KGH ปั้นแบรนด์ “KUO” พลิกเกมแฟรนไชส์โรงแรม 2-3 ดาว เจาะกลุ่มทุนต่ำ
โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ เดินเกมรุกตลาดโรงแรมระดับกลาง เปิดตัวแบรนด์แฟรนไชส์น้องใหม่ “คุโอะ” ชูโมเดลธุรกิจ “Manchising” เจาะกลุ่มโรงแรมอิสระ 2-3 ดาวที่เผชิญข้อจำกัดด้านสินเชื่อ ชูจุดขายลงทุนต่ำ ไม่ต้องรีโนเวตอาคาร พร้อมงัดกลยุทธ์รีวิวแลกส่วนลด ดัมพ์ส่วนแบ่งรายได้เหลือ 3% ตั้งเป้าสยายปีก 1,000 แห่งทั่วโลก ภายในปี 2578
สถานการณ์การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวที่ยังคงเปราะบาง ประกอบกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน ส่งผลให้ผู้ประกอบการโรงแรมอิสระขนาดกลางระดับ 2-3 ดาว เผชิญความท้าทายในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อปรับปรุงกิจการ
บริษัท โคโค โกลบอล ฮอสพิทอลลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ KGH ผู้รับบริหารจัดการโรงแรมสัญชาติญี่ปุ่น จึงสบช่องว่างทางการตลาด ประกาศเปิดตัวแบรนด์ไลฟ์สไตล์แฟรนไชส์ “คุโอะ” (KUO) อย่างเป็นทางการ โดยนำเสนอโมเดลธุรกิจที่เรียกว่า “Manchising” ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการบริหารจัดการจากส่วนกลางเข้ากับความยืดหยุ่นของระบบแฟรนไชส์



พลิกเกมแฟรนไชส์ด้วย Low Capex
นายเรย์ มัทสึดะ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร KGH เปิดเผยว่า การเปิดตัวแบรนด์ KUO เป็นการนำเสนอทางเลือกใหม่ในการรีแบรนด์ที่เน้นความคุ้มค่าและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม โมเดล Manchising จะช่วยให้เจ้าของโรงแรมอิสระสามารถเข้าถึงกลไกการสร้างรายได้และระบบมาตรฐานของบริษัทได้ โดยที่เจ้าของกิจการยังคงสิทธิในการควบคุมการบริหารงานประจำวันหน้าบ้านได้เอง
ข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการ bykuo.com ระบุว่า กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ KUO ตอบโจทย์การลงทุนต่ำ คือคอนเซ็ปต์ “Join a brand without rebuilding your hotel” โดยเจ้าของโรงแรมไม่ต้องปรับปรุงโครงสร้างอาคารใหม่ แต่จะใช้การตกแต่งผ่าน “ชุดอุปกรณ์แบรนดิ้ง” เช่น ป้ายไวนิลทางเข้า ป้ายตั้งโต๊ะ แผนกต้อนรับ ชุดสติ๊กเกอร์ตกแต่งสถานที่ และตุ๊กตามาสคอตประจำแบรนด์ เพื่อปรับภาพลักษณ์ให้เป็นไปตามมาตรฐานแบรนด์ในทันที

ดึงเทคโนโลยีคุมหลังบ้าน-ดันรายได้
ในด้านการดำเนินงานบริษัทจะเข้ามาอุดช่องโหว่ด้านการแข่งขันให้โรงแรมขนาดกลางใน 3 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.การบริหารตลาดออนไลน์ ผ่านการเชื่อมต่อระบบบริหารช่องทางขาย Little Hotelier โดยไม่ต้องเสียค่าซอฟต์แวร์เพิ่ม พร้อมใช้กลยุทธ์ Dynamic Pricing ปรับราคาขายรายวัน 2.การบริหารการตลาดโซเชียลมีเดียในรูปแบบ Cluster Model เพื่อประหยัดงบประมาณ และ 3.การวางมาตรฐานการปฏิบัติงาน
โดยข้อมูลเติมจากเว็บไซต์ bykuo.com และ KGH ระบุว่า มาตรฐาน SOPs ดังกล่าวถูกขับเคลื่อนด้วยปรัชญา “ไคเซ็น” (Kaizen) ของญี่ปุ่น โดยมีทีมสำนักงานใหญ่คอยสนับสนุนตลอด 24 ชั่วโมง และมีระบบส่วนกลางสำหรับบริหารจัดการทรัพยากร ช่วยลดภาระด้านการจัดซื้อของเจ้าของกิจการ
นายภัทราวุธ สิงขรแก้ว ผู้จัดการฝ่ายบริหารรายได้และการตลาด KGH ระบุว่า หัวใจสำคัญของการเติบโตในยุคนี้คือการขับเคลื่อนด้วยข้อมูล ทีมงานจะเข้ามาช่วยปรับราคาห้องพักเฉลี่ย และวิเคราะห์เทียบประสิทธิภาพ กับคู่แข่ง เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้เจ้าของโดยไม่ต้องเพิ่มต้นทุนคงที่

งัดกลยุทธ์ “คะแนนรีวิว” แลกส่วนลด GP
สำหรับโครงสร้างค่าใช้จ่าย แบรนด์ KUO กำหนดค่าธรรมเนียมแรกเข้าในราคาโปรโมชั่น 200,000 บาท จากปกติ 400,000 บาท จนถึงสิ้นปี 2569 พร้อมค่าบริการรายเดือน 20,000 บาท และมีการเก็บส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์ที่ระดับ 5%
อย่างไรก็ตาม บริษัทได้สร้างแรงจูงใจในการรักษามาตรฐานบริการผ่านกลยุทธ์ “Bobo Happy Score” หากโรงแรมสามารถรักษาคะแนนรีวิวบนแพลตฟอร์ม OTA ได้สูงต่อเนื่อง จะได้รับส่วนลดส่วนแบ่งรายได้ออนไลน์ ได้แก่ ระดับ Platinum (คะแนน 9.5-10.0) ลดเหลือ 3% ระดับ Gold (คะแนน 8.5-9.4) ลดเหลือ 4% ส่วนระดับ Silver (คะแนน 7.5-8.4) จะอยู่ที่อัตราปกติ 5%
ที่ผ่านมาบริษัทพิสูจน์ให้เห็นว่าโมเดลการบริหารส่วนกลางสามารถผลักดันอัตรากำไรของโรงแรมให้สูงถึง 56% สูงกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรมที่ 25-35%
โดยปัจจุบัน บริษัทบริหารโรงแรม 56 แห่ง หรือกว่า 4,000 ห้อง ในไทย ญี่ปุ่น และฟิลิปปินส์ ภายใต้แบรนด์ Kokotel, VIVTEL, KUO และโรงแรมอิสระ ซึ่งการปั้นแบรนด์แฟรนไชส์ KUO ในครั้งนี้ นับเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ Vision 2035 ที่ตั้งเป้าขยายเครือข่ายโรงแรมให้ได้ 1,000 แห่ง ใน 10 ประเทศทั่วโลก