% ที่ไม่ใช่ ‘สีเทา’ เข้าระบบ

05 พ.ย. 2569 | 17:21น.
วิทัย รัตนากร

แบงก์ชาติ มุ่งขับเคลื่อนระบบการเงินไทยด้วย 3 เสาหลัก Trust Transparency Inclusion ชี้เศรษฐกิจนอกระบบ มีขนาดใหญ่ถึง 48% ของจีดีพี ธุรกิจ 2.5 ล้านรายที่ยังไม่เข้าสู่ระบบนิติบุคคลหรือภาษี รวมถึงครัวเรือนไทย มีหนี้นอกระบบถึง 44% วางแผนหวังดึงเศรษฐกิจนอกระบบ 35% ที่ไม่ใช่สีเทา เข้าระบบการเงิน ลดต้นทุนสินเชื่อ และเพิ่มจีดีพีของประเทศในระยะยาว

นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวในงานเสวนา หัวข้อ THE FUTURE OF THAI FINANCE: TRUST, TRANSPARENCY & GROWTH อนาคตการเงินไทย โปร่งใส เชื่อมั่น และเติบโต ว่า ระบบการเงินของไทยต้องตั้งอยู่บน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่ Trust ความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพ Transparency ความโปร่งใส และ Inclusion การดึงคนเข้าสู่ระบบ เพื่อนำไปสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในที่สุด

ขณะเดียวกันได้ดำเนินการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเงินเฉพาะจุด 4 เรื่องหลักที่ได้ลงมือทำไปแล้วทั้ง การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน การช่วยเอสเอ็มอีเข้าถึงสินเชื่อ ผ่านโครงการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งปล่อยสินเชื่อไปแล้วกว่า 80,000 ล้านบาท และการลดต้นทุนทางการเงินที่เป็นธรรม โดยร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ปรับลดดอกเบี้ยและลดค่าธรรมเนียมไปแล้ว 19 รายการ พร้อมการจัดการภัยไซเบอร์ สกัดเงินเทา และคอร์รัปชั่น ด้วยมาตรการต่าง ๆ

นอกจากระบบการเงินจะต้องมีประสิทธิภาพและความโปร่งใสแล้วต้องสามารถดึงคนเข้าสู่ระบบให้ได้ โดยหากสามารถดึงธุรกิจนอกระบบเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ (Formal Sector) ได้ จะช่วยให้ต้นทุนสินเชื่อถูกลง ได้รับการดูแลจากรัฐบาล และทำให้การจัดสรรเงินทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงานและส่งผลให้เศรษฐกิจ (GDP) ของประเทศเติบโตสูงขึ้นอย่างมีคุณภาพ

นายวิทัยกล่าวต่อว่า เมื่อประเมินภาพรวมเศรษฐกิจไทย (ตามบัญชีรายได้ประชาชาติ) จะเป็นเศรษฐกิจในระบบประมาณ 65% และเศรษฐกิจนอกระบบของไทย มีขนาดใหญ่ถึง 48% ของจีดีพี แบ่งเป็น ส่วนที่อยู่ในจีดีพี 35% กับเศรษฐกิจสีเทาอีกประมาณ 13%

“48% ของ GDP เป็น นอกระบบ เวลาพูดถึงนอกระบบ ไม่ใช่เรื่องไม่ดี พ่อค้าแม่ค้าที่ค้าขายตามตลาดนี่ก็คือนอกระบบนะ เพราะไม่เข้าจดทะเบียน ไม่จ่ายภาษี”

ทั้งนี้เศรษฐกิจนอกระบบ บางส่วนที่อยู่ในจีดีพี 35% ถือว่ามีขนาดใหญ่ และยังมีแรงงานนอกระบบที่มีสัดส่วน 65% ของกำลังแรงงาน หรือคิดเป็น 26 ล้านคน ที่ยังไม่มีความคุ้มครองทางสังคมผ่านระบบการจ้างงาน และธุรกิจ 78% หรือ 2.5 ล้านราย ยังไม่ได้เข้าสู่ระบบนิติบุคคลหรือระบบภาษี ซึ่งธุรกิจนอกระบบของไทยมีจำนวนมากที่มีศักยภาพ รวมถึงเมื่อเปรียบเทียบธุรกิจในระบบกับนอกระบบ

ดยธุรกิจที่ดีและมีประสิทธิภาพ 20% กับนอกระบบอยู่ใกล้เคียงกัน แต่กลุ่มที่เข้าถึงสินเชื่อจะได้จริง ๆ จะประมาณ 34% ซึ่งหากสามารถดึงเข้ามาดูในระบบได้ ซึ่งจะทำให้ได้สินเชื่อ พร้อมได้รับต้นทุนจะถูกลง และเป็นผลดีต่อศักยภาพของประเทศ ทำให้จีดีพีของประเทศเติบโตขึ้น

“ธุรกิจที่อยู่ในระบบ หากใส่คน 1 คนเข้าไป สามารถสร้างผลผลิตออกมาได้มากกว่าคนที่อยู่นอกระบบ เพราะว่าต้นทุนถูกลง สินเชื่อถูกกว่าหลายเรื่อง ได้รับการดูแลจากรัฐบาลมากกว่า การจัดสรรทุนมีเรื่องสำคัญที่สามารถถ้าดึงเขาเข้ามาได้ จะสามารถทำให้เศรษฐกิจมันโตขึ้นได้ ผ่านการจัดสรรเงินทุนที่ดีขึ้น โดยการดึง informal sector เข้าไปอยู่ formal sector ประสิทธิภาพจะดีขึ้น”

ขณะที่ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีในการเข้าถึงสินเชื่อ โดยพึ่งพาแหล่งเงินทุนในระบบสถาบันการเงิน 66% ส่วนอีก 34% พึ่งพาแหล่งเงินทุนนอกระบบสถาบันการเงิน ซึ่งจำแนกออกเป็น ยืมเพื่อน ญาติพี่น้อง 23.5% นายทุนการค้า 15.0% โรงจำนำและลิสซิ่ง 10.2% นายทุนและวงแชร์ 10.5% ซึ่งเป็นนายทุนเงินกู้ 9.7% และวงแชร์ 0.8% ส่วนบัตรกดเงินสดและบัตรเครดิต 8.9%

ทางด้านภาคครัวเรือนไทย 44% มีหนี้นอกระบบ คิดเป็นมูลค่าประมาณ 13% ของ จีดีพี ขณะที่ 80% มีหนี้ในระบบ คิดเป็น 81% ของจีดีพี โดยการพึ่งพาหนี้นอกระบบ นำไปใช้ทำธุรกิจเป็นอันดับ 1 คิดเป็น 34.4% รองลงมาผ่อนรถยนต์ และจักรยานยนต์ 33.0% ซื้ออสังหาริมทรัพย์และที่ดิน 14.3% รวมถึงใช้เพื่ออุปโภคบริโภคในครัวเรือน 12.1%

“ถ้าดูเรื่องการเข้าถึงสินเชื่อเอสเอ็มอี พึ่งพาในสถาบันการเงินจริง ๆ แค่ 66% ที่เหลือเป็นการพึ่งพานอกระบบ วงแชร์ กู้นอกระบบ อะไรก็ตาม บางส่วนเป็นเรื่องโอเคปกติ บางส่วนเป็นเรื่องผิดปกติ หนี้นอกระบบ ไม่ใช่ไม่ดีทุกรายการ หนี้นอกระบบที่ดีก็มี ต้องเข้าใจและต้องหาวิธีแก้”